สนช.รับร่างก.ม.ใช้เครื่องติดตามผู้ต้องหาแทนจำคุก

สนช.รับร่างกฎหมายเปิดช่องใช้เครื่อง"อีเอ็ม"ติดตามผู้ต้องหาหรือจำเลยช่วงประกันตัว แทนจำคุก ป้องกันการหลบหนี-แก้ปัญหาคนล้นคุก

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่รัฐสภา  ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพีระศักดิ์ พอจิตรองประธาน สนช. คนที่ 2  เป็นประธาน ได้มติรับหลักการร่างพ.ร.บ.ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในวาระที่ 1 ด้วยคะแนน 171 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา

ทั้งนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจง หลักการและเหตุผลว่า เป็นการเสนอให้มีการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรืออีเอ็ม (Electronic Monitoring - EM) เพื่อรองรับในอนาคตเพื่อติดตามหรือจำกัดการเดินทางของผู้ถูกปล่อยตัวชั่วคราว โดยอุปกรณ์เป็นสายรัดลักษาณะคล้ายนาฬิกาข้อมือได้ถูกพัฒนาขึ้นใช้กับนักโทษหรือผู้ต้องขังตามคำพิพากษา ซึ่งปัจจุบัน กรมควบคุมการประพฤติได้ใช้อุปกรณ์ดังกล่าวกว่า 3,000 เครื่อง จึงได้เสนอให้นำมาปรับใช้กับผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้รับการประกันตัวให้ปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อห้ามไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับพยาน และเพื่อสามารถติดตามจับกุมตัวหากเกิดการหลบหนี ซึ่งยอมรับว่าเกิดความไม่สะดวกแก่ผู้ใช้งาน จึงต้องอาศัยความยินยอมบังคับตามกฎหมาย โดยมีเงื่อนไขที่ศาลหรือเจ้าหน้าที่เห็นควรว่าต้องใช้ หรือผู้ต้องหาจำเลยได้ยินยอม แต่หากมีการพยายามทำลายหรือส่อเจตนาทำลาย ก็ให้สันนิษฐานว่าส่อเจตนาหลบหนีและมีผลให้ศาลสามารถริบเงินประกันตัวแล้วเรียกตัวกลับเข้ามาคุมขังได้  นอกจากนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวยังจะช่วยแก้ปัญหาการเรียกเงินประกันเกินสมควรหากยินยอมให้มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวและเพื่อลดปัญหาผู้ยากจนไม่มีเงินประกันตัวจนกลายเป็นผู้ยากจนถูกควบคุมตัวทุกกรณีไปและเสียโอกาสได้รับการปล่อยตัวในที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิก สนช.ได้อภิปรายสนับสนุนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ว่าเพื่อลดปัญหานักโทษล้นคุก และผู้ต้องหาสามารถที่มีภาระครอบครัวสามารถกลับมาดูแลครอบครัวได้ อีกทั้งยังเป็นการลดจำนวนผู้ต้องหาล้นคุกได้ ขณะเดียวกันมีข้อห่วงใยว่าจะใช้กับบุคคลประเภทใด รวมถึงถ้าใช้กับเด็กและเยาวชน จะไม่เหมาะสม และหากใช้เครื่องนี้ติดกับผู้ต้องหาที่ถูกปล่อยตัวชั่วคราว ก็จะกลายเป็นการประจานบุคคล นอกจากนี้จะเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือไม่  

โดยนายวิษณุ ชี้แจงอีกครั้งว่า อุปกรณ์อีเอ็มนี้ใช้เฉพาะการติดตามตัวผู้ต้องหาเท่านั้นว่าอยู่ที่สถานที่ใด ไม่ได้ดูผู้ต้องหาทุกวินาที หากผู้ต้องหาทำลายหรือปลดอีเอ็มออก ก็จะรู้ทันทีว่าผู้ต้องหาหลบหนี  ส่วนที่กังวลว่าจะเป็นการประจานนั้น อุปกรณ์นี้ในร่างพ.ร.บ.เขียนว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวหรืออุปกรณ์อื่นใดสามารถถูกปรับเปลี่ยนพัฒนารูปทรงของอุปกรณ์ให้ทันสมัยและมีขนาดเล็กลงได้ จนไม่เป็นที่สังเกตได้ว่าเป็นอุปกรณ์ตามตัวผู้ต้องหา แต่หลักการสำคัญคือการใช้อุปกรณ์นี้ผู้ต้องหาต้องยินยอม.