วอนช่วย2พี่น้องเรียนดีถูกทิ้ง ใช้ชีวิตลำเค็ญกลางกองขยะ

วอนขอธารน้ำใจ ช่วยเหลือ 2 พี่น้องเรียนดี โชคชะตากลั่นแกล้งให้ต้องใช้ชีวิตเปื้อนฝุ่น ท่ามกลางกองขยะกับย่าวัยชรา ส่วนพ่อแม่แยกทางไม่กลับมาเหลียวแล

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 20 ก.พ. ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ บริเวณบ่อขยะเก่า หมู่5 ต.วัดประดู่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี หลังมีผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ju kongcharoen ได้โพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิต ด.ช.เหน่ง อายุ 10 ขวบ และ ด.ช.เด้ง อายุ 9 ขวบ 2 พี่น้อง นักเรียนชั้น ป.3และ ป.4 โรงเรียนวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งมีฐานะยากจน ใช้ชีวิตสุดลำเค็ญอยู่กับ นางอุไร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 76 ปี ซึ่งเป็นย่า ในเพิงพักคับแคบทรุดโทรม ในพื้นที่บ่อขยะดังกล่าว โดยนางอุไรเปิดเผยว่า พ่อแม่ของเด็กได้แยกทางกันตั้งแต่ทั้งคู่ยังแบเบาะ ตนจึงต้องรับภาระเลี้ยงดูเพียงคนเดียว โดยก่อนหน้านี้ได้หาเลี้ยงหลานด้วยการเก็บขยะขาย แต่หลังจากทางเทศบาลได้ยกเลิกการใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นบ่อทิ้งขยะ ก็ต้องออกไปรับจ้างทั่วไป และรับจ้างเก็บเศษยางแลกค่าแรงวันละ 300 บาท แต่ระยะหลังตนป่วยเป็นโรคลมชักกำเริบ จนไม่สามารถทำงานได้ จึงต้องอาศัยเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 700 บาท จุนเจือกันในครอบครัว แต่ก็ไม่เพียงจนบางวันหลานไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะไม่มีเงิน เคยมีคนบอกให้พาหลานไปไว้ที่บ้านสงเคราะห์ แต่ตนไม่ยอมเพราะตนรักและเป้นห่วงหลานมาก จึงอยากดูแลด้วยตนเอง

ด้าน น.ส.อนุชดา หรือครูกวางอักษรกูล อายุ 28 ปี ครูประจำชั้นของเด็กเปิดเผยว่า เด็กทั้งคู่ เป็นเด็กเรียนดี แต่ระยะหลังขาดเรียนบ่อย จนอดสงสัยไม่ได้ จึงสะกดรอยตามไปดูที่บ้านพักกระทั่งพบเด็กทั้ง 2 คนกำลังช่วยย่าสร้างเพิงพักหลังใหม่ เนื่องจากเพิงพักหลังเก่าทรุดโทรมและไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ทำให้รู้สึกสงสารลูกศิษย์อย่างจับใจ จึงได้นำเรื่องราวดังกล่าวไปปรึกษากับ ผอ.โรงเรียนเพื่อหาทางช่วยเหลือเด็ก กระทั่งนายเสกสรร พรหมจันทร์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่5 ต.วัดประดู่ นำเงินจากกองทุนแม่ของแผ่นดิน ซื้อข้าวสารอาหารแห้ง ไว้ให้กับนางอุไร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน จึงอยากวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือ ส่วนผู้ใจบุญท่านใด มีความประสงค์ที่ช่วยเหลือ หรือบริจาคโดยผ่านบัญชีของ ธนาคารออมสิน สาขาเซ็นทรัลพลาซ่า สุราษฎร์ธานี เลขที่ 020164005645 ซึ่งเป็นของเด็กทั้งคู่ หรือติดต่อที่ เบอร์ 0830329189.

ความคิดเห็น