ม็อบซาเล้งประจวบฯกว่า 500 คันบุกศาลากลาง
วันนี้ ( 17 ธ.ค.) ชาวบ้านกว่า 1,000 คน ใน อ. เมืองประจวบคีรีขันธ์ อ.ทับสะแกและ อ.กุยบุรี ที่ใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างหรือรถซาเล้งกว่า 500 คัน ขับรถแห่ประท้วงในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร จากนั้นได้เดินทางมาชุมนุมที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด โดยมีนายเผชิญ เกตุแก้ว แกนนำกลุ่มรักษ์บ้านเกิด และแกนนำอนุรักษ์บ่อนอก ร่วมกันปราศัยโจมตีหนังสือคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานขนส่งจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัดและ อุตสาหกรรมจังหวัด ที่ออกหนังสือสั่งการและมีนโยบายในการนำกฎหมายมาบังคับห้ามรถจักรยานยนต์ติดพ่วงข้าง ที่ดัดแปลงเพื่อประกอบอาชีพเป็นรถรับจ้างและจำหน่ายสินค้าตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พศ.2522 มาตรา 12 ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 60 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท โดยสำนักงานขนส่งได้ประสานงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทุกท้องที่ จับปรับดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเคร่งครัด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 นี้ เป็นต้นไป ทำให้ชาวบ้านทั้งจังหวัดแสดงความไม่พอใจเนื่องจากคำสั่งดังกล่าวมีผลกระทบกับการประกอบอาชีพ
นายเผชิญ กล่าวว่า มติแกนนำชาวบ้านได้ยื่นข้อเสนอจำนวน 5 ข้อประกอบด้วย 1. ให้ยกเลิกคำสั่ง 2. ให้จังหวัดออกหนังสือรับรองคุ้มรถจักรยานยนต์พ่วงข้างให้ใช้งานได้ตามปกติ 3. ขอให้จังหวัดเสนอให้รถจักรยายนต์พ่วงข้างเป็นสัญญลักษณ์และภูมิปัญญาชาวบ้าน และควรส่งเสริมให้เป็นรถประจำท้องถิ่น 4. ให้สำนักงานขนส่งจังหวัดยกเลิกการควบคุมจำนวนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างเนื่องจากเป็นเครื่องมือในการประกอบการอาชีพค้าขาย ประมงและการเกษตร สำหรับประชาชนที่มีฐานะยากจน และ 5. ขอให้มีคำสั่งย้ายนายภิญโญ อภิญญาลาวัลย์ หัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดออกนอกพื้นที่
ต่อมานายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายภิญโญ อภิญญาลาวัลย์ หัวหน้าสำนักงานขนส่ง ได้เดินทางมารับหนังสือที่ชาวบ้านยื่นข้อเรียกร้อง จากนั้นนายวีระ ได้ชี้แจงทำความเข้าใจว่า ไม่ได้เป็นผู้สั่งการในการออกหนังสือดังกล่าวหรือสั่งการให้จับกุม และที่ผ่านมายังไม่มีการจับกุมแต่อย่างใด แต่ทางราชการเป็นห่วงความปลอดภัยในการใช้รถพ่วงข้าง ทั้งนี้ได้มีการออกคำสั่งให้ยกเลิกการถอดอุปกรณ์พ่วงข้างออกภายในเวลา 30 วัน ทำให้ชาวบ้านพอใจและสลายการชุนนุมเมื่อเวลา 11.30 น.วันเดียวกัน
นายสมหมาย แดงโชติ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ( ส.อบจ. ) ประจวบคีรีขันธ์ เขตอำเภอกุยบุรี กล่าวว่า ได้ให้การสนับสนุนข้อเรียกร้องของชาวบ้านจาก อ.กุยบุรี และจากการสอบถามไปที่ผู้บริหารของกระทรวงคมนาคมได้รับการยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นนโยบายของรัฐบาล และการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จะส่งผลกระทบกับการใช้รถพ่วงข้างที่มีประชาชนทั่วประเทศใช้รถดังกล่าวมากกว่า 1 ล้านคัน.




แสดงความคิดเห็น
แบ่งปัน