อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 สิงหาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 สิงหาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'สาวทอม-หลวงพี่'เมาหนัก ซิ่งเก๋งกลับวัดชนท้ายรถตู้

ทอมสาวใหญ่ซิ่งเก๋งพาหลวงพี่ที่รู้จักกันมากว่า 10 ปีกลับไปส่งที่วัด แต่ด้วยความที่ทั้งคู่เมาสุราอย่างหนัก ทำให้พุ่งชนท้ายรถตู้พังเสียหาย ตำรวจแจ้งข้อหาสาวทอมเมาแล้วขับ ส่วนหลวงพี่ถูกจับสึก พฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 03.28 น.

เมื่อวันที่ 25 ก.พ. พ.ต.ท.ชยันต์ เบ็ญจาธิกุล สว.จร.สน.บุคคโล รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกัน คู่กรณีไม่สามารถตกลงกันได้ ที่บริเวณปากซอยตากสิน 30 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุพบรถตู้โตโยต้า คอมมิวเตอร์ สีขาว ทะเบียน 36-0246 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่กลางถนน สภาพถูกรถเก๋งโตโยต้า โคโรล่า สีแดง ทะเบียน สอ 1532 กรุงเทพมหานคร ชนท้าย จนทำให้กันชนยุบไปเล็กน้อย ใกล้กันพบ นายขวัญชัย กลั่นกลิ่น อายุ 58 ปี เจ้าของรถตู้ กำลังพยายามพูดคุยกับ น.ส.ราตรี ภูธรรมะ อายุ 43 ปี ชาว จ.นครราชสีมา คนขับรถเก๋ง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเป็นทอมบอยที่กำลังอยู่ในอาการมึนเมาสุราเอะอะโวยวาย ทำให้ไม่สามารถเจรจากันได้ เจ้าหน้าที่จึงเชิญทั้งสองฝ่ายไปตกลงกันที่ สน.บุคคโล อย่างไรก็ตาม ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันแยกย้ายรถไปที่ สน.บุคคโล นั้น ได้สังเกตเห็นพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งนั่งอยู่ในรถเก๋งของ น.ส.ราตรี จึงขอนิมนต์ลงจากรถ ก็พบว่ามีกลิ่นสุราเหม็นคลุ้ง จากการสอบถามพระรูปดังกล่าวทราบว่าชื่อ พระสุวิชา สุนีย์พันธุ์ อายุ 54 ปี จำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งย่านบางกอกใหญ่ จึงได้นำเครื่องวัดแอลกอฮอล์ตรวจสอบทั้งสองราย ปรากฏว่า น.ส.ราตรี มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูง 221 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ส่วน พระสุวิชา มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 224 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เบื้องต้น จึงจับกุมตัว น.ส.ราตรี ซึ่งพยายามขัดขืนเข้าห้องขังเพื่อสงบสติอารมณ์ ส่วน พระสุวิชา ได้ส่งให้พนักงานสอบสวนมารับตัวไปสอบปากคำ

จากการสอบสวน พระสุวิชา ให้การว่า ตนกับ น.ส.ราตรี เป็นชาว จ.นครราชสีมาเหมือนกัน รู้จักกันมากว่า 10 ปีแล้วเนื่องจาก น.ส.ราตรี เป็นทอมบอย มีนิสัยนักเลงเหมือนผู้ชาย กระทั่งเมื่อ 4 ปีก่อน ตนตัดสินใจบวชที่บ้านเกิด แล้วเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อมาขอจำพรรษาที่วัดแห่งหนึ่งย่านบางกอกใหญ่ แต่ก็ยังติดต่อกับ น.ส.ราตรี อยู่ตลอด ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนมีปัญหาทะเลาะกับพระวัดเดียวกัน เลยเกิดความเครียดถึงขั้นวางแผนจะลาสิกขาในวันพรุ่งนี้ จึงตัดสินใจแอบขับรถเก๋งส่วนตัวที่จอดอยู่ในวัดมุ่งหน้าไปหา น.ส.ราตรี ที่ห้องเช่าย่านราษฎร์บูรณะ แต่ น.ส.ราตรี ไม่อยู่เนื่องจากไปขายของกิฟท์ช็อปที่ตลาดนัดตนเลยถือวิสาสะเข้าไปพักในห้องและดื่มเบียร์ของ น.ส.ราตรี จนหมดไป 6 ขวด เมื่อ น.ส.ราตรี กลับจากขายของมาถึงที่ห้อง ก็พบว่าตนดื่มเบียร์จนเมาแล้ว ขณะที่เจ้าตัวก็กินเบียร์จากตลาดจนเมามายหนักกลับมาเช่นกัน แต่ด้วยความที่ช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่ตนต้องกลับไปจำพรรษาที่วัด น.ส.ราตรี จึงอาสาขับรถเก๋งของตนออกจากห้องเช่าเพื่อไปส่งที่วัด ทั้งที่เจ้าตัวก็ขับรถไม่แข็ง ทำให้ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุไปชนท้ายรถคู่กรณีเสียก่อน จนเรื่องทั้งหมดแดงขึ้นมา และตนก็ต้องถูกจับสึกก่อนขอลาสิกขาในวันพรุ่งนี้

ด้าน พ.ต.ท.ชยันต์ เปิดเผยว่า คดีนี้ น.ส.ราตรี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่จะถูกแจ้งข้อหา ขับรถโดยมีแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด ก่อนนำตัวส่งศาลในวันพรุ่งนี้ อีกทั้ง รถคู่กรณีที่ถูกชนท้ายก็จะต้องเจรจาชดใช้ค่าเสียหายให้ด้วย ส่วน พระสุวิชานั้น ทางพนักงานสอบสวนแจ้งว่า จะพาตัวส่งพระชั้นผู้ใหญ่ที่วัดหงส์รัตนารามเพื่อทำการสึก เนื่องจากประพฤติตัวไม่เหมาะสมต่อไป.

จำนวนคนอ่าน 8,022 คน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 522