เปิดใจหนุ่มกระเป๋ารถเมล์ หล่อสถาปัตย์-ลูกเจ้าของอู่

เปิดใจกระเป๋ารถเมล์สุดหล่อ ลูกเจ้าของอู่ดีกรีเด็กหนุ่ม “สถาปัตย์” หลังโลกออนไลน์แชร์ภาพว่อนเน็ต เจ้าตัวเผยช่วยแม่ตั้งแต่ ม.4 ได้ค่าแรงรายวัน ความฝันอยากเป็นนักออกแบบรถยนต์

กรณีโลกโซเชียลมีเดียชาวเน็ตต่างพากันแห่แชร์รูปภาพหนุ่มน้อยหน้ามน กระเป๋ารถเมล์รูปหล่อรายหนึ่ง ประจำสาย ปอ.44 เพราะด้วยความรูปร่างสูง ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน และดูดี ชาวเน็ตจึงเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม ทำเอาสาวน้อย สาวใหญ่ และชาวเน็ตอีกหลายคน ต่างพากันสงสัยว่าหนุ่มกระเป๋ารถเมล์รายนี้ เป็นกระเป๋ารถเมล์จริงหรือไม่ จึงทำให้เรื่องดังกล่าวลายเป็นที่ฮือฮาบนสังคมออนไลน์

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 15 ก.ย. นายนิธิโรจน์ อัคคานนท์พัฒน์ หรือ “เลโอ” อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เปิดเผยกับ “เดลินิวส์ออนไลน์”ว่า รูปภาพหนุ่มกระเป๋ารถเมล์ที่เผยแพร่กันบนสังคมออนไลน์อยู่ในขณะนี้เป็นรูปตนจริง เนื่องจากวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 07.00-22.00 น. จะมาทำงานเป็นกระเป๋ารถเมล์ ประจำสาย ปอ.44 ส่วนวันธรรมดาก็จะเรียนหนังสือ โดยปกติแล้วจะถ่ายรูปตัวเองอัพลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งไม่คิดว่าจะมีคนนำไปแชร์มากมายขนาดนี้ กระทั่งเมื่อวานที่ผ่านมา (14 ก.ย.) การแจ้งเตือนในเฟซบุ๊กของตนผิดปกติไป มีคนเข้ามากดไลค์กดแชร์รูปของตนจำนวนมากเพียงช่วงข้ามคืน ส่วนกระแสที่ระบุว่าตนเป็นลูกของเจ้าของอู่รถเมล์นั้น เป็นเรื่องจริง แต่การที่ตนเลือกมาทำงานก็ไม่ได้มีสิทธิ์เหนือคนอื่น และได้รับค่าแรงเหมือนพนักงานทั่วไป เพียงแต่ต่างที่ได้รับค่าแรงเป็นรายวัน

“ตอนแรกรู้สึกตกใจ แบบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะมีแฟนเพจต่าง ๆ เอารูปผมไปแชร์ น้อง ๆในมหาลัยก็บอก แต่ผมเป็นกระเป๋าเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ วันปกติผมเรียนสถาปัตย์ ออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่มหาลัยฯ ซึ่งก็ช่วยแม่มาตั้งแต่เปิดอู่ อีกอย่างผมเป็นลูกคนโต ตอนนั้นผมอยู่ชั้น ม.4 ทำมาเรื่อย ๆ แรก ๆก็อาย แต่พอเราโตขึ้นก็รู้ว่าถ้าเราทำอาชีพสุจริต และไม่อยากให้คนมองว่า เดี๋ยวก็มีวินหล่อ กระเป๋ารถเมล์หล่อ อยากให้มองว่าไม่เลือกงาน อาชีพอะไรก็ทำได้หมด”

“เลโอ” ยังบอกอีกว่า ระหว่างสิ่งที่ตนกำลังเรียน และธุรกิจของครอบครัวที่ตนอาสามาช่วยแบ่งเบาภาระจากแม่อยู่ในขณะนี้ อาจจะอยู่ขัดแย้งกัน แต่สิ่งที่ตนฝันคือเป็นนักออกแบบรถยนต์ ซึ่งแม่ก็ไม่ได้บังคับหรือคาดหวังว่าเมื่อตนจบการศึกษาออกมาแล้วจะต้องมาช่วยสานต่อกิจการของครอบครัว เพียงขอแค่ว่าเป็นคนดี ประกอบอาชีพสุจริตก็พอแล้ว.

ขอบคุณรูปภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก : Oishi Nithiroj

ความคิดเห็น