อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 กันยายน 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 กันยายน 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เครือข่ายสุขภาพฯ หวั่นนอมินีธุรกิจบาปแทรกแซง สสส.

"ปิยะสกล"ยันไม่มีกระบวนการล้ม สสส. คาดประชุมบอร์ด 15 ม.ค. ตั้งคนใหม่แทน ด้าน "หมอวิชัย"แฉ คตร.ยังไม่มีการปลดล็อกให้จริง ส่วนเครือข่ายสุขภาพฯ ระบุคำสั่ง ม.44 มีเงื่อนงำ จับตาสรรหากรรมการใหม่ หวั่นนอมินีธุรกิจบาปแทรกแซง ศุกร์ที่ 8 มกราคม 2559 เวลา 08.05 น.

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ในฐานะรองประธานคนที่ 1 ในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (บอร์ดสสส.) กล่าวถึงคำสั่งตาม ม.44 ปลด 7 กรรมการผู้ทรงวุฒิฯ สสส. โดยให้เหตุผลมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ว่า เรื่องนี้ไม่มีการล้ม สสส.แน่นอน และตนไม่เห็นมีภาพแบบนั้น ยืนยันว่าคณะกรรมการไม่เคยคิดล้ม สสส. เนื่องจากโครงการจำนวนมากเป็นสิ่งที่ดี คาดว่าในวันที่ 15 ม.ค.นี้ จะเปิดประชุมบอร์ด สสส.ได้ แม้ว่าจะขาดบอร์ดไป 7 คน แต่ถือว่าครบองค์ประกอบ โดยจะมีการพิจารณาเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาบอร์ด สสส.ส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิแทนผู้ที่พ้นจากตำแหน่ง และจะรับรองระเบียบข้อบังคับทั้ง 26 ฉบับที่มีการแก้ไขปรับปรุงเพื่อบังคับใช้ต่อไป จะทำให้โครงการต่างๆ ที่ทำถูกต้อง และดำเนินการต่อไปได้ ส่วนที่ภาคประชาชนจะเคลื่อนไหวในวันที่ 11 ม.ค.นั้น ตนไม่กังวล เพราะการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องเป็นผู้ที่มีทั้งคุณวุฒิและไม่ขัดต่อระเบียบข้อบังคับ เชื่อว่าภาคประชาสังคมทุกคนพร้อมช่วยกันทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศ

ด้านนพ.วิชัย โชควิวัฒน  อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และรองประธานคนที่ 2 สสส. กล่าวว่า กระบวนการจ้องล้ม สสส. ไม่ได้ทำอย่างเปิดเผย เห็นชัดจากกรณีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเมื่อกลางปีก่อน มีการปิดห้องจัดทำร่าง ทำกันอย่างลับ ๆ โดยไปเขียนในมาตราหนึ่งว่า ไม่ให้ส่งเงินภาษีมาที่ สสส. โดยตรง เรื่องนี้สามารถตรวจสอบได้ และเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องสืบค้นข้อมูล ตนเป็นประชาชนที่ให้เบาะแสเท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะมีคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่ออะไร ส่วนที่คตร.บอกว่าปลดล็อกการใช้งบ สสส.นั้น ต้องมาดูว่าปลดล็อกจริงหรือไม่ ปลดล็อกเรื่องอะไรบ้าง

นายวันชัย บุญประชา เลขานุการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว หนึ่งในเครือข่าย ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน กล่าวว่า การใช้ม. 44 ปลด 7 ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นเรื่องที่ร้ายแรง ไม่ใช่อำนาจปกติ และเนื่องจากไม่เห็นความผิด กฎหมายเปิดช่องในเรื่องการรับทุน และการเป็นกรรมการได้ อีกทั้งในข้อเท็จจริง บางคนเพิ่งออกจากมูลนิธิที่เคยรับทุนจาก สสส.ตั้งแต่ปี 2551 เพิ่งเข้ามาเป็นกรรมการสสส.ปี 2557 แล้วมาบอกว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งหมด เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุผล เวลาก็ไม่สอดคล้องกัน ทำให้มองว่าเป็นเรื่องผิดปกติมาก และกลายเป็นการสงสัย ถ้าไม่มีเงื่อนงำอะไรก็ถือว่าเป็นสิ่งผิดพลาดในการคัดกรองข้อมูลของระบบราชการ คตร. สตง. ทำข้อมูลผิดพลาดแล้วชงให้ผู้มีอำนาจดำเนินการ เป็นข้อมูลเท็จ แต่เจตนาหรือเปล่านั้นตนไม่ทราบ ส่วนเบื้องลึกเบื้องหลังมีการตั้งข้อสังเกตว่ามาจากกลุ่มทุนที่เสียผลประโยชน์จากการที่ สสส.รณรงค์เรื่องลด ละ เลิกเหล้า บุหรี่ที่ได้ผลดีมาก หรือไม่ หรืออยากจะปรับเปลี่ยนให้มีการบริหารงานในระบบราชการ ทั้ง ๆ ที่การเกิดองค์กรแบบ สสส.ขึ้นมา เพราะต้องการปฏิรูปประเทศหลังจากที่ระบบราชการไม่สามารถทำได้ ต่อจากนี้จะต้องดูกระบวนการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคนใหม่ ซึ่งต้องเป็นระบบที่เปิดให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม มีการรับสมัครอย่างกว้างขวาง และมีกระบวนการคัดเลือกอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่ยัดไส้เอาคนของตัวเองเข้ามา

ขณะที่นายคำรณ ชูเดชา  เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจแอลกอฮอล์ หนึ่งในเครือข่ายฯ กล่าวว่า ตอนนี้ยังต้องจับตาประเด็นเรื่องการสรรหาบอร์ด สสส. และผู้จัดการ สสส.ที่กำลังจะแต่งตั้ง ซึ่งจะมีการสรุปแนวทางที่จะดำเนินการต่อไปเพื่อไม่ให้คนที่เป็นนอมินีของธุรกิจที่เสียประโยชน์จากการทำงานของ สสส. หรือคนที่มีแนวคิดเป็นปฏิปักษ์ต่อการทำงานของ สสส. เข้ามาอยู่ในบอร์ด ส่วนตำแหน่งผู้จัดการ สสส.นั้น ผู้ที่จะมาทำงานควรต้องเป็นคนที่เข้าใจการทำงานของภาคประชาสังคม ส่วนการหารือของเครือข่ายฯ ต่อจากนี้คือประเด็นการตีความของกรมสรรพากรว่า​​องค์กรเอกชนที่ไปขอรับเงินสนับสนุนจาก สสส. จะต้องถูกประเมินภาษีด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องมีการแก้ไขต่อไป เพราะองค์กรภาคเอกชนที่รับทุนจาก สสส.นั้น ไม่ได้ทำเพื่อหากำไร.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 711