อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564

ใช้สาบเสือป้องกันกำจัดศัตรูพืช ดีกว่าสารเคมีหลายด้าน

สาบเสือในทางวิชาการพรรณพืชถือเป็นวัชพืชมีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกากลาง มีเขตแพร่กระจายตั้งแต่ทางตอนใต้ของรัฐฟลอริดาไปจนถึงทางตอนเหนือของประเทศอาร์เจนตินา และมีตามธรรมชาติทั่วไปในเขตร้อนทั่วทุกทวีป ยกเว้นในออสเตรเลีย ซึ่งจะพบได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น จันทร์ที่ 24 กรกฎาคม 2560 เวลา 04.30 น.


    สาบเสือในทางวิชาการพรรณพืชถือเป็นวัชพืชมีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกากลาง มีเขตแพร่กระจายตั้งแต่ทางตอนใต้ของรัฐฟลอริดาไปจนถึงทางตอนเหนือของประเทศอาร์เจนตินา และมีตามธรรมชาติทั่วไปในเขตร้อนทั่วทุกทวีป ยกเว้นในออสเตรเลีย ซึ่งจะพบได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

    เป็นพรรณไม้ล้มลุก แตกกิ่งก้านสาขามากจนเหมือนทรงพุ่ม กิ่งและก้านตลอดถึงลำต้นจะปกคลุมไปด้วยขนนุ่มอ่อน ๆ มีลำต้นสูงประมาณ 1-2 เมตร ส่วนชื่อเรียกขานของคนไทยที่ว่าสาบเสือนั้น ตามคำบอกเล่าแบบสืบทอดกันมาของคนไทยเมื่อในอดีต เนื่องจากดอกของพืชชนิดนี้จะมีกลิ่นสาบคล้ายสาบเสือ คนไทยเมื่อก่อนขณะเดินทางแล้วเจอกับสัตว์ เช่น หมี ลิงกัง กระทิงรวมถึงช้าง ที่มีทีท่าว่าจะเข้ามาทำร้ายก็จะวิ่งเข้าดงสาบเสือเพื่อช่วยอำพรางให้ปลอดภัย เพราะสัตว์จะไม่ได้กลิ่นคนแต่ได้กลิ่นพันธ์ุไม้ชนิดนี้แทน

     ปัจจุบันมีการนำพืชชนิดนี้มาใช้ประโยชน์ในการป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช เช่น ใช้ป้องกันกำจัดหนอนใยผัก หนอนกระทู้ เพลี้ยอ่อน ด้วงถั่วเขียว ตลอดถึงฆ่าเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัส สาเหตุโรคพืช ด้วยการนำต้นและใบไปผึ่งลมให้แห้งจากนั้นนำมาบดเป็นผง แช่น้ำโดยใช้ผงใบสาบเสือประมาณ 400 กรัม ผสมน้ำ จำนวน 8 ลิตร กวนให้เข้ากัน แล้วทิ้งไว้ค้างคืน จากนั้นนำมากรองเศษผงออกเอาน้ำไปฉีดพ่นแปลงปลูกพืชทุก 7 วัน เพื่อป้องกันและไล่หนอนกระทู้ผัก และหนอนใยผัก หรือเอาต้นสาบเสือมาหมักด้วยเหล้าขาว 24 ชั่วโมง โดยต้นสาบเสือประมาณ 500 กรัมผสมกับเหล้าขาว 1 ลิตร หมักค้างคืน 1 คืน จากนั้นนำมากรองเอาผงออก นำน้ำเหล้าขาวไปฉีดพ่นป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา แบคทีเรีย และหนอนใยผักได้

     หรือนำใบสดที่ประมาณ 10 กรัม ผสมกับใบแห้งประมาณ 30 กรัม บดให้ละเอียดแล้วนำมาคลุกเมล็ดถั่วเขียวที่จำนวน 100 กรัม จะสามารถป้องกันและกำจัดแมลงด้วงถั่วเขียวและมอดข้าวสารได้เป็นอย่างดี

     ซึ่งกรรมวิธีเหล่านี้เกษตรกรสามารถทำได้ด้วยตนเอง ในขณะที่วัตถุดิบคือต้นและใบสาบเสือสามารถหาเก็บได้ตามธรรมชาติโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย อันต่างจากสารเคมี ที่นอกจากจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่นับวันจะขึ้นราคาอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังมีผลข้างเคียงในทางลบต่อสุขภาพของทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคอีกด้วย

     สำหรับใบสาบเสือมีฤทธิ์ในการกำจัดปลวก ไล่แมลง ฆ่าแมลงได้ ส่วนทั้งต้นและใบสามารถนำมาใช้ในการบำบัดน้ำเน่าเสียได้ ด้วยการเอาทั้งต้นและใบใส่ลงไปแช่ในบ่อน้ำเน่า เมื่อผ่านไป 2-3 สัปดาห์น้ำจะค่อย ๆ ใสขึ้นเอง

     เป็นพืชใบเดี่ยวออกจากลำต้นที่ข้อแบบตรงกันข้าม ใบมีสีเขียวอ่อน ลักษณะของใบคล้ายรูปรีทรงรูปสามเหลี่ยม ปลายใบแหลม ฐานใบกว้าง ใบเรียวสอบเข้าหากัน มีขอบใบหยัก ที่ใบเห็นเส้นชัดเจน 3 เส้น ผิวใบทั้งสองด้านมีขนอ่อนปกคลุม ใบและก้านเมื่อนำมาขยี้จะมีกลิ่นคล้ายกลิ่นสาบเสือ

    ส่วนดอกจะออกเป็นช่อ มีสีขาวหรือสีฟ้าอมม่วง มีดอกย่อยประมาณ 10-35 ดอก โดยดอกวงนอกจะบานก่อนดอกวงใน ที่กลีบดอกหลอมรวมกันเป็นหลอด ผลขนาดเล็ก มีรูปร่างคล้ายรูปห้าเหลี่ยม มีสีน้ำตาลหรือสีดำ มีหนามแข็งบนเส้นของผล ที่ปลายผลมีขนสีขาว ช่วยพยุงให้ผลและเมล็ดสามารถปลิวตามลมได้

   สำหรับดอกสาบเสือคนไทยเมื่อก่อน จะใช้เป็นตัวคาดการณ์ความแห้งแล้งของพื้นที่ โดยพิจารณาว่า หากต้นสาบเสือเริ่มออกดอกก็แสดงว่าต่อจากนั้นไม่นานนักจะเกิดความแห้งแล้ง ด้วยต้นสาบเสือซึ่งเป็นพืชล้มลุกเริ่มเตรียมการขยายพันธ์ุตามธรรมชาติ โดยดอกเมื่อบานจะมีผลแล้วปลิวไปตามลม จากนั้นต้นแม่ก็ จะตาย ผลที่กระจายออกไปเมื่อได้น้ำมีความชื้น พอเหมาะก็จะงอกขึ้นมาใหม่นั้นเอง.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    92%
  • ไม่เห็นด้วย
    8%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 3.42K