อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ต่อยอดพื้นที่รับประโยชน์ เขื่อนขุนด่านปราการชล

นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี เปิดเผยในระหว่างตรวจเยี่ยมโครงการเขื่อนขุนด่านปราการชล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ว่าเขื่อนขุนด่านปราการชลเป็นโครงการขนาดใหญ่ของจังหวัดนครนายก เป็นเขื่อนที่สามารถป้องกันน้ำท่วม แก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวซึ่งเกษตรกรได้รับผลประโยชน์จากโครงการเป็นจำนวนมาก พฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2560 เวลา 04.00 น.


    นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี เปิดเผยในระหว่างตรวจเยี่ยมโครงการเขื่อนขุนด่านปราการชล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ว่าเขื่อนขุนด่านปราการชลเป็นโครงการขนาดใหญ่ของจังหวัดนครนายก เป็นเขื่อนที่สามารถป้องกันน้ำท่วม ผลักดันน้ำเค็ม แก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวซึ่งเกษตรกรได้รับผลประโยชน์จากโครงการเป็นจำนวนมาก มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร นับเป็นเขื่อนที่มีประโยชน์อเนกอนันต์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงให้ความสำคัญกับโครงการนี้มาก พระองค์เสด็จมาหลายครั้งตั้งแต่การก่อสร้าง ทรงตรวจดูการก่อสร้างด้วยพระองค์เอง เมื่อสร้างแล้วเสร็จพระองค์ยังได้เสด็จฯ มาถึง 2 ครั้ง

    “การมาติดตามการดำเนินงานในครั้งนี้เนื่องจากได้รับทราบเรื่องน้ำท่วมในเขตจังหวัดนครนายกในช่วงที่ผ่านมาล่าสุดว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ซึ่งพบว่าเป็นน้ำที่หลากมาจากเขาใหญ่โดยตรง เป็นน้ำจากพื้นที่อื่นที่ยังไม่มีอ่างเก็บน้ำรองรับ ไม่ใช่ผลกระทบจากเขื่อนขุนด่านปราการชล นอกจากนี้ก็มาดูเรื่องการต่อยอดของโครงการที่ยังไม่แล้วเสร็จและยังไม่สมบูรณ์ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่และทั่วถึง และให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพย วรางกูร รัชกาลปัจจุบัน ซึ่งจะให้มีการต่อยอดงานในโครงการฯ โดยจะดำเนินการใน 2 ประการ คือ เรื่องของการปันน้ำของเขื่อนขุนด่านปราการชลฯ ไปยังอ่างเก็บน้ำคลองสีเสียด และการจัดทำระบบการบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่คลองบ้านนา สำหรับส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการก็จะมีการศึกษาและวางแผนเพื่อดำเนินการต่อไป” นายจรัลธาดา องคมนตรี กล่าว

     จากนั้นในช่วงบ่าย คณะองคมนตรีได้เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมชมและพบปะราษฎรกลุ่มผู้ใช้น้ำที่ได้รวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็งในการบริหารจัดการน้ำ ซึ่ง นายสุทัศน์ สว่างเวียง ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำเกษตรกรร่วมใจ ท่าชัยพัฒนา หมู่ที่ 4 ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เปิดเผยว่า พื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ ของกลุ่มรวมกันประมาณ 355 ไร่ ซึ่งทุกคนได้รวมตัวกันลงชื่อเพื่อสนับสนุนให้ก่อสร้างเขื่อนแห่งนี้ เพราะเมื่อถึงหน้าฝนแม้ฝนเพียงเล็กน้อยน้ำก็ท่วมแล้ว และตามมาด้วยน้ำหลากเป็นประจำทุก ๆ ปี ได้รับความเดือดร้อน พืชสวนไร่นาเสียหายมาก

     “เมื่อเขื่อนสร้างเสร็จน้ำก็ไม่ท่วม หน้าแล้งก็ไม่อดน้ำ และมีน้ำเพียงพอสำหรับทำการเกษตร ตอนนี้ในพื้นที่สามารถทำนา ได้ 2 ปี 5 ครั้ง แต่หลังจากมีการจัดระบบการบริหารจัดการน้ำ ก็กำหนดให้มีการทำนา เพียงปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้ทุกคนในพื้นที่ได้ใช้น้ำอย่างเพียงพอ และทั่วถึงกันไม่ต้องเกิดปัญหาการแย่งน้ำกัน และแปลงนาก็ได้พักเพื่อป้องกันโรคแมลงระบาดไปในตัวด้วย” นายสุทัศน์ กล่าว

     ส่วน นายธวัช คำนึง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ตำบลศรีนาวา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เปิดเผยว่า หลังจากที่เขื่อนขุนด่านปราการชลสร้างแล้วเสร็จ และมีคลองส่งน้ำมาถึงแปลงนาตนเอง ทำให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการเพาะปลูกข้าวได้ 2 ครั้งต่อปี มีเนื้อที่เพื่อทำนา 40 ไร่ โดยปลูกข้าวพันธุ์ กข

    “ตอนนี้มีเงินทุนส่งให้ลูกได้เรียนหนังสือ ไม่เป็นหนี้สิน เมื่อก่อนนั้นเมื่อถึงฤดูฝน ในช่วงเดือนกันยายน–ตุลาคม จะมีน้ำท่วมตลอด แต่ในช่วงฤดูแล้งน้ำจะขาดทำการเกษตรไม่ได้ ปัจจุบันหลังจากมีเขื่อนขุนด่านปราการชลแล้วก็มีน้ำใช้ในช่วงฤดูแล้งสำหรับทำนา และพืชสวน ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ได้พระราชทาน
พระราชดำริให้สร้างเขื่อนได้ช่วยเหลือเกษตรกร จนมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นในทุกวันนี้” นายธวัช กล่าว

     และการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของคณะองคมนตรีครั้งนี้ได้สร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมากที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพย วรางกูร ทรงห่วงใยทุกข์สุขของราษฎร และมีพระราชปณิธานที่จะต่อยอดขยายประโยชน์จากโครงการไปสู่ราษฎรต่อไป.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 6