อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2561

หาแนวทาง บริหารจัดการป่าพรุโต๊ะแดง

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ “ป่าพรุโต๊ะแดง” หนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคใต้ เสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2561 เวลา 04.00 น.


     พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยปัญหาทรัพยากรธรรมชาติซึ่งแต่ละพื้นที่มีปัญหาที่แตกต่างกันป่าพรุโต๊ะแดงเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งเป็นป่าพรุผืนใหญ่ที่ยังความสมบูรณ์ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ

     โดยเฉพาะเป็นแหล่งพันธุกรรมของพรรณไม้ต่าง ๆ รวมทั้งยังเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด และที่สำคัญยังอำนวยประโยชน์ให้กับมนุษย์ในการหล่อเลี้ยงชีวิต ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผืนป่าพรุถูกบุกรุกและทำลายลง ปัญหาต่าง ๆ จึงตามมาโดยเฉพาะการเกิดไฟป่า ด้วยเหตุนี้จึงได้พระราชทานพระราชดำริในหลายวโรกาสเกี่ยวกับการดูแลรักษาป่าพรุโต๊ะแดง และแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของผืนป่าพรุให้คงอยู่และสร้างประโยชน์ให้กับราษฎรต่อไป

      ดังนั้นเพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด การพัฒนาตามแนวพระราชดำริให้เกิดความยั่งยืน สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จึงร่วมกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส จัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การบริหารจัดการป่าพรุโต๊ะแดง ครั้งที่ 1 ขึ้น ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส ที่ผ่านมา

       นายลลิต ถนอมสิงห์ รองเลขาธิการ กปร. เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาครั้งนี้ว่า โครงการป่าพรุโต๊ะแดงนั้นก่อเกิดจากที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 มีพระราชกระแสรับสั่งกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแล รักษาป่าพรุแห่งนี้เอาไว้ เพราะเป็นผืนป่าที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาส และเป็นป่ารูปแบบหนึ่งที่ปัจจุบันมีจำนวนน้อยในประเทศไทย

       พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่า ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่พระองค์ทรงสนพระทัยและดูแล ตลอดจนถึงการพระราชทานคำแนะนำในการพัฒนาป่าพรุแห่งนี้แก่หน่วยงานต่าง ๆ สืบมา

      และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ได้พระราชทานพระราโชบายเกี่ยวกับการดำเนินงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 ในเรื่องการสืบสาน รักษา และต่อยอดในงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งโครงการป่าพรุโต๊ะแดงก็เป็นโครงการหนึ่งซึ่งจะต้องดำเนินการในการสืบสานเอาไว้ ด้วยการดำเนินงานที่ยังค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ โดยเฉพาะการอนุรักษ์ปกป้องผืนป่า ซึ่งมีหลายประเด็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้กำหนดเป็นแผนงานและนโยบายในการดำเนินงาน ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติโดยภาครวมสืบไป

      ซึ่งกว่า 30 ปีของการดูแลและพัฒนาป่าพรุโต๊ะแดงมีความคืบหน้าได้ดีมาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญทำให้ประชาชนในพื้นที่มีความเข้าใจในความสำคัญของการมีป่าพรุ และในการจัดงานสัมมนาครั้งนี้ก็มีวัตถุประสงค์ในเรื่องการบริหารจัดการป่าพรุในระยะต่อไปที่จะเน้นการให้ความสำคัญต่อความร่วมมือจากชุมชน โดยให้ประชาชนที่อยู่โดยรอบพื้นที่ป่าพรุเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลปกป้องรักษาให้ป่ามีความสมบูรณ์สืบต่อไป

       ในการสัมมนามีบุคลากรจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตลอดถึงประชาชนในพื้นที่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินงานเข้าร่วมสัมมนา โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ที่จะได้มีโอกาสในการแสดงความคิดเห็น และเสนอแนะแนวทางในการดำเนินการ เพื่อแก้ไขปัญหาในการบริหารจัดการพื้นที่ป่า พร้อมร่วมปกป้องรักษาป่าผืนนี้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ

        “การจัดสัมมนากำหนดจัดขึ้น 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เกี่ยวกับเรื่องบทบาทของส่วนราชการ ซึ่งแต่ละส่วนงานที่เกี่ยวข้องจะชี้แจงว่าได้ทำอะไรไปบ้าง ผลสำเร็จเป็นอย่างไร และแนวทางในการบริหารจัดการต่อไปเป็นอย่างไร ครั้งที่ 2 เป็นเรื่องการแสดงความเห็นของประชาชน ต่อแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ป่าพรุ แบบประชาชนมีส่วนร่วม และได้รับประโยชน์ โดยที่ไม่ก่อเกิดความเสียหายต่อพื้นที่ป่า ก็จะเป็นการรับฟังความคิดเห็นพร้อมข้อเสนอแนะจากประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และครั้งที่ 3 จะเป็นการหาแนวทางร่วมกันระหว่างส่วนงานราชการที่เกี่ยวข้องกับประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการพัฒนาป่าพรุแห่งนี้ และผลที่ออกมาก็จะเป็นฉันทานุมัติ ในแนวทางและวิธีการ ตลอดถึงนโยบายในการดูแลรักษา และพัฒนาป่าพรุโต๊ะแดงแบบบูรณาการ ที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมตามวัตถุประสงค์ของการสัมมนาต่อไป” นายลลิต ถนอมสิงห์ รองเลขาธิการ กปร. กล่าว

        ทางด้าน นายมาเณศ บุณยานันต์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร เปิดเผยว่า ศูนย์ฯมีหน้าที่ดูแลและสร้างจิตสำนึกกับพี่น้องประชาชน ให้รักและหวงแหนในป่าพรุแห่งนี้ โดยใช้วิธีตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริให้ทำงานร่วมกันกับส่วนต่าง ๆ ในเชิงบูรณาการ ซึ่งทำให้เกิดผลสำเร็จทำให้ง่ายต่อการดูแลป่าพรุโต๊ะแดง ในหลากหลายมิติ

        ในส่วนที่ทางศูนย์ฯ รับผิดชอบคือการสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนให้เกิดความรักและหวงแหนในทรัพยากรของป่าพรุที่มีเพียงหนึ่งเดียวของประเทศไทย ตามข้อบัญญัติที่ว่า พรุโต๊ะแดง ป่าเดียว น้ำเดียวในแดนดิน.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 10