เทคปีลิง 4 เครื่องจักรติดปัญญา

สรรพสิ่งคิดเองทำเองที่ได้รับการพัฒนากันอย่างมโหฬารคือระบบควบคุมโดรน เพราะถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์อัตโนมัติที่ราคาถูก ใช้งานง่าย ทำเซลฟี่ได้ขั้นเทพ พกติดตัวไปไหนมาไหนได้ บริษัทผู้ผลิตก็เลยยัดปัญญาลงไปในโดรน

เล่าแจ้งมาสามตอนแล้วเรื่องเทคโนโลยีที่บริษัทการ์ดเนอร์ (Gartner) ที่ปรึกษาระดับโลก ทำนายทายทักออกมาให้วงการกระเจิงกันเล่น ในบรรดาเทคสุดยอดสามกลุ่มที่เขาพูดถึง อันได้แก่ แหดิจิตอล (digital mesh) เครื่องฉลาด (smart machines) และมุมมองใหม่ไอที (new IT reality) ต้องเรียกว่าเครื่องฉลาด หรือเรียกให้เก๋ก็ว่า เครื่องจักรติดปัญญานั้นน่าสนใจที่สุด เพราะเครื่องจักรกลไอทีในปัจจุบัน อย่างมือถือ ก็ยังต้องอาศัยเกาะมือของพวกเราทำโน่นทำนี่ ทำอะไรเองไม่ค่อยจะเป็น เหมือนมีคนรับใช้ที่เอ๋อ ๆ ต้องคอยประกบไม่งั้นทำถ้วยชามรามไหแตกหมด

ตามรูปจะเห็นทั้งสามประเด็นของเครื่อง จักรติดปัญญา คือ ทุกสิ่งมีสาร (Informationof Everything) เรียนรู้ขั้นเทพ (Advanced Machine Learning) และสรรพสิ่งคิดเองทำเอง (Autonomous Agents & Things) ดังรายละเอียด

ทุกสิ่งมีสาร สารในที่นี้คือข่าวสารนะครับ ไม่ใช่สารประกอบ ก็เรียกว่าเมื่ออุปกรณ์ต่าง ๆ มีความสามารถสูงขึ้น อย่างกล้องติดหน้ารถยนต์ ภาพคมชัดขึ้น ราคาถูกลง ขายกันติดกันให้เกร่อไปหมด ข้อมูลสารสนเทศก็จะทยอยหลั่งไหลออกมาจากอุปกรณ์เหล่านี้อย่างท่วมท้น คำถามที่ตามมาคือ จะเก็บที่ไหน เก็บอะไรบ้าง จะลบทิ้งได้ไหม ลบเมื่อไร จะสรุปกันอย่างไร ให้ใครดูได้บ้าง สารพัดปัญหาที่ตามมา ในการนี้ก็มีศาสตร์เกิดใหม่เรียกว่า ออนโทโลจี (Ontology) เป็นศาสตร์ว่าด้วยการจัดหมวดหมู่ความรู้ คล้ายกับสารานุกรมแต่ซับซ้อนกว่ามากมาย มีทั้งจัดการเรื่องความรู้ทั่วไปและจัดการเชื่อมโยงสังคมในเน็ตว่าใครรู้จักใครเป็นญาติกันกับใคร ความสัมพันธ์เหล่านี้สามารถแสดงออกมาในรูปของ “ตาข่ายฟ้า” (ตามรูป) ดูน่าทึ่งดี นอกจากนั้นยังมีเรื่องการนำโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์มาช่วยคิดเอาความรู้เหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อสนองความต้องการของลูกค้าของบริษัท หรือการ ตามจับผู้ก่อการร้าย เหล่านี้จะเกิดประโยชน์ได้ก็ต้องนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาผสมผสานกัน จึงต้องมี การวางมาตรฐานและการประสานความร่วมมือ อย่างบ้านเราก็พยายามให้ข้อมูลเหล่านี้ไหลข้ามกระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างครบวงจร

