อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ซัดรัฐบาลเลือกตั้ง ไม่กล้าจัดการสางปัญหา 'รุกป่า'

'ดำรงค์ พิเดช'แฉผืนป่าหาย เพราะมนุษย์-นโยบายผ่อนผันบุกรุกป่า ซัดรัฐบาลเลือกตั้ง ไม่กล้าจัดการ หวั่นเสียคะแนน แนะตั้งกรรมการกลาง จัดการให้คนอยู่รวมกับป่าได้แบบมีกติกาชัดเจน อาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2558 เวลา 06.03 น.

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ร้านรูทการ์เด้น ทองหล่อ มีการจัดเสวนา รูททอล์กแอนด์มิวสิค หัวข้อ “คน...ป่า : เราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร?”  โดยมีนายประยงค์ ดอกลำไย ที่ปรึกษากลุ่มขบวนประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม และนายดำรงค์ พิเดช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และหัวหน้าพรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย เข้าร่วมเสวนา นายดำรง กล่าวว่า ตามกฎหมายพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธินั้นคือป่า เหตที่พื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์หายไป คือมนุษย์เข้าไปอยู่ ไม่สามารถควบคุมการอพยพได้ ทุกวันนี้ที่จำกัด ประเทศไทยขยายไม่ได้ มีชนกลุ่มน้อยอพยพเข้าในประเทศมากขึ้น การทำลายป่าตั้งแต่อดีต มาจากนโยบายตั้งแต่ปี 2518 มีการผ่อนผันการบุกรุกป่าสงวน รวมถึงมติ ครม. 30 มิ.ย.2541 ที่ระบุว่าหากอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ที่ล่อแหลม ต้องย้ายมาอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมซึ่งรัฐต้องเยียวยา แต่ผ่านมาการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่เคยมีการจัดการ เพราะกลัวเสียคะแนนเสียง ทุกวันนี้ยังตกลงกันไม่ได้ ไม่มีการจับกุม และยังไม่มีงบประมาณพอที่จะเยียวยา ดังนั้นการที่คนจะอยู่ในพื้นที่ป่าได้ ต้องมีกรรมการกลางในการควบคุม มีการประกาศกฎหมาย สำหรับพื้นที่ล่อแหลมดูแลได้ แต่ต้องมีการทำสัญญา หรือข้อตกลงระหว่างรัฐกับชาวบ้าน มีการตรวจสอบทุกปี  

ด้านนายประยงค์ กล่าวว่า ตนเห็นว่าสำหรับชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ สามารถอยู่ได้โดยมีการบริหารจัดการที่ถูกต้อง และขอยืนยันว่าไม่ใช่ทุกชุมชนที่อยู่ในป่าแล้วทำลายป่า คนที่เคลื่อนย้ายอยู่คือความล้มเหลวของการบริหารจัดการชนกลุ่มน้อย ไม่ใช่เป็นชาวไทภูเขา แต่เป็นแรงงานต่างด้าว ซึ่งเราต้องมีมาตรการในการสนับสนุน การแก้ไขปัญหาคนบุกรุกป่า ต้องเกิดการกระจายที่ดินทำกินต้องมีการกระจายการถือครอง ใช้มาตราการอัตราภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า แล้วทำธนาคารที่ดิน ทั้งนี้เราให้โอกาสชาวบ้านโดยไม่ต้องทวงคืน  ต้องสร้างความเข้าใจ ไม่ใช่ใช้อำนาจเข้าไปจับกุมเพื่อทวงคืนผืนป่า แต่หากเรากำหนดว่าอยากได้ป่าคืนต้องมีการทำความเข้าใจกับชาวบ้าน อาจจะให้ชาวบ้านเป็นผู้ดูแลรักษา หรือมีเจ้าภาพในการจัดการ

“การแก้ไขปัญหาที่ดิน มีทั้งชุมชนที่ดูแลจัดการได้ ซึ่งควรได้รับการสนับสนุน แต่ชุมชนที่ยังจัดการไม่ได้ต้องให้โอกาส แต่ชุมชนที่สร้างผลกระทบต้องถูกจัดการ เราทุกคนล้วนมีส่วนร่วมสนับสนุนและทำลายทรัพยากรทั้งสิ้น สุดท้ายทุกคนต้องมีความร่วมมือภายใต้กติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับ จะเป็นทางออกที่ดีของป่า “นายประยงค์ กล่าว.

 

จำนวนคนอ่าน 8,134 คน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 441