อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 30 กรกฎาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 30 กรกฎาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เปิดตัวหนังสือให้ความรู้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากมือถือ

สมาคมวิจัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย เปิดตัวหนังสือ “ความรู้เกี่ยวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาสัญญาณและโทรศัพท์มือถือมีผลต่อสุขภาพหรือไม่” เสริมความเข้าใจให้ผู้บริโภค ชี้ไม่อันตรายต่อสุขภาพแต่มีผลกระทบด้านความร้อนเท่านั้น อังคารที่ 1 มีนาคม 2559 เวลา 09.50 น.

วันนี้(1 มี.ค.59)ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สมาคมวิจัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทยจัดเสวนา “ความรู้เกี่ยวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาสัญญาณและโทรศัพท์มือถือมีผลต่อสุขภาพหรือไม่”เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและความปลอดภัยของคลื่นจากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือแก่ผู้บริโภคและประชาชนทั่วไปพร้อมเปิดตัวหนังสือ “ความรู้เกี่ยวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาสัญญาณและโทรศัพท์มือถือมีผลต่อสุขภาพหรือไม่”โดยมี ศาสตราจารย์ นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล นายกสมาคมวิจัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย นายฐากรตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชาญไชย ไทยเจียมบรรณาธิการหนังสือ ร่วมเปิดงาน

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.กล่าวว่าที่ผ่านมากสทช.ได้รับร้องเรียนเรื่ออันตรายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือเป็นจำนวนมากและมีการต่อต้านการขยายสถานีฐานในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากความเข้าใจผิดในเรื่องดังกล่าวซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะ กสทช.มีบทบาทหน้าที่ในการจัดสรรคลื่นความถี่และส่งเสริมให้มีบริการโทรคมนาคมอย่างทั่วถึงและครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศซึ่งต้องมีการขยายเครือข่ายและติดตั้งสถานีฐานอย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายที่วางไว้ขณะเดียวกันก็มีหน้าที่กำกับดูแลกำหนดค่ามาตรฐาน และตรวจวัดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือให้มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู)ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบสถานีฐานด้วย

ทั้งนี้ยืนยันว่าจากการตรวจวัดค่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากสถานีฐานจำนวน 40 สถานี ในพื้นที่ 5ภูมิภาค พบว่ามีค่าต่ำกว่าขีดจำกัดตามที่มาตรฐานกำหนดไว้มาก เช่น ย่านความถี่คลื่น900 MHz. ความแรงต้องไม่เกิน 41โวลท์ต่อเมตร ย่านความถี่ 1800 MHz. ความแรงต้องไม่เกิน 58โวลท์ต่อเมตร และย่านความถี่ 2100 MHz. ความแรงต้องไม่เกิน 61โวลท์ต่อเมตร ดังนั้นการแผ่คลื่นจากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือจึงปลอดภัยและไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

อย่างไรก็ดีการเปิดตัวหนังสือ “ความรู้เกี่ยวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาสัญญาณและโทรศัพท์มือถือมีผลต่อสุขภาพหรือไม่”ของสมาคมวิจัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ที่จะช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้บริโภคและประชาชนทั่วไปในประเด็นผลกระทบของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากระบบโทรศัพท์มือถือต่อร่างกายของมนุษย์ตลอดจนให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้งานโทรศัพท์มือถืออย่างถูกต้องอีกด้วย

ผศ.ดร.ชาญไชย กล่าวว่า“ในทางทฤษฎี คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีอยู่ 2ประเภท คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากลุ่มชนิดไม่ก่อไอออน (Non-ionizingradiation) ไม่ก่อให้อะตอมมีการแตกตัวเป็นไอออนซึ่งย่านความถี่ใช้งานของโทรศัพท์มือถือและความถี่คลื่นวิทยุกระจายเสียง สัญญาณ WI-FIเพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สายจัดให้อยู่ในกลุ่มประเภทนี้จะไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ แต่มีผลกระทบในเชิงความร้อนเท่านั้น โดยองค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าประเภทนี้ อยู่ในกลุ่ม 2B ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกันกับน้ำมันมะพร้าวที่ผสมกับไดเอทาโนลาไมด์(Diethanolamide) สำหรับทำให้เกิดฟองในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจำพวกแชมพูสบู่ และเครื่องสำอาง

ส่วนคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้ากลุ่มชนิดก่อไอออน(Ionizing - radiation) เป็นคลื่นที่ทำให้อะตอมเกิดการแตกตัวเป็นไอออนและมีผลต่อการแยกอนุภาคอิเล็กตรอนออกไปกลายเป็นอนุมูลอิสระได้ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง เช่น รังสีแกมมา รังสีเอ็กซ์ เป็นต้นนั้นการติดตั้งและการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือเป็นชนิดไม่ก่อไอออนที่มีกำลังใช้งานต่ำ อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการโทรคมนาคมทุกรายมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามภายใต้ข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของกสทช. ซึ่งหากประชาชนมีข้อมูลและเข้าใจเรื่องการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าก็จะเกิดความเข้าใจเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยและช่วยคลายความวิตกกังวลลงได้มาก

ด้าน ศ.นพ.สมเกียรติ กล่าวว่า หนังสือ “ความรู้เกี่ยวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากการใช้โทรศัพท์มือถือจากเสาสัญญาณและโทรศัพท์มือถือมีผลต่อสุขภาพหรือไม่”เกิดจากการรวบรวมองค์ความรู้จากหลายแหล่งข้อมูลทั้งในและต่างประเทศที่ได้ศึกษาในเรื่องผลกระทบสนามแม่เหล็กไฟฟ้าจากระบบโทรคมนาคมกันอย่างแพร่หลายเพื่อคลายความกังวลใจของประชาชนข้อมูลทั้งหลายได้ถูกรวบรวม วิเคราะห์ เรียบเรียงและถ่ายทอดโดยผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขาในคณะทำงานในสมาคมวิจัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทยซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นแรกที่สมาคมได้ทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคและให้ความรู้ทางวิชาการด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์แก่ประชาชนชาวไทยอีกด้วย

หนังสือดังกล่าวจำหน่ายที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปในราคาเล่มละ75 บาท สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อีเมล์ chanchai_thaijiam@yahoo.comหรือโทรศัพท์ 087 757 8638

จำนวนคนอ่าน 3,643 คน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 559