รวบแก๊งค้ามนุษย์ลอบขนชาวเขมร 30 คนส่งทำงานก่อสร้างพื้นที่ กทม.

กกล.บูรพาร่วมกับ ตม.สระแก้ว ไล่ล่าแก๊งค้ามนุษย์ลอบขนชาวเขมร 30 คน จากชายแดน อ.อรัญประเทศ จะนำไปส่งทำงานก่อสร้างใน กทม. และไปใต้ ชาวเขมรไปใต้สารภาพจ่ายค่าหัวคนละ6,500 บาท

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.เวลา 03.00น.พล.ต.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผบ.กกล.บูรพา (ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา) รับรายงานจากชุดปฎิบัติการข่าว (ชปข.) ว่าจะมีการลักลอบนำเอาแรงงานเถื่อนชาวเขมรข้ามชายแดนบริเวณบ้านโคกสะแบง ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้วเพื่อจะเดินทางไปทำงานชายแดนภาคใต้ จึงได้สั่งการให้ พ.อ.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รอง.ผบ.กกล.บูรพา พ.อ.วิชิต มีคุณสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่12 นำกำลัง จนท.จำนวนหนึ่งออกทำการลาดตระเวนบนถนนศรีเพ็ญซึ่งเป็นถนนเลียบแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ ต.ท่าข้าม และ ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อทำการสกัดกั้นและจับกุมแก๊งนำพาแรงงานเถื่อนข้ามชายแดนอย่างเข้มงวดพร้อมทั้งให้ประสานไปยัง พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ให้ส่งกำลัง จนท.เข้าร่วมทำการลาดตระเวณและจับกุมด้วย

ต่อมาขณะ จนท.ชุดดังกล่าวทำการลาดตระเวนมาถึงบริเวณสายแยกบ้านโคกสะแบงหมู่ 5 ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้วพบรถยนต์ตู้ ยี่ห้อ โตโยต้า หมายเลขทะเบียน ฮม-4976 กทม.สีบรอนซ์ มาวิ่งออกมาจากบ้านโคกสะแบง ซึ่งตรงกับที่ชุดปฏิบัติการข่าวแจ้งมา และอยู่ห่างจากชายแดนไทย-กัมพูชาประมาณ 1 กม.  จนท.จึงแสดงตัวส่งสัญญาณให้รถยนต์ดังกล่าวหยุดเพื่อขอตรวจสอบแต่คนขับรถยนต์ตู้ดังกล่าวกลับเร่งเครื่องยนต์วิ่งหลบหนีมุ่งหน้าเข้าสู่เขตเทศบาลเมืองอรัญประเทศด้วยความเร็วสูง จนท.จึงใช้รถยนต์ออกไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด พร้อมทั้งได้ประสานไปยังจนท.ทหารประจำด่านตรวจ กกล.บูรพา(ด่านหนองกุง) ซึ่งอยู่ในพื้นที่บ้านหนองกุง ต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เพื่อให้ทำการสกัดจับรถยนต์ตู้ดังกล่าวด้วยจนกระทั้งรถยนต์ตู้ดังกล่าววิ่งมาถึงด่านตรวจ กกล.บูรพา โดยมีทีม จนท.ขับรถยนต์ไล่ปะกบมาด้านหลังเพื่อป้องกันไม่ให้รถยนต์ต้องสงสัยหลบหนีออกนอกเส้นทางขณะเดียวกัน จนท.ประจำด่าน กกล.บูรพา ได้ใช้เครื่องมือกรีดขวางรถ(หนามเหล็ก)วางดักรถไว้ทุกช่องจราจรเพื่อไม่ให้รถยนต์ตู้วิ่งข้ามไปได้ และสามารถสกัดจับรถยนต์ตู้ได้ในเวลาต่อมา

จากการตรวจสอบภายในรถยนต์ตู่ดังกล่าวพบนายนิวัตน์ จันทร์ประเสริฐ อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 40/7 ต.สามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม เป็นคนขับ และพบแรงงานเขมรนั่งเบียดเสียดอัดแน่นกันอยู่ภายในรถยนต์ตู้ทั้งหมดจำนวน 30 คน แยกเป็นชาย 25 คน และหญิงจำนวน 5 คน  ตรวจสอบแรงงานเขมรทั้งหมดไม่มีเอกสารอนุญาตเดินทางเข้าประเทศแต่อย่างใด และจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่ารถยนต์ตู้คันดังกล่าวได้ดัดแปลงโดยถอดเบาะนั่งของผู้โดยสารออกหมดจึงทำให้สามารถบรรทุกแรงงานได้ถึง 30 คน นอกจากนั้นยังเป็นการช่วยอำพรางไม่ให้เจ้าหน้าที่มองไม่เห็นแรงงานเขมรที่นั่งมาภายในรถยนต์ตู้อีกด้วย จนท.จึงทำการควบคุมตัวนายนิวัตน์ พร้อมกับแรงงานเขมรทั้งหมดมาสอบสวนที่ มว.ระวังป้องกัน กกล.บูรพา

ซึ่งจากการสอบสวนนายนิวัตน์ยอมรับสารภาพว่า ตนเป็นเพียงคนรับจ้างขับรถยนต์ตู้บรรทุกแรงงานชาวกัมพูชามาจากบ้านโคกสะแบงหมู่ 5 เพื่อจะนำแรงงานทั้งหมด30 คน ไปส่งที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทราจากนั้นจะมีพรรคพวกนำรถยนต์ตู้มารับแรงงานชาวเขมรจำนวน 20 คนไปส่งทำงานก่อสร้างในเขต กทม. และอีกจำนวน 10 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเขมรมุสลิมจะนำไปส่งที่ จ.สงขลาโดยจะได้รับค่าจ้างจำนวน 2,500 บาทต่อเที่ยวทำมาแล้วหลายครั้ง 

ส่วนนายดาว ปะคน อายุ 28 ปีชาวเขมรที่สามารถพูดภาษาไทยได้อย่างชัดเจน และเป็นหัวหน้าชุดนำแรงงานเขมรข้ามชายแดนสารภาพว่าจะนำแรงงานชาวเขมรจำนวน 20 คน ไปส่งทำงานก่อสร้างในเขตพื้นที่ กทม. โดยแรงงานชาวเขมรจำนวน 20 คนได้จ่ายเงินค่าลักลอบข้ามชายแดนและเดินทางไปทำงานในพื้นที่ กทม. คนละ 1,600 บาทส่วนแรงงานชาวเขมรที่จะนำไปส่งทำงานในพื้นที่ จ.สงขลาจะต้องจ่ายเงินค่าลักลอบข้ามชายแดนและเดินทางไปทำงานในพื้นที่ จ.สงขลา คนละ 6,500 บาทหลังจากสอบสวนเสร็จ จนท. ได้นำตัวนายนิวัตน์ฯพร้อมแรงงานทั้งหมดจำนวน 30 คน ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.วัฒนานคร ดำเนินคดีในข้อหาค้ามนุษย์ต่อไป

ความคิดเห็น