อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ติดตามสถานการณ์นํ้า เขื่อนเจ้าพระยา

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมานายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี พร้อมคณะฯ ได้เดินทางติดตามสถานการณ์น้ำ และการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ตำบลบางหลวง อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำบริเวณประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ตำบลชีน้ำร้าย และตำบลท่างาม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ศุกร์ที่ 18 สิงหาคม 2560 เวลา 04.00 น.


    เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมานายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี พร้อมคณะฯ ได้เดินทางติดตามสถานการณ์น้ำ และการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ตำบลบางหลวง อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำบริเวณประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ตำบลชีน้ำร้าย และตำบลท่างาม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี

     ด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยราษฎรที่จะได้รับผลกระทบจากการเกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีติดตามการดำเนินงานการบริหารจัดการน้ำของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำที่จะเกิดขึ้น

    ตลอดจนรับทราบความเป็นอยู่ของราษฎรที่อาศัยอยู่ในบริเวณรอบพื้นที่โครงการซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิต ด้วยทรงมีพระราชปณิธานที่จะทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดการพัฒนาโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานแนวทางในการดำเนินงาน เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ คงอยู่และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติสืบไป

     โอกาสนี้ นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี พร้อมคณะฯ ได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำ การบริหารจัดการน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา จากผู้แทนกรมชลประทาน และศึกษาสภาพการบริหารจัดการน้ำบริเวณ Control House ของเขื่อนเจ้าพระยา และพบปะราษฎรบริเวณโครงการ

     จากนั้นได้เดินทางไปยังโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำบริเวณประตูระบายน้ำ (ปตร.) บางโฉมศรี ตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งได้รับความเสียหายจากอุทกภัย เมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา และได้ดำเนินการก่อสร้างใหม่และเพิ่มประสิทธิ ภาพการบริหารจัดการน้ำ โดยสร้างอาคารไซฟอนคลองระบายใหญ่ชัยนาท-ป่าสัก 2 ลอดคลองส่งน้ำ ชัยนาท-อยุธยา ให้สามารถระบายน้ำได้สูงสุด 160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยขยายใหญ่กว่าเดิมถึง 2 เท่า

     พร้อมก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามคลองชัยนาท-อยุธยา และสถานีสูบน้ำพร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 4 เครื่อง สูบระบายน้ำได้สูงสุด 24 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจัดทำท่อระบายน้ำพร้อมท่อแยกเพื่อระบายน้ำลงคลองชัยนาท-อยุธยา

    สำหรับแนวทางการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในฤดูน้ำหลากของปี 2560 นี้ โดยเฉพาะในช่วงที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำประมาณ 1,000 ลบ.ม.ต่อวินาที และไม่สามารถระบายน้ำผ่านไซฟอนปลายคลองระบายใหญ่ชัยนาท-ป่าสัก 2 (หรือไซฟอนบางโฉมศรี) โดยวิธี Gravity ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ ก็จะทำการเปิดเครื่องสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำปลายคลองระบายใหญ่ชัยนาท-ป่าสัก 2 (บางโฉมศรี) ทั้ง 4 เครื่อง โดยการเปิดเครื่องสูบน้ำ 3 เครื่อง หยุด 1 เครื่อง สลับกันตลอด 24 ชั่วโมงของทุกวัน ซึ่งจะสามารถระบายน้ำในคลองระบายใหญ่ชัยนาท-ป่าสัก 2 ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ได้ประมาณวันละ 15 ล้าน ลบ.ม. นอกจากนี้ยังได้ทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว และ 12 นิ้ว บริเวณปลายคูระบายน้ำสายหลัก ๆ ของคลองระบายใหญ่ชัยนาท-ป่าสัก 2 จำนวน 5 จุด รวมทั้งสิ้น 11 เครื่อง

     เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เพาะปลูกข้าว และเกษตรกรจะสามารถทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทันก่อนที่จะเกิดความเสียหายอีกด้วย.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 5