อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

หน้าหนาวระวัง ‘ตาแห้ง’- X-RAY สุขภาพ

ในช่วงหน้าหนาวนี้นอกจากจะทำให้ผิวพรรณแตกลายงาแล้ว ใครจะไปคิดว่าลมหนาวและแสงแดดร้อนจัดยังทำให้เกิดปัญหา “ตาแห้ง” ได้เช่นกัน อาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม 2556 เวลา 00.02 น.

 ในช่วงหน้าหนาวนี้นอกจากจะทำให้ผิวพรรณแตกลายงาแล้ว ใครจะไปคิดว่าลมหนาวและแสงแดดร้อนจัดยังทำให้เกิดปัญหา “ตาแห้ง” ได้เช่นกัน 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ กล่าวว่า ในช่วงหน้าหนาวอากาศแห้งและเย็นทำให้น้ำที่หล่อเลี้ยงลูกตาอยู่ตามธรรมชาติระเหยไปได้ง่ายกว่าปกติ เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครก็ตามอาจจะเจอปัญหานี้ได้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแต่ละคน

เมื่อน้ำหล่อเลี้ยงลูกตาระเหยอาจไม่มีอาการผิดปกติอะไร หรือมีอาการตั้งแต่ระคายเคืองตา เหมือนมีฝุ่น ทรายค้างอยู่ในตาทั้งที่ไม่มี ถ้ารุนแรงกว่านั้นอาจมีอาการตาแดง แสบตา อาการพวกนี้จะเหมือนคนที่แพ้ยา ทำให้เซลล์สร้างน้ำหล่อเลี้ยงลูกตาถูกทำลาย  เกิดอาการตาอักเสบตามมา ในกรณีตาแห้งรุนแรงที่สุดคือ มีอาการอักเสบ ทำให้เคืองตาอย่างรุนแรง ตามัว แต่ไม่น่าจะถึงขั้นทำให้ตาบอด เพราะอากาศในเมืองไทยไม่ได้เย็นมาก แต่เป็นปัญหาที่เจอเยอะพอสมควร 

กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดปัญหาตาแห้ง คือ กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน กลุ่มที่ทำงานอยู่กลางแจ้ง กลุ่มที่ทำงานต้องเพ่งนาน ๆ เช่น อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หลายชั่วโมง กลุ่มที่รับประทานยาบางอย่างซึ่งอาจทำให้ตาแห้งง่ายกว่าปกติ เช่น ยาลดความดัน ยาแก้แพ้ 

วิธีป้องกันปัญหาตาแห้ง มีดังนี้ 

1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะการดื่มน้ำน้อย น้ำหล่อเลี้ยงลูกตามีน้อยอยู่แล้วพอยิ่งมีการระเหยก็อาจจะทำให้ตาแห้งได้ง่ายขึ้น 

 

2. หลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มีลมพัดแรง อากาศแห้งมาก อากาศเย็นมาก แสงแดดร้อนจัด 

3. กรณีเคืองตา ไม่สบายตา ควรกะพริบตาหรือหลับตาสัก 5 วินาทีจะทำให้น้ำหล่อเลี้ยงลูกตากลับมาฉาบลูกตา ปกติน้ำหล่อเลี้ยงจะอยู่บริเวณเปลือกตาบนด้านใน การกะพริบตาเป็นการปรับสมดุลน้ำหล่อเลี้ยงลูกตาตามธรรมชาติ ถ้ากะพริบตา หลับ ตาแล้วไม่ดีขึ้น แนะ นำให้ไปล้างหน้า หรือการใช้น้ำตาเทียมจะช่วยให้อาการตาแห้งน้อยลง 

หากมีอาการตาแห้งควรดูแลตัวเองก่อนตามข้อแนะนำข้างต้น ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรไปพบจักษุแพทย์ 

โดยทั่วไปการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา วิตามินเอมีส่วนช่วยได้ สมัยก่อนมีคนบอกว่าคนที่ขาดวิตามินเอจะทำให้ตาแห้งรุนแรงจนถึงขั้นทำให้กระจกตาอักเสบจนตาบอด แต่ปัจจุบันเจอปัญหาตาบอดน้อยมาก เพราะวิตามินเอหาไม่ยาก อยู่ในผักใบเขียวต่าง ๆ ดังนั้นต้องกินผักใบเขียวเยอะ ๆ เช่น ตำลึง หรือ แครอท.

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0