ดีแทค หนุน ประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซใหม่

ดีแทค สนับสนุนกสทช. ประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ ตามกฎประมูล หลังแจส ไม่ชำระเงิน เผยราคาขั้นต่ำควรเคาะที่ 16,080 ล้านบาท

 

วันนี้ ( 22 มี.ค.) นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทค ไตรเน็ตขอสนับสนุน กสทช. ในการจัดประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ ชุดที่ 1 ใหม่ตามประกาศ กสทช. กฎการประมูลและเงื่อนไขการประมูล

โดยบริษัทฯ เห็นว่าการประมูลคราวนี้ควรจำกัดไว้เฉพาะผู้ที่เข้าร่วมการประมูลที่เหลืออยู่จากการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ คราวก่อนเท่านั้น นอกจากนี้ ราคาขั้นต่ำ ครั้งใหม่นี้ควรกำหนดที่ราคา 16,080 ล้านบาทเท่ากับการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ คราวก่อน (ในกรณีที่ผู้เข้าร่วมประมูลมีจำนวนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 ราย) ซึ่งวิธีนี้ จะเป็นการประมูลแข่งขันที่จะเป็นการกำหนดมูลค่าคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ตซ ชุดที่ 1 ที่แท้จริงและไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ 

นอกจากนั้น ดีแทค ไตรเน็ต ขอเสนอให้ กสทช. จัดให้การรับฟังความเห็นสาธารณะเพื่อรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียเป็นการทั่วไปด้วย  โดยบริษัทฯ ยินดีให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ต่อ กสทช.ในการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะที่จะมีขึ้นเพื่อนำไปสู่การจัดการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ตซ ชุดที่ 1 ด้วยความสำเร็จลุล่วงด้วยดีต่อไป

ทั้งนี้ดีแทคขอชื่นชม กสทช.ในการจัดการประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ  และ 900 เมกะเฮิร์ตซ ที่ผ่านมาเพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้นสูงเป็นอย่างมาก การมีคลื่นความถี่บริการอย่างพอเพียงทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมได้ขยายประสิทธิภาพของบริการเพื่อรองรับการเติบโตได้ทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตาม เป็นที่ยอมรับว่าราคาคลื่นความถี่ทั้ง2ย่านความถี่ที่ผ่านมาสูงมากแล้วจะมีผลกระทบต่อเนื่องต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระยะยาว 

อย่างไรก็ตามการที่ผู้ชนะการประมูลไม่สามารถชำระค่าคลื่นความถี่งวดแรกรวมทั้งไม่สามารถวางหนังสือค้ำประกันค่าคลื่นความถี่ต่อ กสทช. ได้ตามกำหนดนั้น  อาจพิจารณาได้ว่าในการประมูลคลื่นความถี่ได้เกิด “ความต้องการเทียม”  ในการประมูลและเป็นปัจจัยหลักในการดันราคาการประมูลให้สูงเกินกว่าความต้องการที่แท้จริงของอุตสาหกรรม

ส่วนการประมูลคลื่นราคาที่สูงอาจจะมองได้ว่าเป็นผลดีต่อรัฐในช่วงสั้นๆ แต่อาจมีผลเสียในระยะยาวเช่นลดประสิทธิภาพในการลงทุนพัฒนาโครงข่ายของผู้ประกอบการ ลดความเชื่อมั่นของนักลงทุน เพิ่มความไม่แน่นอนขึ้นในอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่งผลให้มูลค่าตลาด  ลดลงเป็นมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท ทั้งนี้อาจจะกระทบต่อการนำไปสู่การสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และอาจกระทบต่อหลักสำคัญของความสำเร็จในการผลักดันนโยบายดิจิทัลไทยแลนด์ของรัฐบาล 

ความคิดเห็น