เอไอเอสไม่สนโมเดลทรูขอเช่าใช้แจสแทน

เอไอเอส ไม่รับข้อเสนอ ทรู ขอเช่าใช้คลื่น 5เมกะเฮิร์ตซ ของแจส โมบาย รองรับลูกค้า 4 แสน

 

วันนี้(9มี.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการกสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยภายหลังการหารือแผนมาตรการเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ กรณีการเปลี่ยนผ่านก่อนเปิดบริการคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซนั้นว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เสนอรูปแบบที่บริษัทจะขอเช่าใช้คลื่นและต้องการใช้เพียงจำนวน 5 เมกะเฮิร์ตซเท่านั้น และเป็นช่วงคลื่นในล็อตแรก  ซึ่งเป็นในส่วนที่บริษัท แจสโมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ประมูลใบอนุญาตมาได้ เนื่องจากได้ทำการจูนสัญญาณไว้แล้ว หากให้เปลี่ยนเป็นล็อตที่ 2 อาจทำไม่ทัน 

โดยปัจจุบัน เอไอเอส มีลูกค้าที่ค้างอยู่ในระบบเพียง 4 แสนเลขหมาย ดังนั้นเอไอเอส จึงมีความต้องการความจุเพียง 5 เมกะเฮิร์ตซ ส่วนลูกค้าอีก 8 ล้านเลขหมาย เอไอเอส ได้ให้บริการโรมมิ่งบนคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิร์ตซ ของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)  หรือ ดีแทค

อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้(10มี.ค.) จะหาข้อสรุปต่อไปในการใช้รูปแบบธุรกิจ ซึ่งจะต้องหาหรือกันว่า แนวทางของบริษัท ทรูมูฟ   ให้สำนักงานฯ กสทช. เป็นผู้ดำเนินการมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคชั่วคราว แทนมา มาตราการคุ้มครองผู้ใช้บริการ บนคลื่นความถี่ย่าน 900เมกะเฮิรตซ์ ของ เอไอเอส ในกรณีสิ้นสุดสัมปทาน โดยให้ใช้คลื่น 900 MHz ต่อไปในระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 3 เดือน เพื่อให้เอไอเอส สามารถใช้เวลาที่เหลืออยู่อีกราว 3 เดือนในการโอนย้ายลูกค้า 2จีออกจากระบบ โดยจ่ายรายได้ตามสัดส่วนที่คำนวณจากราคาที่ประมูลคลื่นได้ในอัตรา 450 ล้านบาท ต่อเดือน  ซึ่งมองว่า ทรูมูฟเอช มีสิทธิ์ที่จะเสนอรูปแบบดังกล่าวได้เนื่องจากเป็นผู้ชนะการประมูล ซึ่งในเงื่อนไขกำหนดไว้ชัดเจนว่า เจ้าของคลื่นจะต้องมีการยินยอมถึงจะนำคลื่นดังกล่าวมาใช้ได้ แต่ขณะเดียวกันตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นฯ พ.ศ.2553 ตามมาตรา 63 ระบุให้สามารถนำคลื่นมาใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะได้ 

ความคิดเห็น