อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562

ไขปมปริศนา พฤติกรรมแปลก ‘ตุ๊กแก’

ร่ำลือกล่าวขานมายาวนานสำหรับลางบอกเหตุดีร้าย รวมถึงเรื่องราวของโชคลาภโดยมีสัตว์หลายชนิดเข้ามาเกี่ยวข้อง และหนึ่งในนั้นก็มักมีชื่อของ ตุ๊กแก ติดอันดับต้น ๆ อยู่เนือง ๆ! พฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน 2557 เวลา 00.00 น.

ร่ำลือกล่าวขานมายาวนานสำหรับลางบอกเหตุดีร้าย รวมถึงเรื่องราวของโชคลาภโดยมีสัตว์หลายชนิดเข้ามาเกี่ยวข้อง และหนึ่งในนั้นก็มักมีชื่อของ ตุ๊กแก ติดอันดับต้น ๆ อยู่เนือง ๆ!

นอกเหนือจากเสียงร้องที่นำมาเป็นข้อสังเกต พฤติกรรมแปลกตาต่างไปจากเดิมที่พบเห็นกันโดยทั่วไป  ไม่ว่าจะเป็น ตุ๊กแกห้อยหัวลักษณะท่าทางพนมมือ ห้อยหัวยาวนานนับแต่ช่วงเย็นไปจนถึงเวลาเที่ยงของอีกวันโดยไม่เปลี่ยนท่าทางหรือหนีไปไหน ฯลฯ เหล่านี้สร้างความฮือฮา ชวนสงสัยยิ่งถึงช่วงวันก่อนเสี่ยงโชค ในเรื่องดังกล่าวแสดงทรรศนะให้ความเห็นกันไปในหลายทิศทาง  

ตุ๊กแก เป็นสัตว์เลื้อยคลานจำพวกลิซเซิร์ด แต่หากจำกัดเฉพาะถึงเรื่องราวของตุ๊กแกที่มักปรากฏเป็นข่าวบ่อยครั้ง นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์เลื้อยคลาน องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) อธิบายว่า ลิซเซิร์ด มีความหมายถึง สัตว์เลื้อยคลานจำพวก จิ้งจก ตุ๊กแก กิ้งก่า  จิ้งเหลน  ตะกวด ฯลฯ หากเฉพาะเจาะจงไปที่ตุ๊กแกจะมีหลายสกุล อย่างเช่น ตุ๊กแกหัวโต ตุ๊กแกชนิดนี้จะต่างจากพวกตรงที่สามารถหลับตาได้ด้วยเปลือกตา หนังตาสามารถเคลื่อนไหวได้   

ส่วนอีกกลุ่มเป็นกลุ่มที่เปลือกตาเคลื่อนไหวไม่ได้ ไม่เคยหลับตา ตุ๊กแกในกลุ่มนี้ ได้แก่ จิ้งจกนิ้วยาว ซึ่งจะสังเกตได้ชัดเจนโดยนิ้วจะเรียวยาวไม่มีแผ่นยึดเกาะผนังเหมือนกับจิ้งจกหรือตุ๊กแกที่สามารถไต่ผนังได้  ตุ๊กแกป่าหรือตุ๊กกาย ในชนิดนี้เป็นตุ๊กแกที่มีสีสันสวยงาม แต่ด้วยความที่ไม่มีแผ่นเกาะป่ายปีนจึงอยู่เฉพาะตามต้นไม้ที่มีเปลือกใช้เล็บแหลมปีนขึ้นไป, จิ้งจกดิน พวกนี้จะอยู่ตามดิน มีแผ่นยึดเกาะอยู่คู่เดียวที่ปลายนิ้วที่แผ่ออกมา, ส่วนอีกกลุ่มได้แก่  ตุ๊กแก (Gekko) ซึ่งประเทศไทยมีหลายชนิด  อย่างเช่น ตุ๊กแกสีเทา พบทางภาคใต้ตามป่าดิบชื้น อีกทั้งยังพบว่าเข้ามาอาศัยอยู่ตามบ้านเรือน

