เปิดบันทึกประวัติศาสตร์“สมัคร”ผงาดนายกรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลของสารานุกรมเสรี http://th.wikipedia.org พบว่าในวันเดียวกันนี้ มีเหตุการณ์สำคัญทางหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศไทย คือ สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 28 ม.ค. 2551 หลังจากที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีจากการรัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดำรงตำแหน่งครบวาระตามรัฐธรรมนูญ
เหตุการณ์ครั้งนั้น นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยจะเปิดโอกาสให้ ส.ส.เสนอชื่อบุคคลมี่เหมาะสมเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยต้องมี ส.ส. รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนส.ส.ทั้งหมด หรือประมาณ 96 คน
โดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ส.ส. สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ได้เสนอชื่อ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้นนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกรัฐมนตรี
ส่วนนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ลุกขึ้นยืนแล้วเงียบไปสักครู่ ก่อนจะกล่าวว่า "นายสมัคร สุนทรเวช" นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ของดออกเสียง เช่นเดียวกับตัวนายสมัครเอง ที่ของดออกเสียง สำหรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะก็ของดออกเสียงเช่นกัน
ในระหว่างการออกเสียงอยู่นั้น นายสมัครเดินออกไปจากห้องประชุม โดยเดินไปรับประทานอาหาร สั่งข้าวกับแกงเหลือง และผัดหน่อไม้ฝรั่งใส่กุ้ง ในราคาจานละ 20 บาท โดยมีสื่อมวลชนติดตามทำข่าวอย่างใกล้ชิด ทำให้นายสมัครกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ทุกวันจะทำให้ขาดความเป็นส่วนตัว รู้สึกไม่สบายใจพร้อมยืนยันแม้จะเป็นนายกรัฐมนตรีก็จะปฏิบัติตัวตามปกติ
ต่อมา นายยงยุทธ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ประกาศผลการนับคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีว่า นายสมัคร หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้รับความเห็นชอบ 310 คะแนน ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้รับความเห็นชอบ 163 คะแนน และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรงดออกเสียง 3 คะแนน ถือได้ว่านายสมัคร สุนทรเวช ได้รับคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาแล้ว ดังนั้น นายสมัครได้รับความเห็นชอบตามมติของสภาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของประเทศไทย.
ผู้สนับสนุน




แสดงความคิดเห็น
แบ่งปัน