อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563

ลดพื้นที่คุมปริมาณผลผลิต ทางออกยางพาราไทย

ครม.มอบของขวัญปีใหม่ เกษตรกรชาวสวนยาง เห็นชอบมาตรการแก้ปัญหาราคายาง7 โครงการ เป้าหมายให้ราคายางพุ่งขึ้นไปอยู่ในระดับ 65 บาทต่อกิโลกรัม  ศุกร์ที่ 29 ธันวาคม 2560 เวลา 04.30 น.


    คณะรัฐมนตรีได้มอบของขวัญปีใหม่ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง โดยได้เห็นชอบมาตรการแก้ปัญหาราคายางตั้งแต่ระดับต้นทาง กลางทาง และปลายทาง รวมทั้งหมด 7 โครงการ ซึ่งมีเป้าหมายให้ราคายางพุ่งขึ้นไปอยู่ในระดับ 65 บาทต่อกิโลกรัม 

     โดย 5 โครงการแรกเป็นไปตามที่คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) เสนอ คือ 1. โครงการสนับสนุนสินเชื่อเงินทุน หมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกร เพื่อรวบรวมยางพาราวงเงิน 10,000 ล้านบาท 2. โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง วงเงิน 20,000 ล้านบาท

     3. โครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้รับแจ้งความประสงค์ในการใช้ยางของหน่วยงานรัฐในปี 2561 และรัฐบาลมี นโยบายพร้อมสั่งการให้หน่วยงานภาครัฐใช้ยางพาราภายในประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อนำมาให้กับหน่วยงานรัฐในโครงการต่าง ๆ โดยใช้งบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 

    4.โครงการควบคุมปริมาณผลผลิต มีเป้าหมายจะลดพื้นที่การปลูกยางถาวร 2 แสนไร่ และลดพื้นที่ปลูกยางชั่วคราวอีก 2 แสนไร่ รวม 4 แสนไร่ และ 5.โครงการจัดตั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพราคายาง ระหว่าง กยท.และผู้ส่งออกรายใหญ่ 5 บริษัท มีเงินตั้งต้น 1,200 ล้านบาท มอบหมายให้ กยท.หารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความชัดเจนก่อนไปตั้งกองทุนต่อไป

     ส่วนอีก 2 โครงการ เป็นการทบทวนมติ ครม. เดิมคือ โครงการชดเชยดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง วงเงิน 15,000 ล้านบาท สำหรับขยายกำลังการผลิตหรือปรับเปลี่ยนเครื่องจักร ให้กับผู้ประกอบการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางชั้นปลายน้ำ และโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพารา ซึ่งกำหนดวงเงินสินเชื่อไว้ 5,000 ล้านบาท รัฐชดเชยดอกเบี้ยให้ 3% และกองทุนพัฒนาสหกรณ์ สนับสนุนดอกเบี้ยให้สถาบันเกษตรกร 0.49% ต่อปี 

     นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการ กยท. กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐนี้จะช่วยดูดซับปริมาณยางออกจากตลาด ทำให้ราคายางมีเสถียรภาพมากขึ้น โดย กยท. รับซื้อผลผลิตยางพารา ได้แก่ ยางแผ่นดิบคุณภาพ 3 น้ำยางสด ยางก้อนถ้วย หรือยางชนิดอื่น ๆ ผ่าน ตลาดยาง กยท. ตลาดเครือข่าย และตลาดกลางยางพารา กยท. ในช่วงเดือนธันวาคม 2560–     30 เมษายน 2561 จำนวน 200,000 ตัน เพื่อนำไปใช้งานหน่วยงานภาครัฐ เช่น การทำถนนลาดยางมะตอยผสมยางพาราชนิดผสมร้อน ทำชั้นพื้นทางของถนน ทำยางปูพื้น ทำสนามฟุตซอล ทำสนามเด็กเล่น ยางปูสระน้ำ เป็นต้น

      “โครงการนี้เป็นการสร้างความสมดุลระหว่างปริมาณการผลิตและความต้องการใช้ ด้วยมาตรการลดพื้นที่ปลูกควบคุมปริมาณผลผลิต เป็นการเร่งรัดการโค่นยางมากยิ่งขึ้น ด้วยการสนับสนุนการโค่นยางเพื่อปลูกแทนด้วยไม้ยืนต้นชนิดอื่น ทั้งไม้ผล ไม้แปรรูป และอื่น ๆ ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ จำนวน 2 แสนไร่ พร้อมสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้ชาวสวนยางรายละ 4,000 บาท ในช่วงเดือนมกราคม–มีนาคม 2561 นี้ จะเป็นการลดพื้นที่ปลูกยางแบบถาวร นอกจากนี้ยังส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยางปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดี เน้นการปลูกแทนแบบผสมผสานอีกจำนวน 2 แสนไร่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต ซึ่งจะลดปริมาณผลผลิตได้ไม่น้อยกว่า 90,000 ตัน” ผู้ว่าการ กยท. กล่าว

      ส่วนการลดปริมาณผลผลิตยางของหน่วยงานภาครัฐที่มีสวนยาง 1 แสนกว่าไร่ ซึ่งประกอบด้วย สวนยางของ กยท. กรมวิชาการเกษตร และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) นั้น เป็นมาตรการระยะสั้นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดได้ไม่น้อยกว่า 6,780 ตันในระยะเวลา 3 เดือน คือ ตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2561 

       นอกจากนี้ ยังมีมาตรการรัฐบาลไทยร่วมมือกับประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย งดการส่งออกยางปริมาณ 350,000 ตัน เป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างความต้องการใช้และปริมาณการผลิตยางของโลกอีกด้วย.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 1.58K