อินไซด์แคมปัส

ดริฟท์รถไล่ล่า

มาวันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ความคึกคะนองได้กลายมาเป็นผู้ถ่ายทอดเทคนิคการขับรถในทางโค้งด้วยความเร็วหรือดริฟท์

การเป็นวัยรุ่นขาโจ๋กับการชอบแข่ง ชอบซิ่ง ดูจะเป็นของคู่กัน ทำให้การหนีการไล่ล่าของตำรวจกลายเป็นเรื่องปกติ แต่ใครจะรู้บ้างว่าครั้งหนึ่งในชีวิตของเด็กที่เคยต้องขับรถหนีการจับกุมของตำรวจ เพราะความคึกคะนอง มาวันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ความคึกคะนองได้กลายมาเป็นผู้ถ่ายทอดเทคนิคการขับรถในทางโค้งด้วยความเร็วหรือดริฟท์ (Drifting) และช่วยสอนการบังคับรถให้แก่ตำรวจชุดหน่วยคอมมานโด เพื่อนำไปใช้ในการไล่ล่าอาชญากร โดย 3 นักศึกษาหนุ่มนักแข่งรถดริฟท์ จากมหาวิทยาลัยรังสิต ได้แก่ นายภูวเดช นิลพฤกษ์ หรือ ตี่ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาการจัดการ คณะบริหารธุรกิจ นายณัฐพล เขียวบุญปลูก หรือ ณัฐ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาการจัดการ คณะบริหารธุรกิจ และ นายหัสวีร์ พิบูลศุภพิสิฐ หรือวี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์

ความเป็นมาของเรื่องนี้ ตี๋ เล่าว่า ตนและเพื่อน ๆ ก็เหมือนกับวัยรุ่นทั่วไปที่ชอบทำอะไรด้วยความสนุก อย่างการขับรถก็ต้องใช้ความเร็ว หรือขับแข่งกันบนท้องถนนหลวง จนหลายครั้งที่ต้องขับหนีการจับกุมของตำรวจ ซึ่งถือว่าโชคดีมากที่รอดมาได้อย่างปลอดภัยทุกครั้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็ได้เรียนรู้มากขึ้นและคิดว่าควรใช้ความสามารถที่มี คือ การบังคับรถด้วยความเร็วในทางที่ถูกต้องจะดีกว่า โดยการเข้าร่วมเป็นนักแข่งรถมืออาชีพและใช้ความเร็วในสนาม จนได้รับการติดต่อจากทางมหาวิทยาลัยว่า กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ขอความร่วมมือให้ไปเป็นวิทยากรพิเศษอบรมให้กับข้าราชการตำรวจชุดคอมมานโดตำรวจ หรือหน่วยรบเฉพาะกิจ จำนวน 30 นาย เพื่อให้ความรู้ด้านการขับรถยนต์ทางยุทธวิธีและเทคนิคต่าง ๆ ในการขับรถด้วยความเร็วและปลอดภัย โดยการอบรมมีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติที่เน้นทักษะและประสบการณ์ในการแข่งรถดริฟท์ใช้เวลา 5 วัน

ขณะที่ ณัฐ บอกว่า หน่วยรบเฉพาะกิจมีการปฏิบัติภารกิจที่มีความเสี่ยงสูงในบางสถานการณ์ ซึ่งบางครั้งจำเป็นต้องใช้รถยนต์ในการตามจับผู้ร้าย จึงต้องมีความชำนาญและสามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ หากต้องเผชิญกับผู้ร้าย เช่น หากคนร้ายขับเร็วจะมีวิธีหยุดรถคนร้ายอย่างไร จะใช้วิธีไหนปิดทางไม่ให้คนร้ายหนีไปได้ ซึ่งเหล่านี้เรียกว่ายุทธวิธีการขับรถ โดยตนจะเป็นผู้บรรยายความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประเภทของรถยนต์ เครื่องยนต์ การดูความเร็ว/ ความแรงของรถ การทำงานของเครื่องยนต์ ระบบการขับเคลื่อนล้อหน้า ล้อหลัง รวมไปถึงวิธีการดูแลรักษาช่วงล่าง ระบบล้อยาง และทักษะในการขับรถดริฟท์ เป็นต้น

ส่วน วี เล่าว่า ในการอบรมนั้นตนจะดูแลภาคปฏิบัติ ที่เน้นการสาธิตเทคนิค และยุทธวิธีต่าง ๆ ในการขับรถ ด้วยการปฏิบัติให้ดู และให้ผู้เข้าอบรมฝึกปฏิบัติตาม โดยมีตนคอยนั่งควบคุมอยู่ในรถด้วย ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่เน้นย้ำคือต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักเพราะถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับรถดริฟท์

3 นักดริฟท์ บอกด้วยว่า การได้เป็นวิทยากรอบรมนับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ดี ที่ได้นำความรู้ในสิ่งที่รัก ไปทำประโยชน์ให้แก่สังคม ซึ่งหลังจากการอบรมผ่านไประยะหนึ่งแล้วมีเสียงตอบรับกลับมาจากกลุ่มตำรวจที่ไปอบรมให้ว่า ได้นำเทคนิคที่ให้ไปใช้ในการไล่ล่าจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในเขตภาค 4 ด้วย ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง และอยากฝากถึงเยาวชนและวัยรุ่นที่ชอบขับรถด้วยความเร็วว่า ความเจ๋งของคนไม่ได้ขึ้นอยู่ว่าขับได้เร็ว หรือ หวาดเสียวแค่ไหน เพราะสิ่งที่ทำถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นก็ไม่คุ้มกับสิ่งที่ต้องเสียไป ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวเองที่เสียใจเท่านั้นยังทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อนไปด้วย จึงอยากฝากถึงผู้รักชื่นชอบการขับรถทุกคนว่าให้มีสติและระมัดระวังให้มาก ทางที่ดีที่สุดควรไปใช้ความเร็วและวัดฝีมือความสามารถกันในสนามแข่งดีกว่า.

อาภากร สำอางค์ญาติ

dailynewscampus@gmail.com

ความคิดเห็น