ส่องชีวิตวันที่มี 'โมเดล' 'วิถีคนเมืองแกลง' 'เทรนด์แรง' ต้านมลพิษ

วันอาทิตย์ ที่ 04 กรกฎาคม 2553 เวลา 0:00 น

Bookmark and Share

เดิมเมืองระยองเป็นเมืองที่มีการทำการเกษตรเป็นหลัก ต่อมาก็บูมเรื่องการท่องเที่ยว แต่ระยะหลัง ๆ ระยองกลับถูกมองว่าเป็นเมืองแห่ง  มลภาวะ-มลพิษ หลังมีการลงทุนด้านอุตสาหกรรมในระยองอย่างมากมาย จนปัจจุบันการพัฒนาเมืองต้องมุ่งเน้นเรื่องการรักษาสภาพแวดล้อมเป็นหลัก ต้องมีการบริหารจัดการเมืองในลักษณะให้ทุกคนมีส่วนร่วม เกิดความรับผิดชอบร่วมกันในการพัฒนาเมือง จนเป็นอีกวิถีชีวิตที่น่าสนใจ...

ณ พื้นที่ เมืองแกลง จ.ระยอง ทาง สมชาย จริยะเจริญ นายกเทศมนตรีเมืองแกลง ฉายภาพวิถีชีวิตใหม่ของชาวเมืองในการ 'ต้านมลพิษ' ให้ฟังว่า... หลักของการพัฒนาเมืองร่วมกันของชาวเมืองคือการรักษา แม่น้ำประแส ซึ่งเป็นแม่น้ำประจำเมืองไว้ให้ดีที่สุด และก็เรื่องการ ลดภาวะโลกร้อน ด้วยการนำขยะของเสียของเมืองมาทำให้เกิดประโยชน์ รวมถึงการมีมาตรการประหยัดพลังงานประหยัดไฟฟ้าและน้ำมัน และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองให้มากขึ้น
   
การรักษาแม่น้ำประแสให้กลับมามีสภาพที่ดี ใช้เวลาถึง 5 ปี ส่วนเรื่องการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยภาวะเศรษฐกิจของเมืองระยองมีการขยายตัวขึ้นมากพอสมควร สภาวะอากาศในเทศบาลตำบลเมืองแกลงมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น จากการที่มีการใช้รถยนต์ส่วนตัวกันเป็นจำนวนมาก ทางเทศบาลจึงได้มีการจัด ระบบขนส่งเมืองแกลง หรือ ขสมก. ขึ้นมา เพื่อบริการนักเรียนที่เดินทางไป-กลับโรงเรียน บริการรับส่งผู้สูงอายุที่จะเดินทางไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะและสนามกีฬา เพื่อเป็นการลดจำนวนการใช้รถยนต์ส่วนตัวลง ซึ่งก็เป็นทั้งการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเป็นการประหยัดน้ำมันเชิงเพลิงด้วย

หลังจากมีการนำระบบนี้มาใช้ ได้มีการสำรวจและคำนวณการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พบว่า สามารถลดก๊าซได้ถึงวันละประมาณ 33 กิโลกรัม เดือนหนึ่งก็ 99 กิโลกรัม ถ้าปีหนึ่งก็ 12,000 กิโลกรัม
   
ในส่วนของการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ทำโดยการจัดสร้างสวนสาธารณะและสนามกีฬาบนเนื้อที่กว่า 132 ไร่ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนและออกกำลังกาย ได้มีอากาศที่บริสุทธิ์ และมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง ซึ่งตรงสวนสาธารณะและสนามกีฬาแห่งนี้ ทางเทศบาลตำบลเมืองแกลงตั้งชื่อว่า โรงพยาบาลไร้หมอ ทั้งนี้ พื้นที่สีเขียวของเทศบาลตำบลเมืองแกลงในตอนนี้ ถือว่าอยู่ในอัตราส่วนที่พอดี คือมีพื้นที่ 13 ตารางเมตรต่อคน
   
ทางด้านปริมาณขยะของเสียที่ถูกทิ้งในแต่ละวัน ในเขตเทศบาลตำบลเมืองแกลงอยู่ที่ประมาณ 20 ตันต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมาก ก็มีการจัดเก็บไปไว้ในหลุมฝังกลบที่มีอยู่ 80ไร่ ผนวกด้วยแนวคิดในการพยายามหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดขยะ นำขยะไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ให้เหลือไปกำจัดที่หลุมฝังกลบให้น้อยที่สุด
   
เราใช้วิธีการไม่นำถังขยะไปตั้งไว้ตามถนนและทางเดิน เพื่อให้ทุกครัวเรือนมีหน้าที่ในการรับผิดชอบเก็บขยะของเสียที่ตัวเองก่อขึ้น และในช่วงค่ำเทศบาลจะมีรถขยะมาทำการเก็บ ซึ่งวิธีการยกเลิกการนำถังขยะไปตั้งนั้น เป็นการช่วยลดปริมาณขยะได้ และยังทำให้ถนนทางเดินดูสะอาดขึ้น ไม่มีกลิ่นรบกวนอีกด้วย
   