ตุ๊กแกสยาม มีถิ่นกระจายค่อนข้างแคบพบบริเวณกลุ่มภูเขาแถวปากช่อง น้ำหนาว เป็นสัตว์ถิ่นเดียวของประเทศไทยและที่พบเห็นกันบ่อย โดยมีข่าวความเคลื่อนไหวอยู่เสมอ คือ ตุ๊กแกบ้าน หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Gekko gecko นอกจากนี้ยังมี ตุ๊กแกเขาหิน ทราย พบบริเวณเขาหินทรายแถบบริเวณลุ่มแม่น้ำโขงและลุ่มแม่น้ำมูล นับแต่จังหวัดอำนาจเจริญ ศรีสะเกษ สุรินทร์ ลงมาถึง สระแก้ว  นอกจากนี้ยังมี ตุ๊กแกหลังจุดคู่ ตุ๊กแกขนาดเล็กพบทางภาคใต้ ส่วนอีกชนิดได้แก่ ตุ๊กแกบิน

“ตุ๊กแกสามารถเกาะไต่ผนังได้อย่างเหนียวแน่น เมื่อพูดถึงตุ๊กแกมักนึกถึงสัตว์ที่ตามมาคู่กันอย่าง จิ้งจก จากลักษณะภายนอกสัตว์ทั้งสองชนิดมีลักษณะใกล้เคียงกัน  สิ่งที่เป็นจุดเด่นเช่นเดียวกันอยู่ที่หางซึ่งสามารถหลุดและงอกออกมาใหม่ได้  

นอกจากนี้ตุ๊กแกเป็นสัตว์ที่หากินในเวลากลางคืน อาศัยอยู่ตามซอกมุมมืด หลังบานประตูหรือเพดาน กลางวันจะเห็นได้ในที่ค่อนข้างมืด  อาหารส่วนใหญ่เป็นพวกแมลง รวมถึงอาจกินสัตว์ขนาดเล็กอย่างอื่นเป็นอาหารได้ เช่น ลูกหนู จากที่มีผู้ศึกษาวงจรชีวิต พบว่า ประมาณหนึ่งหรือสองเดือนหลังจากผสมพันธุ์  ตุ๊กแกจะวางไข่ ลักษณะเปลือกไข่จะติดเกาะแน่นกับวัตถุอย่างเช่น โพรงไม้ ซอกผนัง ซอกประตูหรือซอกหินในธรรมชาติ  รูปร่างรีสีขาว ฯลฯ สัตว์ชนิดนี้ยังมีสีสันลวดลายเฉพาะตัว สามารถปรับสีได้ตามสภาพแวดล้อมที่อาศัย พบทั่วไปในประเทศไทย”

สัตว์เลื้อยคลานในโลกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มได้แก่ จระเข้, เต่า, กิ้งก่า และ งู และทัวทารา  (มีอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์) ประเทศ ไทยมีสัตว์เลื้อยคลานไม่ต่ำกว่า 385 ชนิด และอาจมีชนิดใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นในแต่ละปี ตุ๊กแกอยู่ในกลุ่มกิ้งก่า และงู นอกจากชื่อเรียกดังกล่าวยังมีอีกหลายชื่อต่างกันไปทั้งที่เป็นชื่อท้องถิ่น ตามสภาพแวดล้อม ภูมิปัญญาการตั้งชื่อสัตว์จากสิ่งที่เห็นหรือเรียกจากเสียงที่ได้ยิน อย่างเช่น ต๊กโต กั๊บแก ฯลฯ

ตุ๊กแกในมุมที่มีประโยชน์พบเห็นหลายข้อ อย่างเช่น ช่วยกำจัดแมลง ลูกหนู รวมถึงสัตว์ที่สร้างความรำคาญรบกวนในบ้าน  อีกด้านหนังยังแหล่งอาหารมีประโยชน์ในเชิงโภชนา การ และแม้การใช้ชีวิตโดยรวมของตุ๊กแกจะไม่เป็นอันตรายกับมนุษย์เพราะเกาะอยู่บนผนัง แต่ในด้านตรงกันข้ามอาจก่อความรำคาญ ส่งเสียงร้อง ถ่ายมูลหรือเมื่อเห็นอาจทำให้ตกใจ คนที่ไม่ชอบลวดลายอาจเกิดความกลัวจึงเป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยน่าเข้าใกล้

อย่างไรก็ตามอุบายของคนโบราณที่มีตุ๊กแกเข้ามาเกี่ยวข้องมีข้อดีมีประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ!!

