อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 ตุลาคม 2561

ถั่วฝักยาวลายเสือจักรพันธ์ เบอร์ 1 ปลูกได้ทุกสภาพดิน

ถั่วฝักยาว มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีนและอินเดีย เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ยังเป็นพืชที่ปลูกได้ตลอดทั้งปี พฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2561 เวลา 04.30 น.


    ถั่วฝักยาวมีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีนและประเทศอินเดีย จัดเป็นพืชผักในตระกูลถั่วที่นิยมรับประทานกันทั่วไปในทวีปเอเชียโดยเฉพาะประเทศไทย และถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยอีกทั้งยังเป็นพืชที่ปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤศจิกายน

    สำหรับถั่วฝักยาวลายเสือจักรพันธ์ เบอร์ 1 นั้นเป็นถั่วฝักยาวที่ได้จากการผสมข้ามจากพันธุกรรมระหว่างสายพันธุ์แม่ คือ Y017 มีลักษณะฝักสีเขียว ให้ผลผลิตจำนวนฝักสูง ออกดอกเร็ว ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ได้จากการรวบรวมพันธุ์จากอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ผสมกับสายพันธุ์พ่อ Y023 ซึ่งเป็นถั่วฝักยาวพันธุ์พื้นเมืองจากชนเผ่าอาข่า จังหวัดเชียงราย ฝักมีสีเขียวอ่อน ลายสีแดง ฝักค่อนข้างสั้น เปลือกหนา ผิวฝักมีลักษณะหยาบกระด้าง

     โดยทำการผสมข้ามในปี พ.ศ. 2551 ทำการคัดเลือกพันธุ์ ณ สำนักฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 6 รอบ ได้ถั่วฝักยาวที่มีลักษณะแตกต่างจากเดิมและมีความคงที่ทางพันธุกรรม จากนั้นทำการปลูกทดสอบและเก็บข้อมูลลักษณะประจำพันธุ์ร่วมกับสายพันธุ์อื่นๆ

      สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ มาทรงคัดเลือกพันธุ์ ดังกล่าว เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ที่ผ่านมา ณ สำนักฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จากนั้นทำการปลูก ณ ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พร้อมทั้งถวายรายงานข้อมูลลักษณะประจำพันธุ์ พระองค์ได้พระราชทานนามว่า “ถั่วฝักยาวพันธุ์ลายเสือจักรพันธ์ เบอร์ 1” เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

     เป็นถั่วที่สามารถเติบโตได้ดีในทุกสภาพดิน และปลูกได้ตลอดปี ชอบดินร่วนปนดินเหนียว หรือดินร่วนปนทราย ดินระบายน้ำดี ไม่ชอบดินชื้นแฉะมาก แต่ไม่ทนต่อดินที่แห้งแล้ง ต้องการดินชื้นพอสมควร

     การเตรียมดินก่อนปลูกควรพรวนดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินนาน 5-7 วัน พร้อมกำจัดวัชพืช จากนั้นหว่านโรยด้วยปุ๋ยหมัก ในอัตรา 2-4 ตันต่อพื้นที่ 1 ไร่ หากพื้นที่ปลูกมีดินเป็นกรด โดยเฉพาะแปลงปลูกในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง และแถบภาคตะวันออก ควรหว่านปูนขาวร่วมด้วย ในอัตรา 300-500 กิโล กรัมต่อพื้นที่ 1 ไร่
 
    จากนั้น ไถพรวนดินอีกครั้ง และตากดินนาน 3-5 วัน ทำการยกร่องหากปลูกแถวเดี่ยวให้ยกร่องแปลงกว้างประมาณ 80 เซนติเมตร หากแถวคู่ควรกว้างประมาณ 150 เซนติเมตร เว้นทางเดินประมาณ 50 เซนติเมตรระหว่างแถว เพื่อสะดวกในการดูแลและเก็บเกี่ยวผลผลิต


     การปลูกจะใช้วิธีหยอดเมล็ดด้วยการขุดเป็นหลุมหรือขุดเป็นร่องลึกประมาณ 3-5 เซนติเมตร หยอดเมล็ดหลุมละ 3-4 เมล็ด ระยะห่างระหว่างหลุม 40-50 เซนติเมตร กลบหน้าดิน และรดน้ำ หลังเมล็ดงอกประมาณวันที่ 5-7 หลังการปลูก เมื่อต้นอ่อนมีใบจริง 3-4 ใบ หรือสูงประมาณ 10 เซนติเมตร ให้เลือกถอนต้นที่เล็กทิ้งเหลือเพียง 2 ต้นต่อหลุม พร้อมพรวนดินรอบหลุม ให้น้ำพอชุ่มวันละ 1 ครั้ง และหลังถอนต้นแล้วจะให้น้ำ 2-3 วันต่อครั้ง

     ทำค้างมีความสูงประมาณ 15-20 เซนติเมตร โดยใช้ไม้ไผ่ปักระหว่างหลุม ความสูงประมาณ 2-3 เมตร ปักระยะห่าง 2-3 เมตร แล้วรัดขึงด้วยเชือกหรือลวดตามความสูงเป็นชั้นๆ ห่างกัน 30-40 เซนติเมตร หรืออาจใช้ปลายไม้ไผ่ที่มีแขนงปักเป็นช่วงๆ ตามระยะความกว้างของแขนงไม้ไผ่ก็ได้

     จะเริ่มเก็บผลอ่อนได้เมื่อประมาณ 60-80 วันหลังปลูก หรือหลังจากออกดอกประมาณ 15-20 วัน โดยทยอยเก็บฝักอ่อนได้อย่างต่อเนื่องทุก ๆ 2-4 วัน และเก็บฝักได้นานประมาณ 1-2 เดือน หรือเก็บได้ 20-40 ครั้ง ต่อการปลูก
1 ครั้ง.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 70