อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 เมษายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 เมษายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ศึกษาแนวทางแก้ โรคเหี่ยวในกล้วยหิน

นายสมโชค ณ นคร เกษตรจังหวัดยะลา มอบหมายให้กลุ่มอารักขาพืช โดยนายอำมร รอดดำ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช พร้อมด้วยนายเอกราช วิบูลย์พันธุ์ นวส.ปฏิบัติการออกสำรวจพื้นที่และวางแผนการจัดทำแปลงต้นแบบการจัดการโรค  เหี่ยวในกล้วยหิน พื้นที่ อำเภอธารโต และบันนัง สตา จังหวัดยะลา จันทร์ที่ 16 เมษายน 2561 เวลา 04.00 น.


    นายสมโชค ณ นคร เกษตรจังหวัดยะลา มอบหมายให้กลุ่มอารักขาพืช โดยนายอำมร รอดดำ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช พร้อมด้วยนายเอกราช วิบูลย์พันธุ์ นวส.ปฏิบัติการออกสำรวจพื้นที่และวางแผนการจัดทำแปลงต้นแบบการจัดการโรค  เหี่ยวในกล้วยหิน พื้นที่ อำเภอธารโต และบันนัง สตา จังหวัดยะลา เมื่อวันก่อน

     โดยได้ออกแบบการทดสอบ ด้วยการปลูกหน่อกล้วยหินในแปลงที่มีการระบาดของโรคและก่อเกิดความเสียหายในวงกว้างมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นแปลงเดิม โดยใช้หน่อกล้วยหินจากกอที่เป็นโรค แล้วทำการทดลอง จำนวน 2 แปลง เพื่อทำการเปรียบเทียบและแนวทางในการแก้ไขปัญหาของโรค ก่อนนำผลสรุปไปขยายผลสู่การปฏิบัติใช้ของเกษตรกรในพื้นที่ต่อไป

    โดยแปลงปลูกที่ 1  จะมีการปลูกเพื่อการศึกษาจำนวน 5 กอ ด้วยวิธีการเลือกหลุมปลูกกล้วยหินในแปลงที่มีการระบาด โดยเลือกปลูกในพื้นที่ว่างระหว่างกอที่เคยเกิดการระบาด ทำการฆ่าเชื้อในดิน ในหลุมปลูกด้วยการใช้ปุ๋ยยูเรีย ในอัตรา   0.5 กิโลกรัม ผสมกับปูนขาว ในอัตรา 5 กิโลกรัม ต่อกอ พร้อมขุดดินรอบ ๆ กอ  แล้วโรยส่วนผสมของปูนขาวและยูเรียให้   ทั่วกอกล้วย กลบดินให้แน่น แล้วรดน้ำให้ชุ่ม ทิ้งไว้ 3 สัปดาห์ เมื่อครบกำหนด       ใช้จอบสับดินให้แก๊สพิษที่อยู่ในดินฟุ้งออกมา

     จุ่มหน่อกล้วยหินในสารชีวภัณฑ์บาซิลัสซับทีลิส สายพันธุ์ BS-DOA 24 ในอัตรา 25 กรัม ผสมน้ำ 10 ลิตร วางไว้นาน 30 นาที นำหน่อกล้วยหินที่ผ่านการฆ่าเชื้อในดินแล้วลงปลูกในหลุมที่มีการจัดการดินแล้ว หลังปลูกควบคุมโรคโดยใช้สารชีวภัณฑ์บาซิลัสซับทีลิส สายพันธุ์ BS-DOA 24 ในอัตรา 25 กรัม ผสมน้ำ 10 ลิตร รดให้ทั่วรอบต้น และรดซ้ำทุก 30 วัน นาน 12 เดือน ในแปลงที่ 2 นำหน่อกล้วยหินมาปลูกโดยไม่มีการจุ่มน้ำยาหน่อก่อนปลูก ในจำนวน 5 กอเช่นเดียวกับวิธีการแรก โดยเลือกหลุมปลูกกล้วยหินในแปลงที่มีการระบาด และปลูกในพื้นที่ว่างระหว่างกอของจุดที่ปลูกกล้วยเดิม ทำการฆ่าเชื้อดินปลูกในหลุมปลูกโดยใช้ปุ๋ยยูเรีย ในอัตรา 0.5 กิโลกรัม ผสมกับปูนขาว อัตรา 5 กิโล กรัม ต่อกอ พร้อมขุดดิน    รอบ ๆ กอแล้วโรยส่วนผสมของปูนขาวและยูเรียให้ทั่วกอกล้วย กลบดินให้แน่น แล้วรดน้ำให้ชุ่ม ทิ้งไว้ 3 สัปดาห์ เมื่อครบกำหนดใช้จอบสับดินให้แก๊สพิษที่อยู่ในดินบริเวณนั้นฟุ้งออกมา จากนั้นนำหน่อกล้วยหินลงปลูกในหลุมปลูกที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยวิธีดังกล่าวแล้ว จากนั้นควบคุมโรคโดยใช้สารชีวภัณฑ์บาซิลัสซับทีลิส สายพันธุ์ BS-DOA 24 ในอัตรา 25 กรัม ผสมกับน้ำ 10 ลิตร รดให้ทั่วกอบริเวณรอบ ๆ ต้นกล้วย และรดซ้ำทุก 30 วันนาน 12 เดือน ในอัตรา 25 กรัม ผสมน้ำ 10 ลิตร รดให้ทั่วรอบต้น และรดซ้ำ ทุก 30 วัน นาน 12 เดือน ทั้ง  นี้ทีมงานศึกษาจะนำผลที่ เกิดขึ้นจากทั้ง 2 วิธี ในการแก้ไขปัญหามาประเมินผล เปรียบเทียบลักษณะอาการการเจริญเติบโต และการให้ผลผลิตกล้วยหิน โดยตั้งเป้าการศึกษาเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่าวิธีการใดที่สามารถลดการระบาดได้ และสามารถหยุดการระบาดของโรคลงได้ หรือไม่อย่างไร

      ก่อนนำข้อสรุปขยายผลสู่การปฏิบัติ ใช้ของเกษตรกรที่ปลูกกล้วยหินในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงต่อไป.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 18