ตุ๊กแกเป็นหนึ่งในสัตว์ที่อยู่ในความเชื่อมานับแต่โบราณ  เสียงร้องที่บอกถึงโชคลางของผู้ได้ยิน ที่ผ่านมามีบันทึกโดยท่านผู้รู้กล่าวถึงความเชื่ออันเนื่องมาจากสัตว์ อย่างเสียงตุ๊กแกร้องทักหากร้อง 1 ครั้ง เชื่อว่าผู้ได้ยินจะเสียเงินทองโดยไม่เต็มใจ  ร้อง 3 ครั้ง คนในบ้านอยู่เย็นเป็นสุขพบกับความรุ่งเรือง ร้อง 4 ครั้ง เชื่อว่าเกิดเรื่องร้าย คนในบ้านเจ็บป่วย ทะเลาะกัน ฯลฯ หรือบางครั้งถ้าตุ๊กแกร้องนับแต่หกนาฬิกาถึงเที่ยง เชื่อว่าจะได้รับข่าวดีหรือถ้าร้อง 7 ครั้งซ้อนจะให้โชคลาภ อีกทั้งบ้างว่าร้อง 9 ครั้งคราวเดียวครบถ้วนเป็นเลิศแท้ เป็นต้น  

ส่วนท่วงท่าแปลกตาต่างไปจากที่พบ เห็นกันทั่วไป นักวิชาการท่านเดิมให้ความรู้เพิ่มอีกว่า ท่วงท่าแปลกเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับวิทยา ศาสตร์ แรงโน้มถ่วง ตุ๊กแกหรือจิ้งจกที่เกิดเหตุเหล่านี้เพราะมีท่าการเกาะที่ผิดธรรมชาติ โดยทั่วไปถ้าเรายืนอยู่บนพื้นเท้าจะติดอยู่กับผิวโลก  ตุ๊กแกเกาะอยู่บนเพดานส่วนที่ใกล้กับโลกที่สุดคือหลัง  เมื่อแรงดึงดูดของโลกพยายามดึงมันให้หลุดลงจากการเกาะ การหลุดหล่นลงมาจึงค่อย ๆ หลุดลงทีละนิ้ว ทีละเท้า และส่วนที่หลุดก่อนคือส่วนหัว 

น้ำหนักส่วนใหญ่จะอยู่ที่ส่วนหน้าของร่างกาย เวลาที่หลุดจึงห้อยส่วนหัวลงมา และด้วยความที่เกิดขึ้นไม่บ่อย ท่วงท่าแปลกที่ปรากฏประเด็นหนึ่งเป็นเพราะตุ๊กแกเกาะอยู่บนเพดาน การเกาะที่ต้องต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงของโลกอาจทำให้มือของเขาหล่นลง 

ส่วนเรื่องของเสียงร้องที่มีการตีความ การร้องของตุ๊กแกเป็นเรื่องของการประกาศ อาณาเขต ส่วนจะร้องมากหรือน้อย เสียงที่ร้องฟังออกมาเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับชนิดของตุ๊กแก!!

’ตั๊ก ตั๊ก ตั๊ก ตรอ หรือตุ๊กแก ตุ๊กแก ฯลฯ เสียงร้องเหล่านี้นอกจากมีความหมายถึงการประกาศอาณาเขต แล้วยังเป็นการขับลมออกจากปอดผ่านส่วนคอที่แคบ เสียงจึงมีความหลากหลายไม่เหมือนกัน  ส่วนจำนวนครั้งขึ้นอยู่กับลมที่ขังอยู่ในปอด ความสมบูรณ์แข็งแรงและการเก็บลมไว้ อีกทั้งยังเป็นการเตือนตัวผู้ที่จะเข้ามาในอาณาบริเวณ  ร้องให้ตัวเมียเลือกคู่ซึ่งถ้าร้องเสียงดังจะหมายถึงสุขภาพดี ตุ๊กแกอาจร้องได้ถี่ 7-8 ครั้ง  อีกทั้งถ้าอยู่ตามเพดานบ้าน ตามโพรงไม้เสียงจะก้อง ทำให้เสียงดังกว่าปกติ”  

