“อารักษ์” มั่นใจ “ไทยแลนด์ไนท์” เรียกความเชื่อมั่นต่างชาติ

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม 2555 เวลา 16:58 น.

เมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่เมืองดาวอส สหพันธ์สวิส นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน ที่ร่วมประชุมประจำปี World Economic Forum (WEF) ครั้งที่ 42 ให้สัมภาษณ์ว่า ในการประชุมครั้งนี้ทางประเทศไทยได้จัดงานไทยแลนด์ไนท์ ในช่วงค่ำของวันที่ 27 ม.ค.(ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง ) งานดังกล่าวถือเป็นโอกาสใช้ประชาสัมพันธ์ ความพร้อมของไทยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังเกิดวิกฤตอุทกภัย และแสดงให้เห็นว่าไทยเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะย้ำถึงความเข้มแข็งของเศรษฐกิจไทย โดยในงานมีการโชว์ศิลปวัฒนธรรม เพื่อแสดงออกถึงความเป็นไทย รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้นักธุรกิจทราบถึงการจัดประชุม WEF on East Asia ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ในวันที่ 30 พ.ค.-  1 มิ.ย.นี้ มั่นใจว่ากิจกรรมนี้จะประสบความสำเร็จและช่วยเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติได้เป็นอย่างดี ขณะนี้มีนักธุรกิจและผู้นำที่เข้าร่วมประชุมดังกล่าวตอบรับเข้าร่วมงานแล้วมากกว่า 700 ราย ซึ่งภายในงานนายกรัฐมนตรีจะได้หารือกับนักธุรกิจและผู้นำประเทศอย่างใกล้ชิด

ด้าน นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ว่า ภายหลังเข้าร่วมประชุม WEF ครั้งที่ 42 ในเวทีที่ว่าด้วยเรื่องพลังงาน ว่า บริษัท ปตท. เป็นสมาชิกของของการประชุม WEF ทำให้ได้รับสิทธิส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุม ซึ่งในที่ประชุมได้ถกประเด็นปัญหาในหลายเรื่อง เช่น ความต้องการพลังงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยที่ประชุมต้องการหาแนวทางที่จะดำเนินการอย่างไร เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลังงาน พร้อมกับพิจารณาปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อพลังงาน เช่น สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่มีการเปลี่ยนทางการเมืองในหลายประเทศ รวมทั้งกรณีประเทศสหรัฐอเมริกาคว่ำบาตรประเทศอิหร่าน เนื่องจากมีการเปิดเผยว่าพบความพยายามทดลองระเบิดปรมาณู อย่างไรก็ตามปัจจัยทั้งหมดยอมส่งผลต่อราคาพลังงานทั่วโลก

ขณะที่ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ประชุม WEF สนใจปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรป ว่าจะมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร และเน้นพัฒนาพลังงานเพื่อเข้าถึงประชากรทั่วโลก และจากการประชุมไทยได้รับประโยชน์ในแง่ที่ผู้เข้าประชุมให้ความสำคัญในส่วนของเอเชียตะวันออกมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่มีอิทธิพลที่มีการพัฒนาทางเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ภายใต้ความร่วมมือจากกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งจะเรียกความตื่นตัวจากชาติตะวันตกได้ นอกจากนี้ยังได้พูดถึงพลังงานทดแทนที่จะต้องทำให้มีพลังงานใช้อย่างความเพียงพอในอีก 30 ปี ข้างหน้า โดยมี 3 แนวทาง 1.การบริหารความต้องการ ให้เกิดความประหยัดและใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด 2.ประเทศที่มีความพัฒนาด้านเศรษฐกิจจะต้องให้การสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนา ในเรื่องการเท่าเทียมการใช้พลังงาน 3.การใช้พลังงานให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้ง 3 เรื่องดังกล่าวเป็นแนวทางที่ประเทศไทยดำเนินการอยู่

แสดงความคิดเห็น

แบ่งปัน

จำนวนคนดู   365  ครั้ง

ผู้สนับสนุน