อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2564

โรคฮันนีมูน(‘Honeymoon’cystitis)

โรคฮันนีมูน (Honeymoon disease) เป็นโรคที่เกิดเฉพาะในเพศหญิงที่มีการอักเสบบริเวณท่อปัสสาวะ (Urethritis) หรือช่องคลอด (Vaginitis) หรือกระเพาะปัสสาวะ (Cystitis) หลังจากมีเพศสัมพันธ์ ศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2557 เวลา 00.00 น.

ในปัจจุบันนี้สังคมไทยได้รับวัฒนธรรมของชาวตะวันตกเข้ามาใช้กันเยอะมากจนบางอย่างกลายเป็นหนึ่งในการดำเนินชีวิตก็ว่าได้ ดังเช่นคู่บ่าวสาวที่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ ๆ ก็ต้องหาสถานที่พักผ่อนเงียบ ๆ เพื่อจะได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองเป็นเวลานาน ๆ ที่เรามักเรียกกันว่าไปฮันนีมูน หรือดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ เพราะในช่วงเดือนแรกของการแต่งงานนั้นบรรยากาศแห่งรักย่อมหวานหอมประดุจน้ำผึ้้งกระนั้นทีเดียว ในสมัยโบราณ การมีเพศสัมพันธ์จะเกิดได้ต้องหลังแต่งงานเท่านั้น และมักเกิดในช่วงที่มีเพศสัมพันธ์หลาย ๆ ครั้ง ในระยะเวลาอันสั้นก็คือช่วงที่ฮันนีมูน จึงเกิดโรคที่เรียกว่า “โรคฮันนีมูน”

โรคฮันนีมูน (Honeymoon disease) เป็นโรคที่เกิดเฉพาะในเพศหญิงที่มีการอักเสบบริเวณท่อปัสสาวะ (Urethritis) หรือช่องคลอด (Vaginitis) หรือกระเพาะปัสสาวะ (Cystitis) หลังจากมีเพศสัมพันธ์ ทำให้เกิดอาการแสบหรือเจ็บบริเวณท่อปัสสาวะในขณะถ่ายปัสสาวะ บางคนอาจถึงขั้นติดเชื้อแบคทีเรีย ถ้ามีภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบหลังการมีเพศสัมพันธ์ ก็จะเรียกว่า โรคฮันนีมูน ซิสไตติส (Honeymoon Cystitis) ซึ่งผู้หญิงมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้สูง เพราะมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อของกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้มากกว่า ซึ่งกุญแจสำคัญก็คือลักษณะทางกายวิภาคทางสรีรวิทยาผู้หญิงจะมีท่อปัสสาวะสั้นกว่าผู้ชายทำให้แบคทีเรียเดินทางเข้าปัสสาวะได้ง่ายกว่า นอกจากนี้แล้วผู้หญิงยังมีโอกาสเสี่ยงสูงของการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะมากในกรณีอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ การมีเพศสัมพันธ์ทำให้แบคทีเรียถูกผลักดันเข้าในท่อปัสสาวะได้ง่าย

นอกจากจะเป็นกลุ่มหญิงที่เพิ่งมีเพศสัมพันธ์แล้วยังมีกลุ่มหญิงที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ ได้แก่ กลุ่มคนที่มีกิจกรรมเพศสัมพันธ์ หรือลักษณะคล้าย ๆ กันนั้นบ่อยครั้ง และหลายครั้งในเวลาอันสั้น ผู้ที่ดื่มน้ำน้อย ผู้ที่ชอบกลั้นปัสสาวะนาน ๆ ผู้ที่เคยรับการผ่าตัด หรือการรักษาด้วยการฉายแสงบริเวณกระเพาะปัสสาวะและอวัยวะเพศมาก่อน ผู้ที่มีภาวะภูมิต้านทานของร่างกายต่ำกว่าปกติ

สำหรับการรักษาเบื้องต้นนั้น โดยส่วนใหญ่ถ้าดื่มน้ำมาก ๆ และพักกิจกรรมทางเพศก็จะหายเองได้ภายในเวลา 5-7 วัน แต่หากปล่อยทิ้งไว้และไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องจะเกิดภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบตรวจได้จากน้ำปัสสาวะและยิ่งถ้าหากติดเชื้อจากแบคทีเรียร่วมด้วย ก็มีโอกาสเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบน เช่น กรวยไต หลอดไต ซึ่งมีผลต่อไตในระยะยาว ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง หรืออาจเกิดการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดได้ ดังนั้นหากมีอาการมากก็ควรรีบไปพบแพทย์ตรวจอย่างละเอียดเพื่อทำการรักษาต่อไปตามดุลพินิจของแพทย์

ท่านที่มีคำถามหรือต้องการขอคำปรึกษาให้ส่งจดหมายมาที่ นสพ.เดลินิวส์ เลขที่ 1/4 ถนนวิภาวดีรังสิต หลักสี่ กท. 10210 วงเล็บมุมซองด้วยว่าส่งต่อ ดร.คิว หรือให้โทรฯ ได้ที่เบอร์ 08-1133-3068.

ดร.คิว ลานทอง

 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น