เรียนรู้ขั้นเทพ ตอนนี้กำลังมาแรง ที่เห็นได้ชัดเจนคือการรู้จำใบหน้าของผู้คนในเฟซบุ๊กบางทีก็จำผิด แต่ส่วนมากจะเป๊ะ พวกนี้อาศัยศาสตร์ของการเลียนแบบระบบประสาทของคนเรียกว่า Neural Net สามารถเรียนรู้อะไรยาก ๆ ได้ดีกว่าที่คนเราจะคิดสั่งหรือเขียนเป็นโปรแกรมได้ การเรียนรู้โดยอัตโนมัตินี้มีแปลก ๆ เช่น เอาวิดีโอรูปแมวให้ดูเยอะ ๆ สุดท้ายโปรแกรมจะ “รู้จัก” แมวว่าหน้าตาเป็นอย่างไร เอาหมาหรือเสือให้ดูมันก็บอกว่าไม่ใช่แมว การเรียนรู้แบบนี้ไปใช้ประโยชน์ ได้สารพัด เช่น ตอนนี้ใช้พิจารณาพฤติกรรมของผู้คนที่เดินไปมาในท้องถนนแล้วระบุได้ว่าเด็กคนนี้หลงกับผู้ปกครอง หรือใช้ตรวจ
รูปแบบการใช้จ่ายเงินโอนเงินก็สามารถระบุได้ว่ามีการคดโกงเกิดขึ้น อย่างนี้เป็นต้น

ตอนนี้ที่กำลังรอกันอยู่อย่างใจจดใจจ่อคือ ระบบเรียนรู้เพื่อการขับรถยนต์อัตโนมัติ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงโลกไปโดยสิ้นเชิงทีเดียว ก็คงอีกไม่กี่ปีนี่แล้วครับ

สรรพสิ่งคิดเองทำเอง ตอนนี้องค์ประกอบสำคัญสองอย่างกำลังพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว สมรรถนะสูงขึ้น ราคาลดฮวบ อย่างหนึ่งคือระบบรับรู้ (sensor) ซึ่งอุปกรณ์สิ่งของต่าง ๆ ใช้ตรวจจับสภาพการณ์รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ แสงสว่าง ภาพ เสียง การสั่นสะเทือน พิกัดดาวเทียม หรือคลื่นต่าง ๆ เพื่อต่อไวไฟ สามจี บลูทูธ อีกอย่างหนึ่งคือระบบบังคับ (actuator) สำหรับให้อุปกรณ์ “สั่งการ” หรือกระทำการอะไรออกไป เช่น เมื่อเห็นว่าแดดส่องก็สั่งไปที่ม่านปรับแสงให้ปิดเพื่อบังแดด ตัวอย่างที่ชอบมากคือรถยนต์รุ่นหรูจะมีตัวตรวจจับพิกัดตำแหน่งของรถ ตรวจจับทิศทางของรถ รู้ว่าตอนนี้เดือนอะไร แล้วเอามาคำนวณได้ว่าแดดส่องเข้ามาในรถในทิศใดมุมใด ส่วนไหนของห้องโดยสารที่ร้อนก็จะหันกระแสลมจากแอร์ไปตรงบริเวณนั้น ทำให้รถเย็นทั่วถึงทั้งคัน

สรรพสิ่งคิดเองทำเองที่ได้รับการพัฒนากันอย่างมโหฬารคือระบบควบคุมโดรน (drone) เพราะถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์อัตโนมัติที่ราคาถูก ใช้งานง่าย ทำเซลฟี่ (selfie) ได้ขั้นเทพ พกติดตัวไปไหนมาไหนได้ บริษัทผู้ผลิตก็เลยยัดปัญญาลงไปในโดรน กันอย่างเอาเป็นเอาตาย แทบจะเรียกได้ว่าเกือบเดาใจเจ้าของได้อยู่รอมร่อแล้ว

คงไม่นานก็จะมีหุ่นยนต์ที่ไม่ใช่ดูดฝุ่นอัตโนมัติในบ้าน แต่มาลากเราจากเตียงไปเข้าห้องน้ำตอนเช้าเพื่อจะได้ไปทำงานได้ทัน เก็บเตียงให้ แถมบ่นอีกสามกระบุง

แหล่งอ้างอิง http://www.slideshare.net/denisreimer/gartner-top-10-strategic-technology-trends-2016

ดร.ยรรยง เต็งอำนวย
ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (เกษียณ)
คณะวิศวกรรมศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Yunyong.T@gmail.com

ความคิดเห็น