อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ปลูกมันขี้หนู แซมสวนยางพารา

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 นางสาวพรภิมล จันทร์อ่อน เจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงาน นางสาวชนิตา หนูผึ้ง นักวิชาการเกษตร และนายศุภกร ชูส่งแสง นักวิชาการเกษตร ฝ่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ดินที่ 5 สถานีพัฒนาที่ดินสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่บ้านหนองบ่อ หมู่ที่ 6 ตำบลควนสุบรรณ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี  เสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2560 เวลา 04.30 น.


    เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 นางสาวพรภิมล จันทร์อ่อน เจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงาน นางสาวชนิตา หนูผึ้ง นักวิชาการเกษตร และนายศุภกร ชูส่งแสง นักวิชาการเกษตร ฝ่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ดินที่ 5 สถานีพัฒนาที่ดินสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่บ้านหนองบ่อ หมู่ที่ 6 ตำบลควนสุบรรณ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี 

   ซึ่งเป็นแปลงเพาะปลูกมันขี้หนูของนางมิสกรี ทองนวล หมอดินอาสาประจำตำบล ซึ่งปลูกมันขี้หนู แซมในสวนยางพารา เนื้อที่ 15 ไร่ เนื่องจากเป็นพืชอายุสั้น ดูแลง่าย และเป็นที่นิยมของผู้
บริโภคในพื้นที่ สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายโดยขายในราคากิโลกรัมละ 20-30  บาท ให้ผลผลิตเฉลี่ย 1,300-1,500 กิโลกรัมต่อไร่ สามารถสร้างรายได้ และเป็นทางเลือกให้แก่เกษตรกรที่ปลูกยางพาราได้เป็นอย่างดี

    มันขี้หนู เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา แพร่กระจายเข้ามาสู่ชวา และประเทศในคาบสมุทรมลายู ประเทศไทยจะพบได้มากในภาคใต้ในสภาพธรรมชาติ ทั้งตามป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบ และสวนปาล์ม ไปจนถึงสวนยางพารา รวมถึงตามบ้านเรือนที่นิยมปลูกไว้รับประทาน

     เป็นพืชท้องถิ่นมีหัวที่นิยมปลูก และรับประทานมากในภาคใต้ เนื่องจากหัวมันขี้หนูนิยมนำมาประกอบอาหาร อาทิ แกงส้มปลาใส่หัวมันขี้หนู แกงจืดหัวมันขี้หนู แกงเหลือง และแกงไตปลา รวมถึงนำใบอ่อน และยอดอ่อนมาลวกรับประทานเป็นผักแกล้มน้ำพริกหรืออาหารรสจัด เช่น คั่วกลิ้ง บางพื้นที่ยังนำหัวมันขี้หนูมาทำแป้งสำหรับทำขนมหวานชนิดต่าง ๆ อีกด้วย

     เป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นตั้งตรง ขนาดเล็ก และมักขึ้นกระจุกกันแน่น จนบางแห่งมีลักษณะเป็นกอหรือทรงพุ่ม ลำต้นสูงประมาณ 30-60 เซนติเมตร ลำต้นมีลักษณะเป็นเหลี่ยม อวบน้ำ และมีขนปกคลุม ส่วนรากประกอบด้วยโคนรากที่พัฒนาเป็นหัว และรากฝอยค่อนข้างยาวที่แตกออกจากปลายหัวด้านล่าง

     หัวมันขี้หนู มีขนาดเล็กที่เป็นรากสะสมอาหาร ลักษณะเรียวยาว ทรงกระบอก หัวท้ายป้าน ขนาดหัวประมาณ 1-3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3-6 เซนติเมตร เปลือกหัวบาง มีสีน้ำตาลอมเหลืองหรือสีส้มอมเหลือง เนื้อหัวด้านในมีสีขาวอมเหลืองหรือสีครีมหรือสีม่วง ให้รสชาติมัน และหวานเล็กน้อย

      เติบโตได้ดีในดินที่ร่วนซุย พื้นที่ปลูกไม่มีน้ำท่วมขัง และมีแสงแดดส่องตลอดทั้งวัน ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้นิยมนำมาปลูกในสวนยางพาราปลูกใหม่ และสวนปาล์มที่มีอายุน้อย เพราะมีแสงแดดส่องทั่วแปลง การเตรียมแปลงทั้งในแปลงสวนยางพาราหรือสวนปาล์มจะใช้การไถพรวนดิน และตากดิน พร้อมกำจัดวัชพืชนาน 5-7 วัน ก่อนไถพรวนแปลง และตากดินก่อนปลูกอีก 1 ครั้ง นาน 3-5 วัน ทั้งนี้ เกษตรกรอาจหว่านปุ๋ยคอก ก่อนการไถพรวนและก่อนปลูก

    การปลูกจะใช้หัวมันขี้หนูที่เก็บ และนำมาพักทิ้งไว้แล้วประมาณ 3 เดือน โดยคัดหัวที่เริ่มแตกหน่อแล้วประมาณ 3-4 เซนติเมตร ระยะห่างต่อหลุมประมาณ 30-50 เซนติเมตร แต่ละหลุมใช้หัวประมาณ 1-4 หัว โดยหัวใหญ่ใช้ประมาณ 1-2 หัว หัวเล็กใช้ 2-4 หัว

    อีกวิธีคือการปลูกด้วยยอดจะใช้การตัดต้นหรือตัดยอดจากต้นพ่อแม่พันธุ์ที่มีอายุมากกว่า 4 เดือน โดยตัดยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ก่อนนำไปปักชำหนึ่งจุดต่อ 1-2 ยอดต่อหลุม ในระยะห่าง 5-10 เซนติเมตร หรือปลูกลงแปลง เป็นหลุมห่างกัน 30-40 เซนติเมตร หลุมละ 2-4 ยอด

    ประมาณ 6 เดือน จนถึง 8 เดือน ก็สามารถเก็บหัวมาบริโภคหรือขายได้ การถอนเกษตรกรจะใช้มือถอนทั้งต้นหรือไถพรวนก่อนซึ่งผลผลิตโดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 2-3 ตันต่อไร่ ราคาขายทั่วไปประมาณกิโลกรัมละ 20-40 บาท.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 236