อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ส่งเสริมเปลี่ยนนาหว่าน เป็นนาหยอด

นายนวนิตย์ พลเคน เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินกิจกรรม งานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ตำบลพุทไธสง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ พุธที่ 16 พฤษภาคม 2561 เวลา 04.30 น.


        นายนวนิตย์ พลเคน เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินกิจกรรม งานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่ ปี 2561 ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) บ้านแดงใหญ่ หมู่ที่ 13 ตำบลพุทไธสง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันก่อน

        โดยมี นายนิสิต วงศ์หทัย ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดงาน จัดโดยสำนักงานเกษตรอำเภอพุทไธสง มีนางบัวภา ศาลางาม เกษตรอำเภอพุทไธสง และคณะเจ้าหน้าที่ฯ ร่วมให้การต้อนรับ ภายในงานมีการจัดนิทรรศการให้ความรู้ด้านการผลิตภาคการเกษตร จากส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ มีสถานีเรียนรู้จำนวน 6 ฐานด้วยกัน

       ประกอบด้วย ฐานเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ฐานการทำและใช้สารชีวภัณฑ์ป้องกันกำจัดศัตรูพืช ฐานการลดต้นทุนการผลิต การปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูกข้าว การใช้เครื่องจักรกลการเกษตร ฐานจัดการดินและปุ๋ย การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ฐานการเลี้ยงปศุสัตว์ การสุขาภิบาลสัตว์ และฐานการประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรในพื้นที่ร่วมกิจกรรมดังกล่าว กว่า 300 คน

       การจัดงานดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการผลิตข้าว โดยการปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูกข้าวจากการทำนาหว่านเป็นนาหยอด เพื่อลดอัตราการใช้เมล็ดพันธุ์ต่อไร่ การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน พัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรด้วยการทำการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (Good Agriculture Practices : GAP) และเกษตรอินทรีย์ มีการเพิ่มกิจกรรมในไร่นาด้วยการทำไร่นาสวนผสม เกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติใช้

      ด้วยในปัจจุบันกระบวนการเทคนิค และเทคโนโลยีในการทํานาได้รับการพัฒนาเพื่อให้เกิดความสะดวกเหมาะสมต่อสภาพพื้นที่และเพื่อเป็นการลดต้นทุนในการทํานา การทํานาโดยใช้เครื่องหยอดเมล็ดข้าวจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีการเริ่มใช้กันมากขึ้น ด้วยเป็นวิธีการผสมผสานข้อดีระหว่างการทํานาแบบปักดําและการทํานาแบบหว่านน้ำตมเข้าด้วยกัน

      ก่อนหน้านี้ได้มีการศึกษาวิจัยในการพัฒนาเครื่องหยอดข้าวอัตโนมัติ เพื่อทดแทนแรงงานที่ขาดแคลนในบางพื้นที่ และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปลูกข้าว โดยนำเครื่องหยอดข้าวอัตโนมัติมาทดสอบในไร่นาจริง และนำผลที่ได้รับมาพัฒนาปรับปรุงระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์ แวร์ และศึกษาถึงต้นทุนที่เกิดขึ้น

       และได้มีการพัฒนาเครื่องหยอดข้าวอัตโนมัติขึ้นมา 2 รุ่นเพื่อใช้สำหรับนาแห้ง และนาโคลน พร้อมทำการทดสอบในระดับไร่นาของเกษตรกร ผลจากการทดสอบเป็นที่น่าพอใจ สามารถหยอดเมล็ดข้าวได้เป็นแถวเป็นแนวในสภาพนาจริง ทำให้เกษตรกรสามารถดูแลแปลงนาได้โดยง่าย และลดต้นทุนโดยรวมได้โดยเฉพาะเรื่องปัญหาแรงงานและการใช้เมล็ดพันธ์ุข้าวที่สามารถลดปริมาณได้ และได้เผยแพร่ผลงานศึกษาวิจัยดังกล่าวให้กับเกษตรกร เพื่อนำไปใช้ได้อย่างมีประโยชน์ในด้านการลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตในนาข้าวให้มากขึ้น และได้ยื่นขอจดสิทธิบัตร 3 ฉบับร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

       ซึ่งข้อดีของการใช้เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวคือสามารถทําการตรวจตัดพันธุ์ปนได้ง่าย เนื่องจากนาหยอดจะมีระยะห่างระหว่างแถว กอ ใกล้เคียงกับการทํานาดํา ประหยัดเมล็ดพันธุ์โดยใช้เมล็ดพันธุ์ 8 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 1 ไร่.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 6