อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 กรกฎาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 กรกฎาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

คณะอนุกำกับผังฯเรียกช่อง3 แจง7มี.ค.กรณี"สรยุทธ"

คณะอนุกรรมการกำกับผังรายการและเนื้อหารายการของ กสท. ถกประเด็นความผิด สรยุทธ เตรียมเรียกช่อง 3 ในฐานะผู้รับใบอนุญาต เข้าชี้แจงอีกครั้ง 7 มี.ค. นี้ อังคารที่ 1 มีนาคม 2559 เวลา 04.17 น.

วันนี้( 1 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการกำกับผังรายการและเนื้อหารายการ ตามวาระปกติครั้งที่ 10 / 2559 ซึ่งได้มีการพิจารณากรณี นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง3 ถูกศาลอาญาพิพากษาในคดีบริษัท ไร่ส้ม จำกัดไม่ชำระค่าโฆษณาเกินเวลาให้ อสมท. จำนวนเงิน 138 ล้านบาท โดยการประชุมครั้งนี้คณะอนุกรรมการฯไม่ได้เชิญสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เข้ามาร่วมหารือตามข่าว รวมถึงพลโทพีระพงษ์ มานะกิจ กสทช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับผังรายการและเนื้อหารายการ ไม่ได้เข้าร่วมประชุมดังกล่าวเนื่องจากติดภารกิจที่ต่างประเทศ

นายไพศาล กุวลัยรัตน์ ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการกำกับผังรายการและเนื้อหารายการ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ได้นำคำพิพากษาของศาลมาพิจารณาว่าการกระทำผิดของนายสรยุทธผิดกฎหมายหรือขัดต่อจริยธรรมสื่อสารมวลชนหรือไม่ โดยในวันที่ 7มี.ค. 59 จะได้เชิญสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง3 เข้ามาชี้แจงในฐานะผู้รับใบอนุญาตตามประกาศกสทช.เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 ข้อ14 ที่มีเนื้อหากำหนดให้ผู้ถือใบอนุญาตประกอบกิจการต้องดูแลเนื้อหาและผู้ผลิตรายการของตนเอง

ทั้งนี้คณะอนุกรรมการฯกำกับดูแลเฉพาะผู้ที่รับใบอนุญาตเท่านั้นไม่ได้ก้าวล่วงในส่วนของผู้ดำเนินรายการ ซึ่งการเรียกช่อง 3มาชี้แจงนั้นก็จะหารือถึงว่าช่องนั้นมีการกำกับดูแลและมาตรการอย่างไร

ด้านน.ส.สุภิญญา กลางณรงค์กสทช.และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)ด้านคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า ส่วนตัวเห็นว่าคดีนี้ค่อนข้างร้ายแรงไม่เหมือนกับคดีอื่นๆของสื่อมวลชนที่อาจจะมีเรื่องของการฟ้องร้องหมิ่นประมาทซึ่งเป็นเรื่องของประโยชน์สาธารณะแต่กรณีนี้เป็นในแง่ของส่วนบุคคลและเป็นเรื่องของการเงินที่บ่งบอกถึงความสุจริตไม่สุจริตในวิชาชีพสื่อถึงแม้ว่าเบื้องต้นคดียังไม่ถึงที่สิ้นสุดแต่ก็สูญเสียความน่าเชื่อถือต่อการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน เป็นเรื่องของจริยธรรมและจรรยาบรรณซึ่งหน่วยงานไม่ได้มีข้อกำหนดความผิดในด้านนี้ และไม่ได้มีข้อกฎหมายในแง่ตัวบุคคล แต่ได้กำกับดูแลนิติบุคคลเท่านั้นจึงเป็นเรื่องที่องค์กรวิชาชีพด้านสื่อจะต้องเข้ามากำกับดูแลมากกว่า

จำนวนคนอ่าน 9,465 คน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

คำสำคัญ

บอกต่อ : 684