อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563

เลี้ยงกบนา ในนาข้าวแบบอินทรีย์

นางสาวจิระภา โพธิ์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอ่างทอง นางสาวจันทนา จิตการค้า ปฏิรูปที่ดินจังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วย นายณรงค์ เลี่ยนยงค์ นักวิชาการประมงชำนาญการ นางสิริพร ทิพย์อารักษ์วงศ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรที่ทำนาด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ ศุกร์ที่ 25 สิงหาคม 2560 เวลา 04.30 น.

 
    นางสาวจิระภา โพธิ์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอ่างทอง นางสาวจันทนา จิตการค้า ปฏิรูปที่ดินจังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วย นายณรงค์ เลี่ยนยงค์ นักวิชาการประมงชำนาญการ นางสิริพร ทิพย์อารักษ์วงศ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรที่ทำนาด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ เมื่อวันก่อน

    โดยเข้าเยี่ยมชมแปลงปลูกของนาง สาวถนอม แย้มพลาย เกษตรกรกลุ่มพร้อมมาก ตำบลชะไว อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นเกษตรกรในโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งปลูกข้าวโดยระบบเกษตรอินทรีย์ ไม่มีการใช้ปุ๋ยและสารเคมีแต่อย่างไร

    การนี้คณะได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์กบจำนวน 910 ตัว ลงในแปลงนาข้าวของเกษตรกร เพื่อเป็นตัวทำลายแมลงศัตรูพืช และสำหรับจับมาเป็นอาหารและจำหน่ายเมื่อถึงช่วงก่อนการเก็บเกี่ยวข้าว เป็นการเพิ่มมูลค่าของแปลงเพาะปลูก และช่วยทำลายแมลงศัตรูพืชตามธรรมชาติ

   การเลี้ยงกบในนาข้าว นับเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ในหลายพื้นที่ปัจจุบันได้นำมาเลี้ยงเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะใช้มุ้งตาข่ายความสูงประมาณ 1 เมตร ล้อมรอบแปลงนา เพื่อป้องกันกบหนี และป้องกันศัตรูกบเช่นงู ในระหว่าง ไถ คราด และปักดำนั้นจะเว้นพื้นที่ห่างจากคันนาประมาณ 2 เมตร เพื่อให้สะดวกต่อการดูแล หรือยกดินให้สูงขึ้น เพื่อเป็นที่ให้กบได้สัมผัสกับอากาศและแสงแดด

    ใช้แผ่นโฟมขนาดประมาณ 1 ตารางฟุต หรือล้อรถยนต์เก่าวางเป็นระยะ ๆ เพื่อให้กบได้ขึ้นไปอาศัยเป็นครั้งคราว และยังเป็นที่ให้อาหารด้วย แล้วปล่อยลูกกบในช่วงที่ปักดำนา ประมาณเดือนกรกฎาคม หลังจากข้าวตั้งตัวได้ และเริ่มแตกตอ ซึ่งจะอยู่ที่หลังปักดำประมาณ 15–20 วัน

     โดยจะปล่อยลูกกบที่มีอายุ 2 เดือน ในอัตรา 5,000 ตัว ต่อพื้นที่ 2 งาน ระยะแรกเกษตรกรจะให้อาหารสำเร็จรูป ชนิดเดียวกับอาหารปลาดุก ในช่วงเย็นวันละ 2 กิโลกรัม เป็นเวลา 1 เดือน หลังจากนั้นให้ 3–4 วันต่อครั้ง และ 7 วันต่อครั้ง โดยให้อาหารเป็นเวลา 3 เดือน ก็หยุดให้ ซึ่งระยะนี้กบจะโต และสามารถหาอาหารกินเองได้ ซึ่งอาหารส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกแมลงศัตรูพืชของต้นข้าว เช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่น ปูนา เป็นต้น

  ถึงช่วงเก็บเกี่ยวประมาณเดือนพฤศจิกายนก็จะจับกบได้ แต่หากต้องการได้กบที่มีเนื้อมากและหนังดี เมื่อนำมาทอดจะกรอบอร่อยก็จะปล่อยให้น้ำแห้งก่อนการเก็บเกี่ยว เมื่อน้ำแห้งกบจะจำศีล จะไม่กินอาหาร ช่วงนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งกบที่จำศีลจะมีไขมันค่อนข้างมาก แต่จะไม่มันเหมือนไขมันสัตว์ชนิดอื่น ๆ เมื่อนำไปประกอบอาหารแล้วจะได้รสชาติที่ดีและอร่อยถูกปากคนไทย

   การเลี้ยงกบนาในนาข้าว โดยเฉพาะนาข้าวที่ปลูกด้วยระบบอินทรีย์ จะดีและได้ประโยชน์หลายประการ นับตั้งแต่ ได้ผล ผลิตข้าวที่มีคุณต่อสุขภาพ มีสัตว์ตามธรรม ชาติเป็นตัวช่วยในการกำจัดแมลงศัตรูพืช และสัตว์นั้นก็สามารถนำมาเป็นอาหารและจำหน่ายสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรได้

    ซึ่งต่างจากการใช้สารเคมีทั้งปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง ที่จะต้องสูญเสียสุขภาพที่ดีของเกษตรกรเองแล้วผลผลิตอาจจะมีการตกค้างของสารเคมีที่อันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค แถมต้องเสียเงินที่เป็นต้นทุนที่สูงขึ้นอีกด้วย.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 457