อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เพลี้ยกระโดดสีนํ้าตาลระบาด ระดับรุนแรง ที่สุโขทัย

นายยศพนธ์ ทัพพระจันทร์ เกษตรจังหวัดสุโขทัย มอบหมายให้ว่าที่ร้อยตรีชัยศรี ไชยมณี หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช และนายเชิงชาย เรือนคำปา เกษตรอำเภอเมืองสุโขทัย ตรวจสอบการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในพื้นที่ หมู่ 4 ต.บ้านหลุม อ.เมือง จ.สุโขทัย เสาร์ที่ 23 กันยายน 2560 เวลา 04.00 น.


     นายยศพนธ์ ทัพพระจันทร์ เกษตรจังหวัดสุโขทัย มอบหมายให้ว่าที่ร้อยตรีชัยศรี ไชยมณี หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช และนายเชิงชาย เรือนคำปา เกษตรอำเภอเมืองสุโขทัย ตรวจสอบการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในพื้นที่ หมู่ 4 .บ้านหลุม อ.เมือง จ.สุโขทัย เมื่อวันก่อน

     พบการระบาดของเพลี้ยในระดับรุนแรง ในแปลงนาของนางอำไพ ท้วมเรือน ซึ่งปลูกข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ105 โดยข้าวเกิดอาการไหม้เป็นหย่อมเสียหายสิ้นเชิงกินพื้นที่กว่า 4 ไร่ จากพื้นที่ปลูกทั้งหมดของแปลงนี้จำนวน 13 ไร่ ส่วนในแปลงนาในพื้นที่ใกล้เคียง พบการระบาดของเพลี้ยบ้าง แต่ไม่ถึงระดับเศรษฐกิจ

     สำหรับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเป็นแมลงจำพวกปากดูด ตัวเต็มวัยมีลำตัวสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลปนดำ มีรูปร่าง 2 ลักษณะ คือ ชนิดปีกยาว และชนิดปีกสั้น ชนิดมีปีกยาวสามารถเคลื่อนย้ายและอพยพไปในระยะทางใกล้และไกลได้โดยอาศัยกระแสลมช่วย ตัวเต็มวัยเพศเมียจะวางไข่เป็นกลุ่ม ส่วนใหญ่วางไข่ที่กาบใบข้าว หรือเส้นกลางใบ โดยวางไข่เป็นกลุ่ม เรียงแถวตามแนวตั้งฉากกับกาบใบข้าว บริเวณที่วางไข่จะมีรอยช้ำเป็นสีน้ำตาล

     ไข่มีลักษณะรูปกระสวยโค้งคล้ายกล้วยหอม มีสีขาวขุ่น ตัวอ่อนมี 5 ระยะ ระยะตัวอ่อน 16-17 วัน ตัวเต็มวัยเพศเมียชนิดปีกยาวมีขนาด 4-4.5 มิลลิเมตร วางไข่ประมาณ 100 ฟอง เพศผู้มีขนาด 3.5-4 มิลลิเมตร เพศเมียชนิดปีกสั้นวางไข่ประมาณ 300 ฟอง ตัวเต็มวัยมีชีวิตประมาณ 2 สัปดาห์ ในหนึ่งฤดูปลูกข้าวเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลสามารถเพิ่มปริมาณได้ 2-3 อายุขัย
และทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย ทำลายข้าวโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากเซลส์ท่อน้ำท่ออาหาร บริเวณโคนต้นข้าวระดับเหนือผิวน้ำ ทำให้ต้นข้าวมีอาการใบเหลืองแห้งลักษณะคล้ายถูกน้ำร้อนลวกแห้งตายเป็นหย่อมๆ โดยทั่วไปพบอาการไหม้ในระยะข้าวแตกกอถึงระยะออกรวงซึ่งตรงกับช่วงอายุขัยที่ 2-3 ของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ในนาข้าวที่ขาดน้ำตัวอ่อนจะลงมาอยู่ที่บริเวณโคนกอข้าวหรือบนพื้นดินที่แฉะมีความชื้น

       นอกจากนี้ยังเป็นพาหะนำเชื้อไวรัส โรคใบหงิกมาสู่ต้นข้าว ทำให้ต้นข้าวมีอาการแคระแกร็น ต้นเตี้ย ใบสีเขียวแคบและสั้น ใบแก่ช้ากว่าปกติ ปลายใบบิดเป็นเกลียว และขอบใบแหว่งวิ่น
ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการระบาด ส่วนใหญ่จะเกิดจากวิธีการปลูกข้าวของเกษตรกร โดยเฉพาะการปลูกข้าวแบบนาหว่านน้ำตมมักจะมีปัญหาการระบาดมากกว่านาดำ เพราะนาหว่านมีจำนวนต้นข้าวหนาแน่นทำให้อุณหภูมิและความชื้นในแปลงนาเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ประกอบกับนาหว่านเพลี้ยสามารถทำลายข้าวได้อย่างต่อเนื่อง และการใช้ปุ๋ยเคมีในอัตราสูง โดยเฉพาะปุ๋ยไนโตรเจน จะทำให้การเพิ่มจำนวนเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในนาข้าว มีแนวโน้มมากขึ้น เนื่องจากปุ๋ยไนโตรเจน ทำให้ใบข้าวเขียวหนาแน่น ต้นข้าวมีสภาพอวบน้ำเหมาะแก่การเข้าดูดกินและขยายพันธุ์ของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และการใช้สารฆ่าแมลงในระยะที่เพลี้ยเป็นตัวเต็มวัยชนิดปีกยาว หรือช่วงที่อพยพเข้าในนาข้าวใหม่ ๆ ซึ่งจะอยู่ที่ข้าวระยะ 30 วันหลังหว่าน เป็นผลให้ศัตรูธรรมชาติจะถูกทำลาย และสารฆ่าแมลงก็ไม่สามารถทำลายไข่ของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ ทำให้ตัวอ่อนที่ฟักออกจากไข่มีโอกาสรอดชีวิตและเข้ามาทำลายต้นข้าวได้ต่อไป ส่วนศัตรูธรรมชาติที่มีบทบาทในการควบคุมประชากรเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้แก่มวนเขียวดูดไข่ และแมงมุมสุนัขป่า

    อย่างไรก็ตามในการลงพื้นที่ครั้งนี้ของเจ้าหน้าที่ ได้มีการแจ้งแก่ผู้ใหญ่บ้านให้ทำการนัดหมายเกษตรกรมาประชุมกันในวันรุ่งขึ้น เพื่อแนะนำวิธีการกำจัดเพลี้ยฯ แบบพร้อมเพรียงกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการกำจัดสูงสุด

      พร้อมถ่ายทอดวิธีการขยายเชื้อและใช้เชื้อราบิวเวอเรีย ในการควบคุมประชากรเพลี้ยฯในระยะยาวต่อไปอีกด้วย.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 7