อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 25 เมษายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 25 เมษายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ปลูกเผือกเชิงพาณิชย์

เผือกเป็นพืชล้มลุก ต้นมีลักษณะคล้ายต้นบอน เป็นพืชอาหารและสามารถกินแทนข้าวได้ นิยมนำมาทำขนมหวานหลากหลายรูปแบบ จึงมีตลาดรองรับผลผลิตอย่างต่อเนื่องทั้งปี อังคารที่ 17 เมษายน 2561 เวลา 04.30 น.


    เผือกเป็นพืชล้มลุก ต้นมีลักษณะคล้ายต้นบอน เป็นพืชอาหารและสามารถกินแทนข้าวได้ นิยมนำมาทำขนมหวานหลากหลายรูปแบบ จึงมีตลาดรองรับผลผลิตอย่างต่อเนื่องทั้งปี

    เผือกเป็นพืชที่ชอบดินร่วนปนทราย หากปลูกในดินเหนียวหัวจะผอมยาว ไม่อวบ ชอบดินที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ มีการระบายน้ำดี น้ำไม่ขังเมื่อมีฝนตกชุก ปลูกหลังนา ควรปลูกไม่เกินเดือนเมษายน เพราะถ้าปลูกช้ากว่านี้ จะกระทบต่อการปลูกข้าวช่วงหน้าฝน และระยะเผือกแก่ฝนตกชุกน้ำจะขังทำให้หัวเผือกเน่าเสียหายได้

     สำหรับพันธุ์เผือกเกษตรกรสามารถผลิตได้เองด้วยการใช้ลูกเผือกลูกซอ หรือตะเกียงที่แตกออกจากหัวเผือกไปทำพันธุ์ หาซื้อพันธุ์ได้ที่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก จังหวัดนครปฐม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดปทุมธานี เป็นต้น

    เมื่อได้พันธุ์เผือกมาแล้วนำมาวางเป็นแถว ๆ ในที่ร่ม บนดินที่เปียกชุ่มเอาฟางปิดคลุมรดน้ำให้ชุ่มทุกวันประมาณ 5-6 วัน ลูกเผือกจะเริ่มผลิหน่อแล้วค่อย ๆ เติบโตเป็นต้นอ่อน สูงประมาณ 10-12 เซนติเมตร ก็ย้ายลงปลูกในแปลงได้ ถ้าแตกหน่อหรือยอดหลายยอด ควรเด็ดให้เหลือเพียงยอดเดียว เตรียมดินแปลงปลูกด้วยการไถพรวน เก็บหญ้าและเศษกิ่งไม้ในแปลงออกให้หมดก่อนยกร่องทำร่องกว้างประมาณ 5 เมตร ยาวตามสภาพพื้นที่ ร่องห่างกันประมาณ 1 เมตร ถึง 1 ½ เมตร เพื่อให้เป็นทางระบายน้ำเมื่อฝนตกหนัก น้ำจะได้ไม่ขังแปลงปลูก

     จากนั้นขุดหลุมปลูก มีความกว้าง 50 เซนติเมตร ถ้าดินเปรี้ยวหรือเป็นกรดสูง แก้ด้วยการใส่หินปูน หรือปูนขาว คลุกเคล้าลงในดิน ขณะทำการไถพรวน ประมาณไร่ละ 500 กิโลกรัม หรือคลุกกับดินในหลุมปลูกหลุมละประมาณ 1 กระป๋องนมข้น

    นำต้นอ่อนที่ชำไว้ไปปลูกลงหลุมให้ต้นอ่อนตั้งตรง กลบดินเล็กน้อยพอมิดหัวเผือก ควรปลูกในตอนเย็น หลังปลูกระยะแรกหมั่นรดน้ำเช้าเย็นให้ดินชุ่ม เมื่อเผือกตั้งตัวได้เว้นระยะรดน้ำให้ห่างออกไปได้ หลังจากต้นเผือกฟื้นตัวดีแล้ว ไม่นานจะแตกหน่อขึ้นเป็นกอ ให้ใช้เสียมคม ๆ ปาดหน่อที่แตกออกทิ้ง เหลือต้นเผือกไว้ในหลุมเพียงต้นเดียว เพราะถ้าเป็นกอใหญ่จะได้เผือกที่มีหัวเล็ก ๆ ขายไม่ได้ราคา อายุปลูกประมาณ 4-5 เดือน จะเริ่มมีหัวและโตขึ้นต่อเนื่อง ช่วงนี้ใช้จอบพูนดินคลุมโคนเพื่อให้เผือกมีหัวป้อมใหญ่ และมีน้ำหนักดี เผือกนับเป็นพืชที่ต้องการปุ๋ยมาก และเป็นพืชที่สะสมอาหารในหัวที่คนเรามาบริโภค เพื่อสุขภาพที่ดีก็ควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์เป็นหลักในการบำรุง หากเป็นปุ๋ยเคมีอาจจะเกิดการสะสมมากจนเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ โดยใช้ปุ๋ยคอก เช่น มูลวัว ควาย เป็ด ไก่ ที่หมักแล้วมาใส่โดยเริ่มตั้งแต่รองก้นหลุม และคลุกกับดินในหลุมปลูกหลุมละประมาณ 2-3 กำมือ ก่อนทำการปลูกเผือก

      จากนั้นใส่เดือนละ 1 ครั้ง โดยโรยรอบ ๆ บริเวณโคนต้นเผือกที่พูนดินขึ้นมา แล้วกลบดินทับตามด้วยการรดน้ำให้ชุ่ม หากเกิดโรคหัวเน่าจากเชื้อราเข้าทำลายหัว ไม่ควรใช้ยาชนิดเม็ดหยอดบริเวณหัวเผือก ซึ่งปัจจุบันมีจำหน่ายโดยทั่วไปในหลายยี่ห้อทางการค้า เพราะยาเหล่านี้มีฤทธิ์ตกค้างอยู่ในหัวเผือกนานมากถึง 120 วันหรือกว่านั้น ถ้าเกษตรกรใช้ยาและเก็บเผือกขายขณะที่ยายังไม่หมดฤทธิ์ จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพสำหรับผู้ที่ซื้อเผือกไปรับประทานได้

     นับจากวันปลูกถึงวันเก็บเกี่ยวจะอยู่ที่ประมาณ 7 เดือน เมื่อใกล้จะเก็บเกี่ยวได้ใบจะค่อย ๆ เป็นสีเหลืองตั้งแต่ใบล่างขึ้นไปจนเหลือใบตรงส่วนยอดเพียง 2-3 ใบเท่านั้น ก็ขุดหัวไปจำหน่ายได้

     ซึ่งในพื้นที่ปลูก 1 ไร่จะได้ผลผลิตประมาณ 1,400- 2,000 กิโลกรัม จึงนับเป็นพืชหลังนาที่เหมาะสมในการพิจารณานำไปปลูกของเกษตรกร.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 34