อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561

ปัญหา นักเรียน-นักเลง อดีตถึงปัจจุบัน หนีไม่พ้นวังวน ศึกศักดิ์ศรีของสถาบันฯ

จันทร์ที่ 2 กรกฎาคม 2555 เวลา 00.00 น.

ปัญหา นักเรียน-นักเลง ยกพวกไล่ตีกัน หรือใช้อาวุธนานาชนิดเข้าห้ำหั่นทำร้าย คู่อริต่างสถาบัน อย่างไม่เลือกหน้าจนทำให้ได้รับบาดเจ็บ บางครั้งถึงกับเสียชีวิตยังคงมีให้เห็นกันอยู่บ่อย ๆ เรื่องนี้กลายเป็น ปัญหาสังคม เรื่องหนึ่ง แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามหาวิธีแก้ไขอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จะเรียกว่าทุกรูปแบบ แต่ก็ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติศักดิ์ศรี การรักสถาบันในทางที่ผิดเพี้ยน ของบรรดาช่างกล-อาชีวะ-นักเรียนขาสั้นเลือดร้อนได้แต่อย่างใด!!

ดังเช่นเหตุสลดใจที่เพิ่งเกิดขึ้นช่วงกลางเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา จากการกระทำของนักเลงในคราบนักเรียนที่ก่อเหตุเล่นงานคู่อริ จนส่งผลทำให้ ชาวบ้านไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต้องมาจบชีวิต ถูกกระสุนลูกหลง ขณะนั่งอยู่บนรถเมล์กลับบ้าน ที่ย่านดอนเมือง ในส่วนของเรื่องราว เปิดแฟ้มคดีเก่าจันทร์นี้ เลยต้องขอย้อนรอยเหตุการณ์ กลุ่มนักศึกษาช่างกลระดมพลนับร้อย ๆ คน บุกเข้าเล่นงานคู่อริต่างสถาบันฯ ฮึกเหิมถึงขั้นเผาทำลายทรัพย์สินในโรงเรียน มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เรียกว่าถือเป็นเรื่องราวใหญ่โตในช่วงปลายปี 2544

โดยเหตุระทึกขวัญดังกล่าวเกิดขึ้น ช่วงเย็น วันที่ 20 ธ.ค. 2544 ขณะที่นักเรียนโรงเรียน พณิชยการกรุงเทพ (พกท.) ตั้งอยู่ภายในซอยเพชรเกษม 16 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ พื้นที่ สน.ท่าพระ กำลังสนุกสนานกับงานกีฬาสี เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น จู่ ๆ มีกลุ่มนักศึกษาชาย ไม่ต่ำกว่า 300 คนอาวุธนานาชนิดครบมือ บุกฮือกันเข้ามาภายในซอยปิดล้อมโรงเรียนเอาไว้ ก่อนจะส่งชุดแนวหน้าที่ข้อมือจะมีสัญลักษณ์ผ้ามัดเอาไว้เพื่อให้รู้เป็นกลุ่มเดียวกัน บุกจู่โจมเข้าไปเล่นงานคู่อริต่างสถาบัน ซึ่งมีทั้งผู้ชายผู้หญิงระดับ ปวช.-ปวส. ที่ไม่ทันตั้งตัวต่างแตกตื่นตกใจกรีดร้องเสียงดัง พากันวิ่งหลบหนีขึ้นไปบนอาคารเรียนแบบสับสนอลหม่านยิ่งกว่าผึ้งแตกรังกลุ่มนักศึกษาที่บุกเข้ามานับร้อยคน นอกจากไล่เล่นงานคู่อริแล้ว ยังลงมือทำลายทรัพย์สิน เผาและทุบทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่เสียหายนับ 10 คัน นอกจากนี้บางส่วนยังตามบุกขึ้นไปทำลายห้องประชาสัมพันธ์ และห้องเรียน ท่ามกลางเสียงระเบิด และปืน เรียกว่ากลายเป็นจลาจลย่อย ๆ ก็ว่าได้ บรรดานักเรียนหลายคนถึงขั้นกระโดดหลบหนีลงมาจากอาคารแขนขาหักไปหลายคน

