อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"ไข่นํ้า" เหมาะเลี้ยงสัตว์นํ้า

ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีแผนการขับเคลื่อนพัฒนาเกษตรอินทรีย์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมุ่งใช้คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงานพัฒนา โดยมีเป้าหมายขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ทั้งประเทศเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี อังคารที่ 14 พฤศจิกายน 2560 เวลา 04.30 น.


   ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีแผนการขับเคลื่อนพัฒนาเกษตรอินทรีย์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมุ่งใช้คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงานพัฒนา โดยมีเป้าหมายขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ทั้งประเทศเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี พร้อมนำร่องให้จังหวัดยโสธรเป็นต้นแบบเมืองเกษตรอินทรีย์ หรือยโสธรโมเดลด้านเกษตรอินทรีย์ เพื่อเป็นต้นแบบเกษตรอินทรีย์ของประเทศ 

    ในปีงบประมาณ 2560 ส่วนงานที่เกี่ยวข้องได้ปรับแนวทางการดำเนินงานโดยมุ่งเน้นในการพัฒนาฟาร์มต่างๆ อย่างเช่นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำก็จะมีการเน้นด้านอินทรีย์ทั้งสัตว์น้ำจืดและสัตว์น้ำชายฝั่ง เพื่อให้สามารถเข้าสู่ระบบมาตรฐานอินทรีย์ได้ในอนาคต เป็นการผลักดันให้เกิดผลผลิตจากฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์และผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำอินทรีย์ และทางเลือกหนึ่งในการเลี้ยงสัตว์น้ำโดยใช้อาหารแบบอินทรีย์คือ ไข่น้ำ หรือที่ภาคอีสานเรียกว่า ผำ ซึ่งเป็นพืชน้ำที่มีลักษณะเป็นสีเขียวขนาดเล็กคล้ายไข่ปลา กระจายคลุมเหนือผิวน้ำเป็นแพขึ้นอยู่ตามแหล่งน้ำที่เป็นน้ำนิ่ง เช่น บึง และหนองน้ำธรรมชาติทั่วไป โดยปกติจะมีมากในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไม่มีน้ำไหลเวียน 

     ข้อมูลจากกรมประมงระบุว่าไข่น้ำเป็นพืชผักพื้นบ้านที่ชาวบ้านนิยมนำไปประกอบอาหารกันมานานตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น แกง หรือผัด บางพื้นที่ก็ใส่เป็นส่วนประกอบของอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติให้มีความหอม มัน อร่อย มากยิ่งขึ้น เป็นผักที่มีโปรตีนสูง 40 % ของน้ำหนักแห้ง และจากรายงานผลวิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของไข่น้ำ พบว่า ใน 100 กรัมน้ำหนักแห้ง ให้พลังงานต่อร่างกาย 8 กิโลแคลอรี เส้นใย 0.3 กรัม แคลเซียม 59 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 25 มิลลิกรัม เหล็ก 6.6 มิลลิกรัม และมีวิตามินเอ บี1 บี 2 และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นหลายชนิด เช่น ลิวซีนวาลีน ฟีนิวอลานีน ฯลฯ เป็นต้น 

    การใช้ไข่น้ำหรือผำมาเป็นอาหารปลากินพืชจึงเป็นทางเลือกในการเดินเข้าสู่แนวทางเบื้องต้นของการเลี้ยงสัตว์น้ำแบบเกษตรอินทรีย์

     สำหรับจังหวัดยโสธร ทางประมงจังหวัด ได้มุ่งเน้นให้เกษตรกรหันมาทำอาชีพประมงให้สามารถเลี้ยงครอบครัวทั้งในระดับครัวเรือนจนถึงเชิงธุรกิจ และจากการสำรวจปลาเศรษฐกิจของจังหวัดยโสธรที่นิยมนำมาแปรรูปมากที่สุดคือ ปลาตะเพียน โดยชาวบ้านที่นี่จะนิยมนำมาทำเป็นปลาส้ม 

    พร้อมกันนี้ยังได้ให้เกษตรกรทดลองเลี้ยงปลาตะเพียนในนาข้าวก่อนเป็นเบื้องต้นโดยในปี 2559 เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถจับปลาขึ้นขายได้กำไรประมาณ 30,000 บาท ต่อราย บางรายก็ขุดบ่อขึ้นมา ขนาด 600 ตร.ม. เพื่อเลี้ยงสัตว์น้ำระบบอินทรีย์และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงบ่อเลี้ยง เป็นพันธุ์ปลากินพืชจำนวน 1,000 ตัว ประกอบด้วย ปลาตะเพียน 750 ตัว ปลานิล 200 ตัว และปลาไน 50 ตัว ขนาดตั้งแต่ 4.5–5.0 ซม. และใช้ไข่น้ำหรือผำและหญ้าเนเปียร์บดให้เป็นอาหารวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ครั้งละประมาณ 20 กก. (น้ำหนักเปียก) ซึ่งเป็นการเลี้ยงปลาตามระบบเกษตรอินทรีย์

    พบว่าปลาโตเร็ว อีกทั้งขนาดของปลายังมีเท่า ๆ กัน คาดว่าในปลายปี 2560 นี้จะสามารถจับปลาขายได้ไม่น้อยกว่า 1 ตัน ของเกษตรกรรายนี้ และสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท ไข่น้ำ จึงจัดเป็นอาหารสัตว์น้ำที่เหมาะสำหรับปลากินพืชจำพวกปลาตะเพียน ปลานิลและการเลี้ยงปลาแบบอินทรีย์. 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 3