อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กันยายน 2561

ไก่แจ้แข้งดำเลี้ยงขายเสริมรายได้ดี

การเลี้ยงไก่เพื่อเสริมรายได้ หันมาเอาดีทางเลี้ยงไก่ชนจนยึดเป็นอาชีพหลัก จะมีที่เลี้ยงไก่แจ้สายพันธุ์ต่าง ๆ เพื่อประกวดอยู่บ้าง ไก่แจ้พวกนี้ในอดีตถูกมองข้าม เพราะความสวยงามก็ไม่โดดเด่น ขนาดก็เล็กเกินกว่าบริโภค พฤหัสบดีที่ 13 กันยายน 2561 เวลา 04.30 น.


      การเลี้ยงไก่เพื่อเสริมรายได้หรือลดรายจ่ายของเกษตรกรทั่วประเทศมีอยู่ทั่วไป หลายรายหันมาเอาดีทางเลี้ยงไก่ชนจนยึดเป็นอาชีพหลัก จะมีที่เลี้ยงไก่แจ้สายพันธุ์ต่าง ๆ เพื่อประกวดอยู่บ้างแต่ก็จำนวนไม่มากนัก มาถึงวันนี้มีทางเลือกเพิ่มให้กับเกษตรกรที่เลี้ยงไก่เป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง นั่นคือการเลี้ยงไก่แจ้พันธุ์พื้นเมืองที่เป็นเหล่าเดิมมีเกลื่อนทั่วประเทศ โดยเฉพาะตามวัด ไก่แจ้พวกนี้ในอดีตถูกมองข้าม เพราะความสวยงามก็ไม่โดดเด่น ขนาดก็เล็กเกินกว่าจะเอามาบริโภค

    ไก่แจ้นั้นสันนิษฐานกันว่าสืบสายพันธุ์มาจากไก่ป่า ประโยชน์ของไก่แจ้นั้นต้องย้อนอดีตไปถึงยุคที่บ้านเมืองยังไม่เจริญ ป่ายังเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ให้ล่าเป็นอาหาร ยุคนั้นเขาจะนำไก่แจ้ไปเป็นไก่ต่อเพื่อล่อไก่ป่า วิธีการก็ไม่ยาก แค่เลือกเอาไก่แจ้เสียงดีขันเก่งมายัดใส่กรงล่อแล้วไปวางตามจุดที่ไก่ป่าหากิน ไปวางกันตั้งแต่เช้าฟ้ายังไม่สางหรือไม่ก็บ่ายแก่ซึ่งเป็นเวลาที่ไก่ป่าออกหากิน บางรายเจตนาต้องการไก่ป่ามาเป็นอาหารก็จะแค่เอาไก่ต่อไปผูกหลักแล้วนั่งรอ พอไก่ป่าโผล่มาก็ยิงซะด้วยปืนแก๊ป
แต่เดิมไก่แจ้นั้นไม่มีราคาค่างวดอะไร ขายได้ตัวละร้อยก็เก่งแล้ว แต่มาถึงวันนี้ไก่แจ้แข้งดำพันธุ์พื้นเมืองแท้ ๆ ไม่ว่าจะสีประดู่เขียว ประดู่แดงหรือเหลืองดาวเรืองกลายเป็นไก่มีราคา ขายกันตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไปจนถึงหลักหมื่น

    นายนิภาศักดิ์ บริ พันธ์ หรือ สอง ซึ่งมีอาชีพ ผู้รับเหมาต่อเติมบ้านจากชมรมผู้เลี้ยงไก่แจ้ในพื้นที่ อ.ละแม ทุ่งตะโก สวี ของชุมพร บอกว่ามีการซื้อขายกันแล้วตัวละ 50,000 บาท โดยเฉพาะตัวสองเองที่เป็นทั้งผู้เลี้ยงและผู้จัดหาไก่แจ้เพื่อขาย เพิ่งขายไป 4 ตัว ได้เงิน 38,000 บาท ลูกค้ามาจากกระบี่ มาหาตอนดึก มากันทั้งครอบครัว ตกลงตัวละหมื่น แต่เขาพกเงินมาไม่ถึงเลยลดราคาให้สองพัน สองบอก สาเหตุที่ทำให้ไก่แจ้พันธุ์พื้นเมืองมีราคาสูง สองบอกว่าเป็นเพราะในช่วง 2 ปีกว่าที่ผ่านมา มีการแข่งขันไก่แจ้ขันเสียงกันมากในภาคใต้ ทำให้มีผู้นิยมซื้อหาไก่แจ้ไปเลี้ยงเพื่อแข่งมากขึ้น เฉพาะในพื้นที่ภาคใต้นั้น สองบอกว่ามีชมรมเลี้ยงไก่แจ้อยู่มากกว่า 100 ชมรม เมื่อรวมกับภาคอื่นคาดว่า ทั่วประเทศน่าจะมีไม่น้อยกว่า 500 ชมรม

     การเลี้ยงไก่แจ้นั้นง่ายมากเพราะไก่แจ้กินได้ทุกอย่าง มีภูมิต้านทานโรคดี ตอนยังเล็กก็เลี้ยงปล่อยตามลานบ้าน สวนยาง สวนปาล์ม พอโตขึ้นมาก็จับผูกกับคอนที่ทำไว้เหนือพื้นดินประมาณ 80 เซนติเมตร มีหลังคาคุ้มแดดฝนเพื่อให้คุ้นเพราะเวลาแข่งขันไก่จะถูกผูกไว้บนคอน จัดอาหารจัดน้ำให้กิน 2 วันก็ปล่อยลงดินหากินตามธรรมชาติซักครั้ง

    ในด้านตลาดนั้น สองบอกว่า ความต้องการไก่แจ้แข้งดำมีอยู่ทั่วประเทศ ทุกวันนี้เขามียอดสั่งซื้อจากทุกภาค แต่ละเดือนมีรายได้จากการขายไก่เฉลี่ยแล้วมากกว่า 30,000 บาท เขาบอกว่าชาวบ้านที่เลี้ยงไก่ซึ่งเขาไปซื้อขายเพื่อส่งต่อให้ลูกค้านั้น เฉลี่ยแล้วจะมีรายได้จากเขาประมาณเดือนละ 10,000-20,000 บาท ซึ่งถือเป็นรายได้ที่สูงสำหรับอาชีพเสริม
การเลี้ยงไก่แจ้แข้งดำนั้น นอกจากจะสร้างรายได้ให้กับผู้เลี้ยงเป็นกอบเป็นกำแล้ว ยังมีผลต่อเนื่องไปถึงการค้าอุปกรณ์เคลื่อนย้ายไก่อย่างกระเป๋าผ้าใส่ไก่ กล่องไม้ กะทอที่สานจากหวายหรือไม้ไผ่ สำหรับกระเป๋าผ้านั้นมีราคาตั้งแต่ 180 บาทจนถึง 300 บาท กล่องก็ใบละ 350 บาท ส่วนกะทอนั้น ถ้าเป็นไม้ไผ่สานราคาจะเป็น 500-600 บาท ถ้าหากสานด้วยหวายฝีมือดีก็มีตั้งแต่ 800 บาทไปจนถึงพันกว่าบาท.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 37