แล้งนี้ลุ่มเจ้าพระยามีนํ้าพอปลูกข้าว 2.9 ล้านไร่

กรมชลประทานจะเริ่มทำการส่งน้ำตามแผนดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 เป็นต้นไป ทั้งนี้จะมีการติดตามการปลูกพืชของเกษตรกรให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยากรมชลประทาน เปิดเผยว่า พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยามีเขื่อนสำคัญที่จะพิจารณาเพื่อจะจัดสรรน้ำให้ในฤดูแล้งปี 2556 และ 2557 ทั้งสิ้น 4 แห่ง แต่ละแห่งมีปริมาณน้ำ (ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2556) ดังนี้ เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำร้อยละ 52 มีน้ำใช้การได้ 3,145 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เขื่อนสิริกิติ์ร้อยละ 62 มีน้ำใช้การได้ 3,057 ล้านลบ.ม. เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนร้อยละ 96 มีน้ำใช้การได้ 856 ล้านลบ.ม. และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ร้อยละ 100 มีน้ำใช้การได้ 960 ล้านลบ.ม.

“พยากรณ์ไว้ว่า ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 จะมีแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อใช้ในหน้าแล้งประมาณ 8,900 ล้านลบ.ม. ประกอบด้วยเขื่อนภูมิพล 3,200 ล้านลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ 3,000 ล้านลบ.ม. เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 850 ล้านลบ.ม. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 850 ล้านลบ.ม. และผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลองมาอีก 1,000 ล้านลบ.ม. ซึ่งน้ำจำนวนนี้จะนำมาใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2557 โดยแบ่งเพื่อการอุปโภค บริโภค รักษาระบบนิเวศ 3,000 ล้านลบ.ม. ใช้เพื่อการสำรองไว้ใช้ต้นฤดูฝนปีหน้า 3,000 ล้านลบ.ม. ใช้เพื่อการเกษตร 2,900 ล้านลบ.ม. ซึ่งจะใช้เพาะปลูกพืชในลุ่มเจ้าพระยาได้ 2.9 ล้านไร่ แบ่งเป็นในเขตชลประทาน 2.4 ล้านไร่ และนอกเขตชลประทาน 5 แสนไร่” ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าว

ดร.ทองเปลว เปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่า กรมชลประทานจะเริ่มทำการส่งน้ำตามแผนดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 เป็นต้นไป ทั้งนี้จะมีการติดตามการปลูกพืชของเกษตรกรให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ โดยคณะทำงานวางแผนการปลูกพืชฤดูแล้งซึ่งมีอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นประธาน ร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำแผนการปลูกพืชฤดูแล้งเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ติดตามป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยวพืชฤดูแล้ง.

ความคิดเห็น