หลังใช้เวลาก่อเหตุอย่างหนำใจนานกว่า 30 นาที ทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้อย่างมากมาย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย พร้อมผู้บาดเจ็บนอนร้องครวญครางจากบาดแผลหัวร้างข้างแตก ถูกยิง ถูกแทง กว่า 20 คนในจำนวนนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 5 คน ส่วนกลุ่มนักศึกษาที่บุกเข้าก่อเหตุก็ค่อย ๆ รีบแยกย้ายกันออกมาจากในซอย โดยพยายามจะหลบหนีไปทางถนนเพชรเกษม ไปได้แค่ซอยเพชรเกษม 4 ก็ถูกตำรวจตามไล่สกัดเอาไว้ได้ เนื่องจากหลังเกิดเหตุนายตำรวจระดับสูงจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล สั่งระดมตำรวจทั้งของ สน.ท่าพระ ตำรวจ 191 และตำรวจปราบปรามจลาจล จากหลายพื้นที่มาช่วยกันปิดเส้นทาง ทำให้สามารถจับกุมได้ 215 คน ทั้งหมดเป็นนักศึกษาจาก สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพ เบื้องต้นตำรวจต้องนำรถมาทยอยขนไปคุมขังไว้ที่โรงเรียนพลตำรวจบางเขน ถนนวิภาวดีรังสิต พร้อมแจ้งดำเนินคดี 7 ข้อหา

จากการสอบถามกลุ่มนศ.เทคนิคกรุงเทพ ได้ยอมเปิดใจกับบรรดาสื่อมวลชนที่ตามมาเกาะติดข่าว ถึงสาเหตุต้องยกพวกมาเล่นงานคู่อริต่างสถาบันอ้างเหตุผลทำนองว่า ชนวนเหตุจากช่วงกลางคืนวันที่ 7 ธ.ค.มีกลุ่มนักเรียนคู่อริ แอบพากันมาทำลายป้ายของ สถาบันฯ พร้อมยังใช้สีสเปรย์พ่นอักษรย่อว่า “พกท.” ทับเอาไว้ ก่อนขับรถหนียังประกาศศักดาว่าเป็นใคร นอกจากนี้อีกเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจบุกข้ามมาฝั่งธนฯ ก็เพราะมีบรรดานักศึกษาที่เป็นเด็กเรียน ชั้นปี 1 หลายคนที่บ้านพักอยู่ย่านท่าพระและฝั่งธนฯ ถูกคู่กรณีทำร้ายจนบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง

บรรดารุ่นพี่ ๆ หลายแผนกพอทราบเรื่องจึงทนไม่ไหว เพราะนอกจากน้อง ๆ ปี 1 จะถูกทำร้ายอย่างต่อเนื่องแล้ว ป้ายของสถาบันฯยังมาถูกลบหลู่อีก!! จึงตัดสินใจรวมตัวกันหลายแผนกด้วยกันนัดหมายบุกไปทวงแค้นในช่วงเย็นวันที่ 20 ธ.ค. ซึ่งตรงกับวันกีฬาสีของสถาบันคู่อริ กลุ่มแรก มีประมาณ 100 คน ทยอยขึ้นรถเมล์มาก่อน คันละ 8-10 คน เมื่อมาถึงจะยืนกระจายไปตามจุดต่าง ๆ ใกล้โรงเรียนเป้าหมายป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่หรือคู่อริสงสัย กระทั่ง กลุ่มสอง ประมาณ 200 คน เหมารถเมล์ประจำทางมาถึงซอยเพชรเกษม16 นศ.กลุ่มแรกส่วนใหญ่พันผ้าสัญลักษณ์เอาไว้ที่ข้อมือ จึงเริ่มบุกกรูลุยเปิดทางเข้าไปในโรงเรียนแบบไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัว ลงมือก่อเหตุระบายแค้นจนหนำใจ หลังเกิดเหตุเกือบทุกคน ไม่นึกว่าเรื่องจะบานปลายใหญ่โตขนาดนี้ สุดท้ายยังทำให้เพื่อน ๆ หลายคนต้องหมดอนาคตไปกับสิ่งที่ทำลงไป ชนิดที่ไม่มีใครสามารถแก้ไขได้ นับเป็นบทเรียนราคาแพงอย่างมาก

หากย้อนไปดูการแก้ปัญหาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หน่วยงานหรือกระทรวงที่รับผิดชอบมักจะออกมาแก้ไขเฉพาะหน้า แทบไม่แตกต่างกับปัจจุบันเท่าไรนัก ปมเหตุยังคงหนีไม่พ้นวังวนเดิม ๆ เรื่องของการรักสถาบันฯ รักเพื่อนพ้องในทางที่ผิดเพี้ยน! พอคุมเข้มกันผ่านไประยะหนึ่งปัญหาทุกอย่างก็วนกลับเข้าสู่สภาพเดิมอีก.

ศุภฤกษ์ วิเชียรปัญญา รายงาน



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0