สังคมโลก

มหาวิทยาลัยจีน

ระบบการศึกษาซึ่งถือเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนา โดยภาพรวมล่าสุดดูเหมือนจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายเท่าที่ควร เหตุนี้มีส่วนทำให้กลุ่มคนมีเงินบนแผ่นดินใหญ่

แม้ว่าการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีนจะเจริญรุดหน้าไปมาก แต่ระบบการศึกษาซึ่งถือเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนา โดยภาพรวมล่าสุดดูเหมือนจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายเท่าที่ควร เหตุนี้มีส่วนทำให้กลุ่มคนมีเงินบนแผ่นดินใหญ่ นิยมส่งลูกหลานไปเรียนต่างแดนมากขึ้น

แต่การพัฒนาเศรษฐกิจ จนแซงญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก ตั้งแต่กลางปี พ.ศ. 2553 และกำลังจะแซงสหรัฐอเมริกา ขึ้นแท่นประเทศการค้าอันดับ 1 ของโลกไม่เกินกลางปีหน้า เป็นแรงดึงดูดนักศึกษาต่างชาติ โดยเฉพาะลูกหลานคนเชื้อสายจีนจากทั่วโลก เดินทางไปเรียนด้านการค้าการบริหารธุรกิจที่จีนมากขึ้นเช่นกัน

รายงานของหนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี ช่วงปลายเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่า จำนวนนักศึกษาต่างชาติที่เดินทางไปเรียนต่อที่จีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 8 ปีล่าสุด แต่ตัวเลขล่าสุดยังน้อยกว่าจำนวนนักศึกษาจีนที่เดินทางไปเรียนต่างแดนเกือบ 4 เท่า โดยในปี 2555 มีนักศึกษาชาวจีนเรียนอยู่ต่างประเทศทั้งหมด 1.14 ล้านคน ส่วนตัวเลขนักศึกษาต่างชาติในจีนมีเพียงแค่ 328,000 คน

ส่วนรายงานผลการศึกษาของ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) เผยแพร่โดยศูนย์จีนและโลกาภิวัตน์ ช่วงต้นปีนี้ ระบุว่า จีนยังล้าหลัง 10 ประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว ในแง่ของจำนวนนักศึกษาต่างชาติ โดยในปี 2555 จีนดึงดูดนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยจากนานาชาติเพียงแค่ 1.8% สูงสุดยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา ซึ่งครองส่วนแบ่งนักศึกษาจากทั่วโลก 17.5%สถาบันระดับอุดมศึกษาเพียง 3 แห่งของจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ติดอันดับ 200 มหา วิทยาลัยยอดเยี่ยมของโลก จากการจัดอันดับช่วงระหว่างปี 2554-2555 โดย ไทม์ส ไฮเออร์ เอ็ดยูเคชั่น ศักยภาพการแข่งขันของมหาวิทยาลัยจีน ด้อยกว่ามหาวิทยาลัยกลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วอื่น ๆ จำนวนมาก ในด้านคณาจารย์ หลักสูตรการเรียนการสอน และการบริหารจัดการนักศึกษา

หลิ่ว ฮง อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางหลักสูตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง ในสิงคโปร์ กล่าวว่า รัฐบาลปักกิ่งควรเพิ่มงบประมาณสนับสนุนมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มากขึ้น ให้สามารถจ้างอาจารย์ต่างชาติที่เก่ง ๆ เพื่อปรับปรุงคุณภาพการสอน ข้อมูลในปี 2553 พบว่า มีอาจารย์ต่างชาติแค่ 11,000 คน สอนอยู่ตามมหาวิทยาลัยทั่วแผ่นดินใหญ่ คิดเป็นอัตราส่วนไม่ถึง 1% ของคณาจารย์ทั้งหมด ห่างกันไกลลิบลับเมื่อเทียบกับเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีน ซึ่งในปีเดียวกันมีอาจารย์ต่างชาติประมาณ 40-50% ของทั้งหมด

หลี่ ซีหยาน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ ลอรีเอท อินเตอร์เนชั่นแนล ยูนิเวอร์ซิตี ประจำจีน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้นักศึกษาต่างชาติที่ไปเรียนที่จีน ส่วนใหญ่ต้องการเรียนภาษาจีนกลาง แต่แนวโน้มช่วงหลังลงทะเบียนเรียนด้านบริหาร ธุรกิจ และการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น

เอเลนา คลอเรอร์ นักศึกษาปริญญาโทสาขาจีนวิทยา มหาวิทยาลัยไฟร์บวร์ก เยอรมนี ซึ่งเคยเรียนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ระหว่างปี 2552-2553 เผยว่า การเรียนระดับมหาวิทยาลัยที่จีน มีสาขาวิชาและทุนการศึกษาให้เลือกมากมาย แต่จีนจะดึงดูดนักศึกษาต่างชาติได้มากขึ้น หากรัฐบาลยกเลิกนโยบาย ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานในจีนของนักศึกษาต่างชาติ หลังการเรียนจบ

จีนควรปฏิรูปโครงการทุนการศึกษาของรัฐบาล ซึ่งกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้รับทุนทำงานนอกเวลา หรือพักอาศัยนอกรั้วมหาวิทยาลัยที่เข้าเรียน.

เลนซ์ซูม

ความคิดเห็น