เห็นมาอย่างไรเขียนไปอย่างนั้น

ความเป็นกลาง-มีจริงหรือ?

มี เสียงเรียกร้อง ให้แต่งตั้ง นายกรัฐมนตรีคนกลาง ขึ้นมาทำหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีรักษาการที่ชื่อ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”

มี เสียงเรียกร้อง ให้แต่งตั้ง นายกรัฐมนตรีคนกลาง ขึ้นมาทำหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีรักษาการที่ชื่อ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”

เพราะคนจำนวนหนึ่งมองว่า นายกฯ คนกลาง น่าจะคิดจะทำอะไรได้เป็นกลาง มากกว่า “ยิ่งลักษณ์” โดยเฉพาะ ม็อบซึ่งนำโดย “สุเทพ เทือกสุบรรณ” นั้น ไม่เอา “ยิ่งลักษณ์” อย่างเด็ดขาด

คำถามจึงมีว่า ใครเล่าจะ ยอมรับ มาเป็นนายกฯ คนกลางให้ และคำว่านายกฯ คนกลางนั้นเป็นบุคคลที่ มีความเป็นกลาง จริงหรือ

เพราะ เกิดมาเป็นมนุษย์ หาความเป็นกลางได้ยากเหลือเกิน

ใน หมู่นักการเมือง ไม่ต้องพูดถึงมากใครอยู่พรรคไหนก็ต้องเข้าข้างพรรคที่ตนสังกัดอยู่

สื่อมวลชน ในบ้านเรา ณ เวลานี้บางฉบับ แสดงความเอนเอียงเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอย่างเห็นได้ชัด

นักวิชาการ ก็ใช่เล่น ออกความเห็นแต่ละเรื่อง รู้เลยว่า ต้องการอะไร และเชียร์ฝ่ายไหน

แม้กระทั่ง ใน แวดวงพระสงฆ์องค์เจ้า ก็ยังแสดงตัวออกมาให้เห็นว่า ฉันมิได้ยึดถือในธรรมะต่อไปอีกแล้ว ชอบใครไม่ชอบใครพูดชัด ๆ ยิ่งกว่า ปุถุชนธรรมดาเสียด้วยซ้ำ

ใน แวดวงของศาล ก็มีผู้ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นกลาง เป็นธรรมเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่

สิ่งเหล่านี้ ว่ากันตามจริง แล้ว ไม่ใช่ เรื่องแปลก

เพราะ แม้กระทั่ง ในบ้าน พ่อแม่ก็ยังรักลูกไม่เท่ากัน ปากอาจจะบอกว่ารักเท่ากัน แต่ในทางปฏิบัติมันไม่ใช่

เพราะ แม้กระทั่งในที่ทำงาน ผู้ที่เป็นเจ้านายก็รักลูกน้องไม่เท่ากัน จะโปรโมต จะให้รางวัล หลาย ๆ ครั้ง ใช้อารมณ์แห่งความพิศวาส เป็นที่ตั้ง

แล้ว ไฉนเลย จะมาเรียกร้องหา ความเป็นกลาง

สำหรับ นายกฯ คนกลางนี้ ถ้า “ยิ่งลักษณ์” เป็นคนคัดเลือกมา เป็นที่แน่นอนว่า จะคิดจะทำอะไรก็ต้องคิดถึง “ยิิ่งลักษณ์” เป็นสำคัญ ถ้า “สุเทพ” จัดเต็มมาให้ “สุเทพ” ย่อมมีบทบาทเหนือนายกฯ คนกลางดังกล่าวนี้เป็นที่แน่นอน เรื่องเหล่านี้เชื่อขนมกินได้

รักโลภ โกรธ หลง ไม่เคยปรานีใคร ถ้ามิได้เป็นบุคคลที่ บรรลุโสดาบัน หรือ ถึงแก่นิพพาน แล้ว นานวันเข้าจากความเป็นกลางก็เปลี่ยนเป็นการเลือกข้าง ด้วยมี มวลกิเลส ทั้งหลายมาแผ้วพาน

เราเคยได้ยินมาตลอดว่า ชีวิตมนุษย์นั้นเหมือน ละครโรงใหญ่ แต่ละคนต้องเล่นบทบาทของตัว และบางครั้งต้อง เปลี่ยนบท ในการเล่นและการเปลี่ยนบทในการเล่นนี่แหล่ะทำให้ความเป็นกลางสำหรับ นายกฯ คนกลาง หมดหายไป

ความเป็นกลางจึงเปรียบเสมือน ความฝัน ปากพูดได้ แต่ในทางปฏิบัติเกิดขึ้นได้ยาก

ความเป็นกลางเป็น ความไพเราะ ฟังแล้วรื่นหู ฟังแล้วเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นที่ใดในโลกก็ตาม ไม่เคยเกิดขึ้นได้จริง

นายกฯ คนกลางเป็นเรื่องดี เป็นเรื่องที่ใครต่อใครอยากเห็น แม้จะรู้ทั้งรู้ว่า ไม่มีรัฐธรรมนูญ ไม่มีกฎหมายใด ๆ รองรับแต่อย่างใดเมื่อเป็นจริงไม่ได้ เราจึงควรยึดมั่นในวิธีการเลือกตั้งของระบอบประชาธิปไตยเป็นหลัก

ใคร รักใคร ชอบใคร ก็เดินไปเลือกที่ บูธการเลือกตั้ง แต่ละคน มีสิทธิมีเสียงเพียงหนึ่งเดียว และทุกคนมีสิทธิ เท่าเทียมกัน

การแหวกระบอบ ที่ถูกที่ควรออกไป นอกจาก ไม่เป็นผลดี ต่อประเทศแล้วยังสะท้อนให้เห็นถึง ความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ ซึ่งไม่ใช่วิถีทางของประชาธิปไตยแต่อย่างใด.

อนุภพ

ความคิดเห็น