อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ผักหนามปลูกไม่ยาก ให้คุณทั้งคนและสัตว์

ผักหนาม เป็นไม้ล้มลุก มีอายุหลายปี ลำต้นเป็นเหง้าแข็งอยู่ใต้ดินทอดเลื้อยขนานกับพื้นดิน ตั้งตรงและโค้งลงเล็กน้อย ชูยอดขึ้น ตามลำต้นมีหนามแหลม ขยาย พันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและแยกเหง้า  ศุกร์ที่ 8 ธันวาคม 2560 เวลา 04.30 น.


   ผักหนาม เป็นไม้ล้มลุก มีอายุหลายปี ลำต้นเป็นเหง้าแข็งอยู่ใต้ดินทอดเลื้อยขนานกับพื้นดิน ตั้งตรงและโค้งลงเล็กน้อย ชูยอดขึ้น ตามลำต้นมีหนามแหลม ขยาย พันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและแยกเหง้า 

   มีแหล่งกระจายพันธุ์ในประเทศอินเดีย ทางตอนใต้ของประเทศจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึงอินโดนีเซีย ในประเทศไทยพบได้ตามแหล่งธรรมชาติทั่วทุกภาค บางพื้นที่นิยมนำมาปลูกเลี้ยงเป็นไม้กระถางสำหรับประดับอาคารสถาน

   เป็นพืชที่ชอบดินร่วน มีความชื้นมาก และแสงแดดแบบเต็มวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ชื้นแฉะและมีน้ำขัง เช่น ริมน้ำ ริมคู คลอง หนอง บึง ร่องน้ำในสวน หรือบริเวณดินโคลนที่มีน้ำขังผักหนามจะเจริญงอกงามดี

    การนำมาปลูกทำได้ไม่ยาก โดยนำดินปลูกมาผสมปุ๋ยหมัก หมักน้ำไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อให้ดินอุ้มน้ำและเกิดการตกตะกอน เอาน้ำออกนำดินที่ชื้นแฉะใส่ลงในภาชนะปลูก จากนั้นนำผักหนามลงปลูกได้ ด้วยการแยก   เหง้าจากต้นเดิม ตัดเป็นท่อน ๆ แล้วนำลงปลูกในภาชนะปลูก ใส่น้ำลงไปพอปริ่ม ๆ เหนือดินปลูกเล็กน้อย จากนั้นก็คอยเติมน้ำหากน้ำแห้ง
ไม่นานก็จะแทงยอดอ่อนขึ้นมา ซึ่งยอดอ่อนนี้สามารถตัดเก็บมาปรุงอาหารได้  โดยนำไปลวกหรือนึ่งกินกับน้ำพริก และทำเป็นแกงหรือผัดก็ได้ เมนูจากผักหนาม ที่นิยมของคนไทยก็คือ ยอดผักหนามลวกกับน้ำพริกปลา น้ำพริกอ่อง หรือ น้ำพริกปลาร้า จอผักหนาม เป็นต้น

  เป็นพืชใบเดี่ยว มีสีเขียวถึงเขียวเข้มมันเงา มีหลายรูปทรงและหลายขนาด ทั้งรูปหัวใจ ใบเป็นแฉก หยักเป็นรูปต่าง ๆ มีหนามโดยเฉพาะด้านใต้ใบ หนึ่งต้นจะมีใบประมาณ 1-3 ใบ ก้านใบกลมและยาวได้ถึง 1 เมตร ดอกมีลักษณะเป็นช่อก้านดอกยาว มีกาบหุ้มช่อดอกสีม่วงแดงหรือสีน้ำตาลม่วงปลายแหลม ยาวหุ้มดอกไว้ ดอกย่อยรวมกันเป็นแท่งรูปทรงกระบอกสีชมพูม่วง เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม หลังจากดอกผสมแล้วจะออกผลอยู่บนก้านดอก ผลกลม ผิวขรุขระ สีเขียว เมื่อแก่สีน้ำตาล เมล็ดมีสีน้ำตาลอ่อนสามารถนำไปขยายพันธุ์ได้

    ยอดอ่อนและใบอ่อน ตลอดถึงดอกอ่อนมีรสจืด มีคุณค่าทางโภชนาการโดยใน 100 กรัม จะประกอบไปด้วย พลังงาน 18 แคลอรี โปรตีน 2.1 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 2.0 กรัม ใยอาหาร 0.8 กรัม เถ้า 0.8 กรัม วิตามินเอ 6,383 หน่วยสากล วิตามินบี 1 0.92 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.04 มิลลิกรัม วิตามินบี 3 0.91 มิลลิกรัม วิตามินซี 23 มิลลิกรัม แคลเซียม 14 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.9 มิลลิกรัม และฟอสฟอรัส 11 มิลลิกรัม

     ในประเทศอินเดียบางพื้นที่จะใช้ผักหนามมาปรุงเป็นอาหาร โดยลำต้นนำมาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใช้ผสมในข้าวสาร แล้วนำไปหุง เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณ ส่วนก้านและใบจะนำไปใช้เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงโคกระบือ ด้วยการนำมาตำผสมกับเกลือแกงให้โคและกระบือกิน ทำให้อ้วนท้วนสมบูรณ์ โดยเฉพาะกระบือจะทำให้ได้น้ำนมดี ด้วยที่ประเทศอินเดียหลายพื้นที่จะนิยมดื่มนมกระบือมากกว่านมโค ทั้งนี้เนื่องจากผักหนามมีฮอร์โมนบางชนิดและสารบางตัวที่มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งจะช่วยในการส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันโรคได้ 

    ส่วนในประเทศไทยบางพื้นที่จะนำก้านแก่และใบแก่ของผักหนาม มาบดผสมลงไปในอาหารสำหรับเลี้ยงไก่ เพื่อให้ไก่มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เป็นการลดต้นทุนในการเลี้ยงไก่ได้อีกทางหนึ่ง.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 68