สถานการณ์ร้อน

เก้าอี้ปธ.วุฒิสภาดุกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

การประชุมวุฒิสภาเพื่อเลือกประธานวุฒิสภาคนใหม่นั้นเป็นประเด็นไม่น่าสนใจเท่ากับการแข่งขันกันเพื่อทำหน้าที่ประธานวุฒิ สภา ซึ่งวันนี้ชัดเจนว่าเป็นการ “สู้กัน” ระหว่าง ส.ว.สายสรรหา กับ ส.ว.สายเลือกตั้ง

เป็นที่ชัดเจนว่าในวันที่ 9 พ.ค. นี้ จะมีการประชุมวุฒิสภา โดยมีวาระสำคัญ นั่นคือ การเลือกประธานวุฒิสภาคนใหม่

แม้วันนี้จะมีเสียงจากภายนอกเล็ดลอดออกมาว่า “ไม่สามารถทำได้” เพราะไม่ได้เป็นสิ่งที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาเรียก สมัยประชุมวิสามัญ (พ.ร.ฎ.) ที่กำหนดกรอบให้วุฒิสภาดำเนินการได้เพียงเรื่องที่กำหนดไว้เท่า นั้น ขณะที่ “คนวงใน” เสียงส่วนใหญ่ของ ส.ว. ทั้งหมด 150 คน ยืนยันว่าเป็น “กิจการภายใน” ที่สามารถทำได้

การประชุมวุฒิสภาเพื่อเลือกประธานวุฒิสภาคนใหม่นั้นเป็นประเด็นไม่น่าสนใจเท่ากับการแข่งขันกันเพื่อทำหน้าที่ประธานวุฒิ สภา ซึ่งวันนี้ชัดเจนว่าเป็นการ “สู้กัน” ระหว่าง ส.ว.สายสรรหา กับ ส.ว.สายเลือกตั้ง

สายสรรหา นั้น “ใจเดียว” คือสนับสนุน สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว.สรรหา ขณะที่สายเลือกตั้ง ยังไม่ “ตกผลึก” ว่า จะเป็นใครระหว่าง จองชัย เที่ยงธรรม ส.ว.สุพรรณบุรี กับ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ ส.ว.สรรหา

เดิมทีมีข่าวยืนยันออกมาว่า ส.ว.เลือกตั้ง หวังจะผลักดัน จองชัย แต่ทำไปทำมา ดูจะไม่เป็นที่ยอมรับเท่าที่ควร แม้จะมีภาพของความเป็น “มือประสาน” แต่ในความเป็น “มือประสาน” ก็กลายเป็นจุดอ่อนด้วยเช่นกัน

พล.ต.อ.จงรัก ส.ว.สรรหา สายข้าราชการตำรวจจึงเป็น “ทางเลือก” ใหม่ที่ถูกโยนออกมา

ว่ากันว่างานนี้ แม้จะถูกมองว่าเป็น “กิจการภายใน” แต่การเลือกประธานวุฒิสภาครั้งนี้มีฝ่ายการเมือง “ระดับชาติ” เข้ามามีส่วน “ชี้นำ” อย่างสูงยิ่ง

ว่ากันว่ามีระดับ “เจ๊คนดัง” พร้อมแกนนำของพรรคการเมืองใหญ่เข้ามาร่วมบริหารจัด การ ผ่าน ส.ว.เลือกตั้ง ที่อยู่ในเครือข่าย

งานนี้ไม่ใช่แค่มีเก้าอี้ประธานวุฒิสภาเท่านั้น ยังมีเก้าอี้ประธานกรรมาธิการที่รอ “จัด สรร” กันใหม่ รวมไปถึง “ปัจจัยสำคัญ” เพื่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ เข้ามาเกี่ยวข้อง

แต่นั่นก็ยังไม่พอ ล่าสุดเริ่มมีปรากฏ

ข่าวว่า ได้มีการอ้างความสัมพันธ์กับ “บุคคลระดับสูง” เพื่อหวังจะโน้มใจให้บรรดา ส.ว. ที่มีส่วนหนึ่งลังเลใจให้ “เร่ง” ตัดสินใจโดยเร็ว

เหตุที่การชิงเก้าอี้ประธานวุฒิสภาครั้ง

นี้ “ดุเดือด” ด้วยเหตุผลว่า ตำแหน่งนี้จะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ทาง การเมืองหากเกิด “สุญญากาศ” ด้วยเพราะวุฒิสภาเป็นองค์กรเดียวทางนิติบัญญัติที่เหลืออยู่

ฉะนั้นการเลือกประธานวุฒิสภาครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่จะมาทำหน้าที่ประธาน แต่ตำแหน่งดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญในการช่วยคลี่คลายสถาน การณ์ทางการเมือง

สำคัญหรือไม่สำคัญก็คิดดูแล้วกันว่า มีการ “อ้างในเรื่องที่ไม่ควร” มาอ้างเพื่อชิงความได้เปรียบ ชนิดที่ไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมาทั้งนั้น

การเลือกตั้งเก้าอี้ประธานวุฒิสภารอบนี้จึงเข้มข้นด้วยประการทั้งปวง เผลอ ๆ เลือกกันแล้ว อาจจะไม่จบด้วยซ้ำ เพราะเดิมพันสูง แพ้พ่ายไม่ได้เด็ดขาด.

ดูเนื้อหาในคอลัมน์ทั้งหมด