อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

โครงการพัฒนาพื้นที่สูง ส่งเสริมปลูกเสาวรสหวาน

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้มอบหมายให้ นายจารึก เหล่าประเสริฐ ปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายผะอบ บินสะอาด นายอำเภอสบเมย และหัวหน้าส่วนราชการอำเภอ ตรวจเยี่ยมพื้นที่โครง การพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมยและแม่สามแลบ อำเภอสบเมย ศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2560 เวลา 04.00 น.


     เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้มอบหมายให้ นายจารึก เหล่าประเสริฐ ปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายผะอบ บินสะอาด นายอำเภอสบเมย และหัวหน้าส่วนราชการอำเภอ ตรวจเยี่ยมพื้นที่โครง การพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมยและแม่สามแลบ อำเภอสบเมย

    เพื่อติดตามผลการดำเนินงานส่งเสริมการปลูกเสาวรสหวาน และเยี่ยมชมกิจกรรมกลุ่มเตรียมสหกรณ์โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมยและแม่สามแลบ ซึ่งเป็นเกษตรกรที่รวมกลุ่มกันเพื่อทำการผลิต แปรรูปและทำการตลาดด้วยตนเองภายใต้แนวทางการบริหารจัดการรูปแบบสหกรณ์ ที่เกษตรกรจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ไม่ต้องมีพ่อค้าคนกลางเข้ามาเกี่ยวข้องในรายได้ด้านการจำหน่าย

      สำหรับเสาวรสหวานนั้นเป็นพืชประเภทเถาเลื้อย มี 2 ชนิด คือ เสาวรสเปรี้ยว ซึ่งมีทั้งพันธุ์สีม่วงและพันธุ์สีเหลือง แต่เสาวรสหวานจะเป็นพันธุ์ที่มีผลสีม่วง มีรสหวานและนิยมกินผลสด และสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ เช่น น้ำผลไม้ ไอศกรีม โดยปัจจุบันพันธุ์เสาวรสหวานที่ได้รับการส่งเสริมให้ปลูกกันมากนั่นก็คือ เสาวรสหวานเบอร์ 2 ชนิดผลสีม่วง

     การปลูกเสาวรสหวาน ของเกษตรกรในพื้นที่แห่งนี้จะคำนึงถึงพื้นที่ที่เหมาะสมคือจะใช้พื้นที่ที่มีความสูงไม่น้อยกว่า 700-1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยพื้นที่ปลูกจะมีแดดจัด ไม่มีน้ำขัง และไม่ลาดชันมากจนเกินไป

     ขั้นต้นเกษตรกรจะต้องเตรียมต้นพันธุ์จากการเพาะเมล็ดสำหรับใช้เป็นต้นตอ โดยใช้เมล็ดจากเสาวรสพันธุ์สีเหลืองนำไปเพาะในตะกร้า เมล็ดจะงอกภายใน 7-10 วัน เมื่อต้นกล้าอายุ 15-20 วัน จึงย้ายลงถุงปลูก และเมื่อต้นกล้าอายุได้ 2 เดือน จึงนำมาเปลี่ยนยอดพันธุ์ โดยตัดยอดของต้นพันธุ์ออกแล้วนำเอายอดพันธุ์ของเสาวรสพันธุ์หวานมาต่อติดกับต้นพันธุ์โดยใช้เชือกผูกติดกันไว้

    หลังจากนั้นใช้ถุงพลาสติกครอบไว้ เมื่อต้นพันธุ์ต่อกันเรียบร้อยจึงนำลงปลูกในแปลงที่ผสมดินก่อนปลูกไว้เรียบร้อยแล้ว โดยการผสมดินที่ใช้รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยอินทรีย์ จำนวน 1,000 กรัมต่อหลุม พร้อมทำค้างเพื่อให้เสาวรสหวานยึดเกาะ และปลูกด้วยการให้รอยต่อของกิ่งพันธุ์สูงกว่าพื้นดินเล็กน้อย จากนั้นคลุมโคนต้นด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง เมื่อต้นพันธุ์โตขึ้นเกษตรกรจะผูกเถาเข้ากับค้างให้ยอดตั้งตรงและจัดทรงให้กระจายทั่วค้าง

      เมื่อถึงช่วงของการเริ่มติดผลให้ใส่ปุ๋ยคอก จำนวน 1,000 กรัมต่อต้น ทุก 15 วัน ส่วนในระยะติดผลใส่จำนวน 50 กรัมต่อต้นทุก 15 วัน หลังจากนั้นก็ทำการเก็บเกี่ยวในระยะที่เหมาะสม แล้วนำผลมาผึ่งให้ผิวผลแห้งจึงค่อยนำไปบ่ม ซึ่งในการบ่มจะต้องนำแคลเซียมคาร์ไบด์ (ถ่านแก๊ส) ใส่ในภาชนะเล็ก ๆ หรือห่อกระดาษ เติมน้ำเล็กน้อยให้เกิดก๊าซอะเซทธิลีนแล้วปิดภาชนะทิ้งไว้ 3-5 วัน ก็จะได้ผลเสาวรสหวานที่พร้อมขายตามที่ต้องการ

      ปัจจุบันเสาวรสหวานมีแนวโน้มความต้องการของตลาดสูง เพราะผู้รักสุขภาพส่วนใหญ่นิยมบริโภคเสาวรสชนิดนี้.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 6