อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2564

ข้าวซีบูกันตัง อำเภอสุไหงปาดี วันนี้มีเพียงพอบริโภค

เนื่องจากเดิมโครงการฯ แห่งนี้ สามารถกักเก็บน้ำได้เพียง 0.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ไม่เพียงพอต่อการทำเกษตร ต่อมาเมื่อปี 2541 สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เสาร์ที่ 25 เมษายน 2558 เวลา 04.00 น.

ที่โครงการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำโคกยางอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริให้พิจารณาวางโครงการฯ ขึ้นเพื่อช่วยเหลือราษฎรบ้านแซะและบ้านควน หมู่่ 2 และหมู่ 6 ตำบลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ให้มีน้ำเพียงพอสำหรับอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี เมื่อหลายปีก่อน

เนื่องจากเดิมโครงการฯ แห่งนี้ สามารถกักเก็บน้ำได้เพียง 0.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ไม่เพียงพอต่อการทำเกษตร ต่อมาเมื่อปี 2541 สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( สำนักงาน กปร.) ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานเพื่อสนองพระราชดำริ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำให้มากยิ่งขึ้น โดยกรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างระบบน้ำแบบรางน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมอาคารประกอบ และขุดลอกคลอง เพื่อเพิ่มความจุของอ่างเก็บน้ำ

และในปี 2546 ที่ผ่านมาได้ดำเนินการก่อสร้างปรับปรุงอ่างเก็บน้ำ ให้สามารถกักเก็บน้ำได้ 1,160,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมทั้งขยายพื้นที่การเกษตรไปยังกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำที่มีความเข้มแข็งเพิ่มขึ้น ทำให้ราษฎรบ้านแซะและบ้านควน ตำบลสุไหงปาดี จำนวน 385 ครัวเรือน 1,776 คน มีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและพื้นที่การเกษตรจำนวน 1,000 ไร่ ได้มีน้ำใช้เพียงพอตลอดทั้งปี

[[IMG=2]]

[[IMG=3]]

หลังจากได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมตามภูมิสังคม ส่งผลให้ราษฎรสามารถประกอบอาชีพและปลูกข้าวซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวประจำถิ่นที่เป็นที่นิยมของประชาชนในภาคใต้ คือข้าว ซีบูกันตัง ซึ่งได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม จากที่มีข้าวไม่เพียงพอต่อการยังชีพในอดีต ปัจจุบันสามารถผลิตได้เพียงพอและเหลือบริโภคซึ่งนำออกจำหน่ายสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอดมา นับเป็นชัยชนะที่เป็นผลมาจากการพัฒนาอย่างแท้จริง

สำหรับข้าวซีบูกันตังนั้นเป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสงอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 135-140 วัน ความสูงประมาณ 108 เซนติเมตร ทรงกอตั้ง ลำต้นค่อนข้างแข็ง ลักษณะรวงแน่นปานกลาง จำนวนรวงต่อกอ 17 รวง รูปร่างเมล็ดปานกลาง น้ำหนักข้าวเปลือก 19.43 กรัม ต่อ 1,000 เมล็ด มีปริมาณอมิโลส 28.51 เปอร์เซ็นต์

เมล็ดข้าวเปลือกยาว 8.41 มม. กว้าง 2.48 มม. หนา 1.85 มม. ข้าวกล้องสีขาวยาว 6.20 มม. กว้าง 2.13 มม. หนา 1.62 มม. รูปร่างเมล็ดปานกลาง ท้องไข่ปานกลาง น้ำหนักข้าวเปลือก 19.43 กรัมต่อ 1,000 เมล็ด อุณหภูมิแป้งสุกปานกลาง ค่าความคงตัวของแป้งสุก 87 มม. (แป้งสุกอ่อน) อัตราการยืดตัวของเมล็ดข้าวสุก 1.69 เท่า มี โปรตีน 7.31 กรัม ไขมัน 2.14 กรัม คาร์โบไฮเดรต 75.20 กรัม ใยอาหาร 3.45 เถ้า 1.28 กรัม ซึ่งเป็นข้าวที่นิยมบริโภคของราษฎร 3 จังหวัดภาคใต้

[[IMG=4]]

[[IMG=5]]

และเมื่อวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พร้อมด้วยหม่อมหลวงจิรพันธุ์ ทวีวงศ์ เลขาธิการ กปร. นายเฉลิมเกียรติ แสนวิเศษ นายกิจจา ผลภาษี นายปกรณ์ สัตยวณิช และนางสาวศรีนิตย์ บุญทอง ที่ปรึกษาสำนักงาน กปร. นายชูชาติ ฉุยกรม ที่ปรึกษาโครงการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ สำนักราชเลขาธิการ นายเทอดศักดิ์ บุณยขจร ผู้เชี่ยวชาญด้านแหล่งน้ำ มูลนิธิชัยพัฒนา นายทวี เต็มญารศิลป์ ผู้ช่วยอธิบดีกรมชลประทาน และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปยังโครงการฯ เพื่อตรวจเยี่ยมผลสำเร็จจากโครงการฯ

พบว่า โครงการฯได้เอื้อประโยชน์ต่อราษฎรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดียิ่ง ยังผลให้ทุกคนมีกินมีใช้เพียงพอ และนับเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ราษฎรในพื้นที่ไม่มีปัญหาด้านการดำรงชีวิต และอยู่ร่วมกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ด้วยพื้นที่มีความพร้อมในสิ่งเอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ ทุกคนจึงรักหวงแผ่นดิน ที่อยู่อาศัย และสังคมแบบอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 0