อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

แจงกรณีเงินออมชุมชน คลองบางบัว

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวชี้แจงถึงกรณี ข่าวเกี่ยวกับชาวบ้านชุมชนริมคลองบางบัว เขตบางเขน กรุงเทพฯ เรียกร้องให้ประธานสหกรณ์เคหสถานชายคลองบางบัว จำกัด ชี้แจงบัญชีเงินออมและค่าใช้จ่ายของชุมชนทั้งหมด พฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2560 เวลา 04.30 น.


      ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวชี้แจงถึงกรณี ข่าวเกี่ยวกับชาวบ้านชุมชนริมคลองบางบัว เขตบางเขน กรุงเทพฯ เรียกร้องให้ประธานสหกรณ์เคหสถานชายคลองบางบัว จำกัด ชี้แจงบัญชีเงินออมและค่าใช้จ่ายของชุมชนทั้งหมด

     หลังพบข้อสงสัยว่ามีการทุจริตเงินออมสมทบของชาวบ้าน ที่จะนำไปค้ำประกันเงินกู้สร้างบ้านประชารัฐ และยังมีกรณีของกรมธนารักษ์ระบุว่าชุมชนค้างค่าสาธารณูปโภคเป็นเงินกว่า 3,500,000 บาท นั้น กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์จากสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลสหกรณ์ที่อยู่ในเขตบางเขน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในชุมชนริมคลองบางบัวในทันที

     พบว่า ชุมชนริมคลองบางบัวมีองค์กรที่ตั้งอยู่ภายในชุมชน 3 องค์กร ได้แก่ สหกรณ์เคหสถานชายคลองบางบัว จำกัด กลุ่มออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย และสถาบันการเงินเพื่อชุมชน โดยประชาชนที่อยู่อาศัยในชุมชนริมคลองบางบัวนี้ บางรายเป็นสมาชิกของทั้ง 3 องค์กร ซึ่งมีความซ้ำซ้อนกัน ซึ่งเงินออมที่เป็นประเด็นดังกล่าว เป็นเงินออมที่อยู่ในกลุ่มออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย ที่ชาวบ้านชุมชนริมคลองบางบัวตั้งกลุ่มขึ้นมาในช่วงแรกของการเข้ามาอยู่ร่วมกันในชุมชน

     ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดขึ้นก่อนจะมีการจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานชายคลองบางบัว จำกัด ดังนั้น เงินดังกล่าวไม่ได้อยู่ในบัญชีและไม่มีความเกี่ยวข้องกับสหกรณ์ฯ แต่อย่างใด และกลุ่มออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยของชุมชนบางบัว ไม่ได้อยู่ในการกำกับของกรมส่งเสริมสหกรณ์ แต่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานอื่น

      นอกจากนี้จากการชี้แจงของนายมาณพ จงเกษมธรรม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสหกรณ์เคหสถานชายคลองบางบัว จำกัด และยังดำรงตำแหน่งเป็นประธานกลุ่มออมทรัพย์ของชุมชนอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย ซึ่งนายมาณพได้ชี้แจงว่าเงินออมของชาวบ้านทั้งหมดยังคงอยู่ในบัญชีของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยของชุมชนบางบัวครบถ้วน

      ส่วนเงินสาธารณูปโภค เป็นเงินที่สถาบันพัฒนาชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. อุดหนุนให้กับกลุ่มออมทรัพย์ในชุมชนที่ชาวบ้านตั้งขึ้นมา ซึ่งตามที่ระบุว่าชุมชนค้างค่าสาธารณูปโภคเป็นเงินมากกว่า 3.5 ล้านบาทนั้น ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสหกรณ์แต่อย่างไร เนื่องจากสหกรณ์เคหสถานชายคลองบางบัว จำกัด จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2551 มีภาระผูกพันกับ
กรมธนารักษ์ เฉพาะการผ่อนชำระค่าเช่าที่ดินเท่านั้น

     ดังนั้น เงินที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์แห่งนี้ มีเฉพาะเงินที่เก็บค่าเช่าที่ดินจากสมาชิกสหกรณ์ที่อาศัยอยู่ในชุมชนฯ เพื่อนำส่งให้กับกรมธนารักษ์ และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สหกรณ์เก็บเงินค่าเช่าที่ดินจากสมาชิกส่งให้กับกรมธนารักษ์ได้ทุกเดือนครบถ้วนโดยไม่มียอดค้างชำระ และในปี 2559 ที่ผ่านมา สหกรณ์มีการดำเนินงานที่มีผลกำไรและสามารถปิดบัญชีได้เรียบร้อย

     สำหรับกรณีที่ชาวบ้านตรวจสอบพบว่าบัญชีเงินออมของชุมชนไม่มีอยู่ในระบบของธนาคาร แต่เป็นบัญชีขององค์กรการเงินชุมชน และไม่สามารถยืนยันยอดเงินได้ว่ามีเงินอยู่จริงหรือไม่ และได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเป็นธรรมและเร่งให้ความช่วยเหลือนั้น

      จากการตรวจสอบข้อมูลเงินออมดังกล่าว พบว่าฝากอยู่ในบัญชีของกลุ่มออมทรัพย์ชุมชนคลองบางบัว และไม่ได้นำมาฝากไว้ที่สหกรณ์เคหสถานชายคลองบางบัว จำกัด ดังนั้น สหกรณ์ฯ จึงไม่สามารถยืนยันยอดเงินออมดังกล่าวได้

    อย่างไรก็ตาม กรมส่งเสริมสหกรณ์จะได้ประสานกับหน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแลกลุ่มออมทรัพย์ฯ ดังกล่าว เพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 9