"นายกฯปู"ให้ความมั่นใจให้นักลงทุนในเวที WEF
วันนี้ (28 ม.ค.) เวลา10.30 น.( ตามเวลาท้องถิ่น ช้ากว่าประเทศไทย 6 ชม.) ที่เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมประจำปี World Economic Forum (WEF) ครั้งที่ 42 ได้เข้าร่วมการอภิปราย หัวข้อ “Public Private Interaction on Thailand” โดย น.ส.ยิงลักษณ์ ได้กล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า นอกจากแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคที่สำคัญ รัฐบาลยังคงยึดมั่นในการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน โดยการสร้างสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่เสรีและแข่งขันได้ รัฐบาลจะลดภาษีรายได้ของบริษัท (Corporate Income Tax) ลงเหลือร้อยละ 20 ในปีหน้า จะขจัดข้อจำกัดสำหรับบริษัทที่จะตั้งสำนักงานใหญ่ในภูมิภาค หรือ Regional Headquarters ในประเทศไทย และมีแรงงานที่มีคุณภาพ เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ดังนั้น ไทยจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจ เพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในฐานะศูนย์กลางของประชาคมอาเซียน ที่มีผู้บริโภครวมกันกว่า 600 ล้านคน นอกจากนี้ ประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 จะมีการไหลเวียนของสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานทักษะที่อิสระ และมีการไหลของทุนที่อิสระยิ่งขึ้น เหล่านี้จะได้รับการส่งเสริมจากการเชื่อมโยงภายในอาเซียนและนอกอาเซียนที่กว้างขวางยิ่งขึ้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งเมื่อปีที่ผ่านมา มีความสำคัญ และทุกภาคส่วนยอมรับผลการเลือกตั้ง แสดงให้เห็นว่าประชาชนไทยปรารถนาที่จะสร้างความปรองดอง และประชาธิปไตยที่แท้จริง รัฐบาลสนับสนุนการดำเนินงานสู่การสร้างปรองดองแห่งชาติ ยึดในนิติรัฐ และส่งเสริมความเป็นเอกภาพของสังคม ด้วยสิ่งเหล่านี้ เป็นดังพื้นฐานที่เข้มแข็งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยผลการหารือทวิภาคีระหว่างนายกรัฐมนตรี กับ นาย Syed Yusuf Raza Gilani ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิสลาม ว่า ปากีสถานต้องการให้ไทยเข้าไปลงทุนเรื่องเครื่องประดับ เพราะไทยมีประสบการณ์ที่สำคัญทั้ง 2 ประเทศจะเริ่มเดินหน้าทำเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างกัน หลังจากหยุดชะงักมาระยะหนึ่ง คาดว่าจะทำสำเร็จได้ภายในรัฐบาลชุดนี้ และต้องการให้ไทยสนับสนุนให้เกิดการเจรจาความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับปากีสถาน
ส่วนการหารือทวิภาคีระหว่างนายกรัฐมนตรี กับนาย Jakaya M. Kikwete ประธานาธิบดีสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย นายสุรพงษ์ กล่าวว่า แทนซาเนียต้องการให้ไทยเข้าไปลงทุนทำอุตสาหกรรมเหมืองเพชรพลอย การเกษตร โดยเฉพาะน้ำตาล รวมถึงความร่วมมือเรื่องพลังงานทดแทน และต้องการให้ระดับรัฐมนตรีต่างประเทศหารือต่อกัน เพื่อเตรียมความพร้อม ที่ประธานาธิบดีสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยในอนาคต เพื่อลงนามในข้อตกลงความร่วมมือในหลายๆ ด้าน
“การประชุมครั้งนี้ ทุกประเทศที่ได้หารือกับนายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นในเสถียรภาพทางการเมืองขณะที่ภาคการลงทุน โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น บริษัท Sumimoto Chemical ยืนยันยังลงทุนในประเทศไทย และ His Royal Highness The Duke of York เชิญนายกรัฐมนตรีไปร่วมงานโอลิมปิก ที่ประเทศอังกฤษ ที่จะมีขึ้นในปีนี้ด้วย” นายสุรพงษ์ กล่าว ส่วนกรณีที่มีข่าวระบุว่า การประชุมครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีไม่ได้ทำหน้าที่ โดยมอบให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ทำงานแทน นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เพราะนายกิตติรัตน์มีเวทีการประชุมที่ต้องเข้าร่วมเป็นของตัวเอง ในฐานะอดีตรมว.พาณิชย์ ยืนยันว่าในการหารือกับผู้นำประเทศและบริษัทเอกชน ทุกคนได้ชื่นชมนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นผู้นำที่มีอายุน้อย ไม่เคยผ่านงานการเมือง แต่สามารถทำงานในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ดี เป็นที่ยอมรับของประชาชน
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางกลับถึงประเทศไทยในเวลา 13.25 น.ของวันที่ 29 ม.ค.นี้.
ผู้สนับสนุน




แสดงความคิดเห็น
แบ่งปัน