เปิดรายได้สำนักงานกทช.-กสทช.รวม 8 ปี

วันอังคารที่ 24 มกราคม 2555 เวลา 13:55 น.

วันนี้ (24 ม.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า  นับตั้งมีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เมื่อ 1 ต.ค.2547 แต่ได้เปลี่ยนสถานะเป็นกสทช. เมื่อปี 2554  รวมเป็นระยะเวลา 8 ปี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีรายได้ 24,068 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย 12,572 ล้านบาท และนำรายได้ส่งเข้ารัฐ 11,493 ล้านบาท โดยรายได้ดังกล่าวมาจากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมในอัตรา 4% ของรายได้ การจัดเก็บค่าธรรมเนียมเลขหมายๆละ 2 บาทต่อเดือน ค่าธรรมเนียมการใช้คลื่นความถี่ เป็นต้น

นายฐากร กล่าวต่อว่า สำหรับเงินเดือนของกสทช. 11 คน ขณะนี้ยังใช้อัตราเดิมของกทช. เนื่องจากรัฐบาลยังไม่ตอบกลับว่าให้กสทช.ใช้อัตราเงินเดือนเท่าใด โดยกสทช.จะได้รับเงินเดือน 100,000 บาท เงินตอบแทนพิเศษเดือนละ  250,000 -300,000 บาท  รวม 400,000 บาท ส่วนเงินค่ายานพาหนะหรือรถยนต์ประจำตำแหน่งนั้น กสทช.มีสิทธิ์ใช้รถยนต์มูลค่า 4-4.5 ล้านบาท แต่ถ้ากสทช.จะใช้เกินอัตราดังกล่าวจะต้องจ่ายเงินส่วนต่างเองทั้งหมด

ส่วนการแต่งตั้งที่ปรึกษากสทช.นั้น กสทช.มีสิทธิ์ตั้งที่ปรึกษาได้คนละ 3 คน ยกเว้นประธานกสทช.ตั้งที่ปรึกษาได้ 5 คน  รวม 35 คน โดยที่ปรึกษาแต่ละคนจะมีเงินเดือนๆละ 8,500 -120,000 บาท คิดเป็นเงินค่าจ้างที่ปรึกษารวมเดือนละ 4.2 ล้านบาท หรือปีละ 50.4 ล้านบาท ซึ่งการแต่งตั้งที่ปรึกษานั้น กสทช.เป็นผู้ออกประกาศเอง เพื่อให้มีสิทธิ์ในการแต่งตั้งที่ปรึกษาทั้งหมด

สำหรับคณะกรรมการอนุกรรมการชุดต่าง ๆ ที่กสทช.แต่งตั้งหลังจากรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2554 ที่ผ่านมา โดยได้แต่งตั้งไปแล้ว 30 ชุด โดยกรรมการแต่ละคนมีสิทธิ์เป็นคณะอนุกรรมการได้ 3 ชุด และรับเบี้ยประชุมไม่เกิน 4 ครั้ง โดยอนุกรรมการจะมีค่าเบี้ยประชุมครั้งละ 5,000 บาท ยกเว้นประธานคณะอนุกรรมการที่จะได้รับเบี้ยประชุมครั้งละ 8,000 บาท

นอกจากนี้ยังต้องจ่ายค่าตอบแทนหรือเงินเดือนให้กับคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานกสทช. (ซุปเปอร์บอร์ด) ที่วุฒิสภา (ส.ว.) จะต้องทำการสรรหา เพื่อมาทำหน้าที่ตรวจสอบและประเมินผลงานการใช้เงินงบประมาณและการทำงานขของกสทช. โดยประธานซุปเปอร์บอร์ด 120,000 บาท กรรมการ 100,000 บาท รวมซุปเปอร์บอร์ดมี 5 คน

นายฐากร กล่าวว่า ตั้งแต่ตั้งกทช.สำนักงานปี 2547 มีรายได้ 15.87 ล้านบาท (ต.ค.-ธ.ค.) ไม่มีค่าใช้จ่าย ส่งเงินเข้ากระทรวงการคลังทั้งหมด

-ปี 2548 มีรายได้เข้าสำนักงาน 355 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย 196 ล้านบาท ส่งคืนรัฐ 158 ล้านบาท

-ปี2549 มีรายได้เข้าสำนักงาน 2,185 ล้านบาท รายจ่าย 1,345 ล้านบาท ส่งคืนรัฐ 839 ล้านบาท

-ปี2550 มีรายได้เข้าสำนักงาน 3,059 ล้านบาท รายจ่าย 2,264 ล้านบาท ส่งคืนรัฐ 795 ล้านบาท

-ปี2551 มีรายได้เข้าสำนักงาน 5,405 ล้านบาท รายจ่าย 2,960 ล้านบาท ส่งคืนรัฐ 2,445 ล้านบาท

-ปี2552 มีรายได้เข้าสำนักงาน 5,266 ล้านบาท รายจ่าย 1,379 ล้านบาท ส่งคืนรัฐ 3,887 ล้านบาท

-ปี 2553 มีรายได้เข้าสำนักงาน 3,733 ล้านบาท รายจ่าย 2,078 ล้านบาท ส่งคืนรัฐ 1,654 ล้านบาท

-ปี 2554 มีรายได้เข้าสำนักงาน 4,050 ล้านบาท รายจ่าย 2,350 ล้านบาท ส่งคืนรัฐ 1,700 ล้านบาท

นายฐากร กล่าวว่า สำหรับปี 2551-2552 ที่มีรายได้เกิน 5,000 ล้านบาท เพราะมีการฟ้องร้องเรื่องค่าเชื่อมโยงโครงข่าย(ไอซี) ซึ่งมีการจ่ายเงินกันในช่วงปีดังกล่าว โดยปกติแต่ละปีกสทช.จะมีรายได้เข้าสำนักงานประมาณ 4,000 ล้านบาท ตั้งแต่มีกทช.และเปลี่ยนเป็นกสทช.รวม 8 ปี(ปี 2547-2554) มีค่าใช้จ่ายรวม 12,572 ล้านบาท มีรายได้ 24,068 ล้านบาท รวมรายได้ส่งคลัง 11,493 ล้านบาท โดยรายได้สำนักงานกสทช.ปี 2555 คาดจะมีรายได้ประมาณ 4,000 ล้านบาท

นายฐากร กล่าวต่อว่า ค่าใช้จ่ายตั้งแต่ตั้งกสทช. ที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายส่วนของกสทช.ด้านกิจการกระจายเสียง(กสท.)ได้เช่าตึกเอ็กซิมและปรับปรุง 30-40 ล้านบาท รวมค่าใช้จ่ายในเรื่องการจัดงานสัมมนาแล้วมีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 70-80 ล้านบาท ส่วน กสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม(กทค.)ขอทำรายละเอียดก่อน ซึ่งกฎหมายใหม่ให้สำนักงานกสทช.ทำรายจ่าย 4  ส่วน คือ ค่าใช้จ่ายในส่วนตัวกสทช.เอง สำนักงานกสทช. กสทช.ด้านกสท. และกสทช.ด้านกทค.

“ปัจจุบันสำนักงานกสทช.มีพนักงานกว่า 1,000 คน และมีค่าใช้จ่ายเรื่องเงินเดือนพนักงาน 40 ล้านบาท หากรวมค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับวัสดุภัณฑ์ในสำนักงานทุกอย่างราว 1,000 ล้านบาท”.

แสดงความคิดเห็น

แบ่งปัน

จำนวนคนดู   700  ครั้ง

ผู้สนับสนุน