อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2561

กฎหมายอาชญากรสงคราม

เดือนธันวาคมนี้ในเรื่องการเมืองเป็นเดือนที่คนจะไม่ลืมเรื่องรัฐธรรมนูญ จะชอบหรือไม่ชอบก็นึกกันขึ้นมาได้ในเดือนนี้ เพราะเรามีวันรัฐธรรมนูญ ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2556 เวลา 00.00 น.

เดือนธันวาคมนี้ในเรื่องการเมืองเป็นเดือนที่คนจะไม่ลืมเรื่องรัฐธรรมนูญ จะชอบหรือไม่ชอบก็นึกกันขึ้นมาได้ในเดือนนี้ เพราะเรามีวันรัฐธรรมนูญ คือวันที่ 10 ธันวาคม เป็นวันที่ระลึกถึงการมีรัฐธรรมนูญ ฉบับถาวร ฉบับแรกของประเทศไทย แม้วันนี้รัฐธรรมนูญฉบับนั้นจะถูกยกเลิกไปแล้ว และมีรัฐธรรมนูญอีก 17 ฉบับที่เรียงลำดับต่อมา ที่เราเอามาใช้โดยวิธีต่าง ๆ กัน

ดังนั้นเพื่อระลึกถึงก็จะขอคุยเรื่องบางเรื่องในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก่อนที่จะถูกยกเลิกไปรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เป็นกฎหมายแม่บทที่ใช้อยู่นานเป็นเวลาเกือบ 14 ปี นับว่านานกว่ารัฐธรรมนูญฉบับใด ๆ 

ผู้คนทั้งหลายอาจลืมไปว่าในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ได้เคยมีคดีขึ้นโรงขึ้นศาลที่โด่งดังมากคดีหนึ่งคือ คดีอาชญากรสงคราม จำเลยสำคัญคนหนึ่งในหลายคนนั้นเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี ยศทางทหารเป็นถึงจอมพลเคยเป็นทั้งผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองพ.ศ.2479 และสมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรีก็เป็นผู้ที่มีอำนาจมากในแผ่นดิน สมัยนั้นมีนักโทษการเมืองที่ต้องติดคุกที่ถูกประหารชีวิต พอพ้นจากอำนาจหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง ท่านตกเป็นจำเลยในคดีอาชญากรสงคราม ต้องถูกจองจำระหว่างสู้คดีอยู่พอสมควร

อดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้คือ หลวงพิบูลสงครามหรือจอมพลแปลก พิบูลสงครามคุณหลวงพิบูลสงครามขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.2481 หลังจาก พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรีก่อนหน้าท่านไม่รับตำแหน่ง ที่จริงหลวงพิบูลสงครามก็ไม่ได้ไปลงเลือกตั้งกับเขา รัฐธรรมนูญยังมีบทเฉพาะกาลที่ให้มีสมาชิกสภาฯ ที่มาจากการแต่งตั้งได้ครึ่งหนึ่ง และสภาผู้แทนราษฎรเองได้เลือกเอาหลวงพิบูลสงครามมาเป็นนายกรัฐมนตรีพอถึงวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2488 กองทัพญี่ปุ่นบุกเข้าไทย

หลวงพิบูลฯ เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ก็ได้ทำความตกลงให้ทหารญี่ปุ่นเข้าไทยทั้งพักและเดินทัพผ่านไทยไปรบดินแดนประเทศใกล้เคียงได้ กล่าวกันง่าย ๆ รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรีได้ร่วมมือกับรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งเป็นฝ่ายอักษะในสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นเอง

เมื่อฝ่ายอักษะและญี่ปุ่นเริ่มเพลี่ยงพล้ำ รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีหลวงพิบูลฯ ก็ง่อนแง่น เจอมรสุมจากสภาผู้แทนราษฎรซัดเล่นงาน 2 ลูก โดยไม่ยอมผ่านพระราชกำหนด 2 ฉบับที่รัฐบาลออกไปก่อน หลวงพิบูลฯ ก็ยอมลาออกจากนายกรัฐมนตรีในวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2487 

ต่อมาในวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2488 ได้มีพระราชบัญญัติอาชญากรสงครามออกมาบังคับใช้ และหลวงพิบูลสงครามกับพวก ซึ่งถูกฟ้องในคดีเดียวกันอีก 2 คน คือมีหลวงพิบูลฯ เป็นจำเลยที่ 1 พระราชธรรมนิเทศเป็นจำเลยที่ 2 และนายสังข์ พัธโนทัย เป็นจำเลยที่ 3

เรื่องอาชญากรสงครามนี้ที่จริงก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลในขณะนั้นถูกบีบด้วย ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรีได้ไม่กี่วัน หนังสือพิมพ์ตากุงเป้าที่ออกที่จุนกิงในวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2488 ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลไทยจัดการเอาบุคคลที่ร่วมมือกับรัฐบาลญี่ปุ่นตอนสงครามไปขึ้นศาลอาชญากรสงครามซึ่งหมายรวมถึงหลวงพิบูลสงครามด้วย

เมื่อไทยมีกฎหมายไทย คณะกรรมการตามพระราชบัญญัติอาชญากรสงครามก็เป็นโจทย์ ในคำฟ้องของโจทย์นั้นมีว่าจำเลยได้กระทำผิดต่อพระราชบัญญัติอาชญากรสงคราม

“...เช่นสมัครใจเข้าร่วมสงครามรุกรานกับญี่ปุ่น โดยร่วมยุทธทางพม่าด้านเหนือกับโฆษณาชักชวนให้เห็นชอบในการกระทำสงครามรุกราน...”

คดีที่หลวงพิบูลสงครามเป็นจำเลยนี้ ในวันที่ 23 มีนาคม  พ.ศ.2489 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา ดังจะขอยกความตอนหนึ่งมาให้อ่านว่า

“ศาลนี้เห็นว่าพระราชบัญญัติอาชญากรสงคราม พุทธศักราช 2488 เฉพาะที่บัญญัติย้อนหลังให้การกระทำก่อนวันใช้พระราชบัญญัติเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติด้วยนั้นขัดกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 14 และเป็นโมฆะ ตามมาตรา 61 ดังความพิสดารที่ศาลได้บรรยายไว้ในคำพิพากษาของศาลนี้ คดีอาชญากรสงครามที่ 1/2489 ในระหว่างคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติอาชญากรสงครามโจทก์ พระสารสาสน์พลขันธ์จำเลยแล้ว...จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทย์เสีย ปล่อยจำเลยทั้งสามพ้นข้อหาไป”

มีชื่อผู้พิพากษา 4 ท่าน คือ ลัดพลีธรรมประคัลภ์ เลขวนิชธรรมวิทักษ์ ธรรมบัณฑิตสิทธิสฤงคาร และ ชัยประชา ล้วนแต่เป็นตุลาการอาวุโสชื่อดัง

ในคำพิพากษานั้นมีอ้างว่าขัดกับรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่โตทีเดียวในวันนั้น ซึ่งก็จะต้องยกมาดูกันต่อไป และศาลก็ยังบอกให้ไปดูรายละเอียดที่ศาลได้ตัดสินคดีที่พระสารสาสน์พลขันธ์เป็นจำเลยแล้วด้วย.

นรนิติ เศรษฐบุตร



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0