นายกเทศมนตรีเมืองแกลง ฉายภาพต่อไปว่า การจัดการกับขยะ ทำให้ขยะของเสียเกิดประโยชน์สูงสุดนั้น ทางเทศบาลมีการนำขยะที่เก็บมาบางส่วนมาไว้ที่ ศูนย์การเรียนรู้หรือที่เรียกว่า เมืองแกลง  คาบาน่า เพื่อทำการคัดแยกขยะ นำขยะจำพวกรีไซเคิลได้ไปขาย เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ได้อีก ส่วนขยะอินทรีย์จำพวกเศษผักเศษอาหารที่มีอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในแต่ละวัน ก็นำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง นำไปหมักทำเป็น น้ำหมักชีวภาพ ลดปริมาณขยะอินทรีย์ แล้วยังได้ปุ๋ยน้ำชั้นดี ใช้เป็นตัวย่อยขบวนการหมักปุ๋ย รวมถึงใช้ดับกลิ่นห้องน้ำ ใช้หยดท่อระบายน้ำช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุในท่อก่อนที่น้ำจะไหลลงคูคลอง
   
ขยะอีกส่วนหนึ่งก็จะนำไปหมักทำเป็น แก๊สชีวภาพส่งไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงฆ่าสัตว์ของเทศบาล เป็นการช่วยประหยัดพลังงาน ขยะที่ผ่านการย่อยสลายแล้วก็นำไปทำเป็นปุ๋ยเพิ่มแร่ธาตุให้ดินได้อีก
   
นอกจากนี้ การเลี้ยง หมูหลุมก็เป็นการกำจัดขยะอินทรีย์อีกวิธีหนึ่ง เปรียบไปแล้วเจ้าหมูหลุมก็คือ เครื่องจักรกำจัดขยะจำพวกเศษอาหาร เศษผัก จากการที่หมูหลุมกินเป็นอาหาร ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะได้เดือนละนับพันกิโลกรัม เป็น หลุมขยะที่ไม่มีวันเต็มโดยหมูที่เลี้ยงก็นำไปขายได้ และดินในหลุมก็เป็นปุ๋ยชั้นดีด้วย
   
ไม่เท่านั้น การเลี้ยง เป็ด วัว แพะ กระต่าย ก็เป็นตัวกำจัดขยะได้เป็นอย่างดี เป็นการแปรรูปขยะให้เกิดประโยชน์ มูลของมันก็สามารถนำไปทำเป็นปุ๋ย และเป็นอาหารเลี้ยงปลาได้ นอกจากนี้ การเลี้ยง ไส้เดือน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการช่วยกำจัดขยะของชาวเมืองแกลง มูลของมันทำปุ๋ยได้ และสามารถขายได้ในราคาที่ดี
   
ของเสียที่น่ากลัวอีกชนิดหนึ่งก็คือ ไขมัน ที่ถูกปล่อยออกมาจากบ้านเรือน ร้านอาหาร ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้น้ำเสีย กระทบต่อระบบนิเวศ เราจึงต้องหาวิธีการกำจัดโดยการออกเทศบัญญัติ ใครที่สร้างบ้านใหม่ต้องมีการติดตั้งระบบดักไขมันด้วย ร้านอาหาร บ้านเรือน เราจะขอความร่วมมือไม่ให้ปล่อยไขมันลงท่อน้ำ ให้มีระบบดักไขมัน เราจะต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปทำการเก็บพวกไขมันตามบ้านเรือนและร้านอาหารทุกวัน แล้วนำมาแปรรูปโดยตากแห้งแล้วอัดให้เป็นก้อนเป็นเชื้อเพลิงที่ให้ความร้อนสูง นำไปใช้ในโรงฆ่าสัตว์ของเทศบาล
   
นายกเทศมนตรีเมืองแกลงระบุ พร้อมทั้งบอกว่า จากปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในเทศบาลประมาณ  ล้านตันต่อปี เมื่อใช้วิธีการกำจัดขยะตามแผนปฏิบัติการ ก็สามารถลดปริมาณขยะได้ถึงปีละ ล้านตัน ซึ่งก็จะไม่หยุดแค่นี้แต่จะมีการหาวิธีใหม่ในการกำจัดขยะเพิ่มขึ้นมาอีก เพื่อที่จะลด ปริมาณขยะให้เหลือน้อยที่สุด

แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองนี้ จะเกิดความสำเร็จได้ก็ขึ้นอยู่กับประชาชน องค์กรต่าง ๆ กับประชาชนต้องร่วมมือกัน ทุกฝ่ายต้องมีการปรับตัว ทุกอย่างถึงจะสำเร็จ ซึ่งเทศบาลเองก่อนที่จะทำความเข้าใจกับประชาชนในชุมชน ก็จะต้องทำความเข้าใจกับตัวเราเองก่อน ต้องศึกษาหาความรู้ให้มาก จากนั้นเราถึงไปทำความเข้าใจกับชุมชน ซึ่งแม้เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา แต่ถ้าทุกคนเข้าใจ ร่วมมือกันการพัฒนาเมืองก็จะประสบความสำเร็จนายกเทศมนตรีเมืองแกลง ทิ้งท้าย
   
และจากที่ว่ามาตั้งแต่ต้นนั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งของ แกลงโมเดลเป็น วิถีชีวิตเทรนด์ใหม่ของคนเมืองแกลง จ.ระยอง เพื่อต้านมลพิษ !!.

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

สมาชิก

โฆษณา