อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

สัปดน ‘เลียลูกตา’ ระวังอันตราย - X-RAY สุขภาพ

อาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2556 เวลา 00.00 น.

ไม่รู้ว่าเป็นกระแสฮอตฮิตในหมู่วัยรุ่นญี่ปุ่นได้อย่างไร สำหรับการ “เลียลูกตา” เพื่อแสดงถึงความรักที่มีต่อกัน จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมปนกับความเสี่ยงที่อาจเกิดอันตรายตามมา ก็ได้แต่หวังว่าวัยรุ่นไทยคงไม่เอาเยี่ยงอย่าง  แต่สำหรับคนที่คิดจะทำตามจักษุแพทย์มีคำเตือนมาฝาก

รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทย ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า  ตามที่มีกระแสวัยรุ่นญี่ปุ่นเลียลูกตาเพื่อแสดงความรักต่อกัน แล้วมีการเผยแพร่คลิปผ่านทางยูทูบ ทวิตเตอร์ อินเทอร์เน็ต ข้อมูลเหล่านี้เข้ามาในประเทศไทยและมีคนพูดถึงจำนวนมาก 

แม้จะยังไม่มีใครได้รับอันตรายจากการเลียลูกตาจริง ๆ  แต่ในฐานะจักษุแพทย์ต้องออกมาเตือนเรื่องนี้ เพราะการเลียลูกตามีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายร้ายแรงกับลูกตา รวมทั้งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อร้ายแรงกับร่างกายด้วย เนื่องจากลูกตามีความแตกต่างจากอวัยวะหรือผิวหนังส่วนอื่น ๆ เพราะมีความบอบบางและต้านทานต่อเชื้อโรคต่ำกว่าผิวหนัง
 
ในน้ำลายของมนุษย์นอกจากเป็นแหล่งรวมของเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรียมากมายแล้ว น้ำลายยังจัดเป็นสารคัดหลั่งอย่างหนึ่งของร่างกายเหมือนกับเลือดหรือน้ำอสุจิ สามารถแพร่เชื้อโรคได้ เพราะฉะนั้นอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นถ้ามีการเลียนแบบพฤติกรรมดังกล่าว คือ

1. เชื้อโรคที่มีอยู่ในน้ำลายอาจทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อได้ ทำให้เยื่อบุตาอักเสบ ตาแดง ถ้ารุนแรงกว่านั้นอาจทำให้ถึงขั้นกระจกตาเป็นหนอง คือ ถ้าเป็นบริเวณเยื่อตาขาวก็แค่เยื่อบุตาอักเสบ แต่ถ้าเป็นตรงกระจกตาดำอาจทำให้กระจกตาเป็นหนองเหมือนกรณีปัญหาการใส่คอนแทค เลนส์แล้วมีการติดเชื้อเป็นหนองที่กระจกตา ซึ่งกรณีนี้เกิดขึ้นได้จากการเลียลูกตาเหมือนกัน 
    
การเลียลูกตาอาจทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงได้ เนื่องจากน้ำลายหรือในช่องปากของคนเราเป็นแหล่งรวมเชื้อแบค ทีเรียกว่า 100 ชนิด ถ้ามีการติดเชื้อขึ้นมาจะมีความรุนแรงมาก อาจถึงขั้นสูญเสียดวงตา ถ้าควบคุมการติดเชื้อไม่ได้อาจถึงขั้นต้องควักลูกตาออก
  
2. อาจทำให้ติดโรคติดเชื้อบางชนิดที่มีความรุนแรง เนื่องจากดวงตาเป็นอวัยวะที่เสี่ยงต่อการรับเชื้อโรคเข้าไปในร่างกายอีกช่องทางหนึ่ง ไม่เหมือนกับผิวหนังที่ธรรมชาติสร้างมาไว้เป็นตัวปกป้องเชื้อโรคไม่ให้เข้าร่างกาย แต่ดวงตาจะมีความเสี่ยงต่อการนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย เชื้อที่สำคัญ เช่น เชื้อเอชไอวีซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคเอดส์ หรือเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ซึ่งอาจปนเปื้อนอยู่ในสารคัดหลั่งทั่วร่างกาย รวมทั้งน้ำลายของมนุษย์ เพราะฉะนั้นถ้าคนที่เลียดวงตาคนอื่นมีเชื้อโรคเหล่านี้อยู่ในร่างกาย เป็นผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี หรือมีเชื้อไวรัสตับอักเสบอยู่ก็อาจถ่ายทอดไปสู่คนที่ถูกเลียดวงตาได้  ทั้ง 2 โรคถ้ามีการติดเชื้อย่อมเป็นอันตรายอยู่แล้ว เพราะไวรัสตับอักเสบทำให้ตับอักเสบ ตับแข็ง กลายเป็นมะเร็งตับ  ส่วนเชื้อเอชไอวีทำให้เป็นโรคเอดส์  ทั้งนี้เคยมีรายงานการติดเชื้อเอชไอวีระหว่างการเปลี่ยนกระจกตาได้ ดังนั้นการเลียลูกตา

นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้วยังเป็นอันตรายต่อดวงตาและชีวิตด้วย จึงอยากเตือนวัยรุ่นไทยว่าไม่ควรไหลไปตามกระแสหรือเลียนแบบอย่างเด็ดขาด

ในทางกลับกันลูกตาก็เป็นแหล่งของเชื้อโรคได้เช่นกัน เพราะอาจมีขี้ตา หรือมีการอักเสบติดเชื้ออยู่เดิม เพราะฉะนั้นการไปเลียดวงตาก็อาจทำให้ได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย เพราะหลังจากเลียเสร็จน้ำลายไหลลงคอไป ก็อาจทำให้เชื้อโรคติดเข้าไปในร่างกายได้ 

ท้ายนี้ขอฝากว่า ลูกตาเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญและมีความบอบบางมาก อาจจะเกิดอันตรายได้โดยง่าย ดังนั้นการมีพฤติกรรม หรือทำอะไรที่มีความเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงเพราะอาจจะทำให้เกิดการสูญเสียตามมาได้. 

นวพรรษ บุญชาญ



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0