อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 กรกฎาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 กรกฎาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

บิ๊กจิ๋วเตือนคสช.เจอก้อนอิฐ แนะ'คืนอำนาจ-จัดเลือกตั้ง'

"บิ๊กจิ๋ว"ทำจม.เปิดผนึก เตือนรัฐบาล-คสช.ระวังมาด้วยดอกไม้ แต่ไปด้วยก้อนอิฐ จี้คืนอำนาจให้ปชช. ย้ำร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่หน้าที่ของทหาร แนะจัดเลือกตั้งในปี 59 ปูดข่าว "ไอซิส" แฝงตัวภาคใต้ พฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 01.21 น.

วันที่ 25 ก.พ. ที่บ้านพัก ซ.ปิ่นประภาคม จ.นนทบุรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดบ้านแถลงข่าว พร้อมทำจดหมายเปิดผนึกถึงประชาชนชาวไทยผู้รักชาติ ระบุว่า นับตั้งแต่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาสาเข้ามาแก้ไขปัญหาของชาติและความขัดแย้งของบ้านเมืองตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 สามารถระงับยับยั้งความขัดแย้งได้ในระดับหนึ่ง แต่จากการบริหารงานมาครบ 2 ปี ปรากฏว่าแนวทางที่รัฐบาล คสช.กำลังดำเนินการกลับมีแนวโน้มนำไปสู่ความขัดแย้งในบ้านเมืองยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องปัญหาเศรษฐกิจที่ประชาชนเดือดร้อน เศรษฐกิจเข้าสู่ยุคเงินฝืด ประชาชนขาดกำลังซื้อ การส่งออกลดลงอย่างรุนแรง

จดหมายเปิดผนึกยังระบุถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ว่า ได้รับการต่อต้านจากหลายภาคส่วนมากยิ่งขึ้น โครงสร้างและเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย ที่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง และยังถอยหลังเข้าคลองหลายสิบปี ทั้งนี้ร่างดังกล่าวอยู่ระหว่างการปรับปรุงก่อนไปสู่ขั้นตอนการจัดทำประชามติ มีข่าวว่ารัฐบาลพยายามทุกวิถีทางผลักดันเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติให้ได้ ขณะเดียวกันภาคประชาชนก็มีเครือข่ายเตรียมการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ และไม่ให้ประชามติครั้งนี้ผ่านไปได้ จากประสบการณ์ในชีวิตของข้าพเจ้าที่ได้มีส่วนเข้าไปแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศช่วงที่ผ่านมา เชื่อได้ว่าเป็นการยากที่ คสช. และรัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และรุมเร้าอยู่ได้ และทราบว่าเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา ผู้ช่วยเลขาธิการใหญ่องค์กรสหประชาชาติ ฝ่ายการเมืองและคณะ ได้เดินทางมาประเทศไทย เพื่อติดตามสถานการณ์ทางการเมือง โดยหวังให้ไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย

จดหมายเปิดผนึก ระบุด้วยว่า จากปัญหาที่ซับซ้อนดังกล่าว การเสียสละอำนาจของ คสช. ถ้าไม่เกิดขึ้นโดยเร็วก็ยากที่จะขจัดปัญหาให้หมดสิ้น ซึ่งจะตกเป็นภาระแก่ชนรุ่นหลัง ในฐานะนายทหารรุ่นพี่ขอร้อง คสช.ไตร่ตรองปัญหาประเทศ โดยเมื่อท่านได้ทำหน้าที่รักษาความสงบของบ้านเมืองแล้วก็ควรจะเสียสละอำนาจส่งต่อภาระหน้าที่ให้กับคณะกรรมการกลาง ที่จะมาจากภาคส่วนต่างๆ ร่วมกันบริหารจัดการให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ภายในปี 2559 เพื่อให้ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

จากนั้น พล.อ.ชวลิต ให้สัมภาษณ์ถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ว่า ตนกับนายมีชัย และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยทำงานร่วมกันมา ไม่ทราบว่าจะผ่านหรือไม่ แต่ขอให้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นฉบับที่ดีที่สุดไม่ถูกฉีกอีก ทั้งนี้ขอให้นายมีชัย ยืนอยู่บนแนวทางที่ถูกต้อง อย่าต้องถึงขั้นรับคำสั่งโดยตรง เมื่อถามต่อว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้รับคำสั่งจาก คสช.​เพื่อให้ประชามติผ่านหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา แต่ตนอยากให้ทหารถอนตัว เพราะไม่ใช่หน้าที่ของทหาร ส่วนคสช.จะอยู่ต่อช่วงเปลี่ยนผ่านไปอีก 5 ปีนั้น พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า จะเป็นไปได้อย่างไร บอกหลายทีแล้วว่า คสช. มีภาระหน้าที่แค่ไหน ท่านเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเท่านั้น มีหน้าที่เท่านี้ จะขออยู่ต่ออีก 5 ปีได้อย่างไร แค่ 5 เดือนก็ไม่ไหว เพราะตลอด 2 ปีที่บริหารประเทศก็เห็นแล้วว่าเป็นอย่างไร ยิ่งมีการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ยิ่งเป็นไปไม่ได้ ถ้าคสช.อยู่ต่อ อาจจะเหมือนอดีตรัฐบาลที่ผ่านมา ที่เข้ามาได้ดอกไม้ พอออกไปได้รับก้อนอิฐ

เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึงนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า อยากให้คนไทยมีงานทำ เอาของไปขายต่างประเทศ ทำเป็นรถเข็นใช้ชื่อ รถจันทร์โอชา ตามเมืองต่างๆ ที่บริโภคข้าวไทย ซึ่งจะทำให้คนรู้จักประเทศไทยมากขึ้น โดยนำสินค้าโอทอปไปขายด้วย คนไทยจะได้ไม่ตกงาน

นอกจากนี้พล.อ.ชวลิต ยังแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ที่มีกลุ่มก่อการร้ายเข้ามามีอิทธิพลในอาเซียน โดยระบุว่า ขณะนี้ในพื้นที่ภาคใต้มีองค์กรชื่อว่า แบล็กสวอน หรือ เหยี่ยวดำ เกิดขึ้น ทราบว่าเป็นของกลุ่มไอซิส ไม่รู้ว่ารัฐบาลทราบหรือยัง แต่อยากให้รัฐบาลดูแลการข่าวให้เข้มกว่านี้ เพราะว่าขณะนี้รูปแบบการขัดแย้งในภาคใต้มีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นรัฐบาลก็ต้องเปลี่ยนวิธีรับมือด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเปิดบ้านแถลงข่าวครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ทั้งในและนอกเครื่องแบบ ประมาณ 10 นาย เดินทางมาสังเกตการณ์ด้วย แต่ไม่มีทหารเดินทางมา และบันทึกภาพเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา.

จำนวนคนอ่าน 7,093 คน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 618