นอกจากนี้เสียงร้องของตุ๊กแกที่ปรากฏยังมีความหมายเป็นการเตือนให้หยุดทบทวน อย่าง จิ้งจก ตุ๊กแกร้องทักก่อนออกเดินทาง ออกจากบ้าน หรือแม้แต่อุบายตุ๊กแกเกาะจะแกะออกยากที่นำมากล่าวเตือนเด็กนั้นก็เพื่อห้ามปรามไม่ให้เล่นซุกซน ทั้งนี้ตุ๊กแกตัวใหญ่จะมีฟันแหลมคม หากจับโดยไม่ระวังอาจได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายได้ เป็นต้น

ตุ๊กแกหลายชนิดปัจจุบันได้รับการคุ้มครอง อาทิ ตุ๊กแกเขาหินทราย ตุ๊กแกบ้านสีเทา ตุ๊กแกป่าจารุจินต์  ตุ๊กแกหัวโต ฯลฯ ขณะที่  ตุ๊กแกถ้ำ เป็นที่สนใจของนักวิทยาศาสตร์ด้วยเป็นสัตว์ถิ่นเดียว มีความหลากหลายในเรื่องของลวดลาย  บางตัวมีลายเป็นแถบ บางตัวเป็นเส้นขนานขึ้นไปแตกออกเป็นลวดลายจุดเล็ก จุดใหญ่  ขณะที่ส่วนหัวมีทั้งที่มีจุดและไม่มีจุดและที่สวยงามมีแถบดำพาดผ่านบริเวณท้ายทอย มองแล้วเป็นสัตว์ที่มีลวดลายคลาสสิกสวยงาม 

จิ้งจกดินหางส้ม เป็นที่สนใจเช่นเดียวกัน โดยจิ้งจกชนิดนี้หางมีสีส้มจัดพบที่จังหวัดกาญจนบุรี แถบอำเภอไทรโยคอยู่รวมกันเป็นกลุ่มขณะที่ภูมิภาคอื่นไม่มี ตุ๊กแกป่าจารุจินต์ พบอยู่บริเวณเขาหินทราย ทางบึงกาฬ บริเวณภูวัวและบริเวณภูเขาควายเป็นอีกชนิดที่ได้รับความสนใจ เช่นเดียวกับ ตุ๊กแกหัวโต ซึ่งพบน้อยหายากโดยอาศัยอยู่ตามต้นไม้ ฯลฯ

ในแวดวงของนักเลี้ยงสัตว์ “ตุ๊กแกบ้าน” อาจไม่ใช่เป้าหมาย แต่อย่างไรก็ตามในต่างประเทศให้ความสนใจกับตุ๊กแกบ้านมาก ด้วยมีสีสัน ลวดลายสวยเฉพาะตัว ต่างจากกิ้งก่า หรือตุ๊กแกชนิดอื่น ๆ อีกทั้งยังสนใจในเรื่องเสียงร้อง การเรียนรู้เข้าใจธรรม ชาติ อยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจ สิ่งเหล่านี้ถือได้ว่ามีความหมายสำคัญ ช่วยอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพให้คงอยู่ต่อไปได้อย่างยั่งยืน.

8 ลางดี-ลางร้าย

เล่าขานสืบต่อกันมาส่วนหนึ่งจากความเชื่อโบราณที่กล่าวถึงสัตว์บอกลางดี ลางร้าย อาทิ 

1. ผึ้งทำรังในบ้าน เชื่อว่ามีโชค อย่าไล่หรือทำลายเพราะผึ้งเป็นแมลงนำโชคที่ขยันทำงาน

2. ฝันว่างูรัด ทำนายว่าคนโสดจะได้พบเนื้อคู่ ฝันว่างูกัด ทำนายว่าศัตรูเพศตรงข้ามจะคิดร้ายหรือได้รับเคราะห์  ส่วนถ้า  งูเข้าบ้าน เชื่อว่าจะให้โชคลาภ ส่วนถ้างูเลื้อยจากซ้ายมาขวาจะให้โชคลาภ  แต่หากจากขวามาซ้ายอาจเป็นทุกขลาภได้

3. คางคก ขึ้นบ้านถือเป็นลางดี แสดงว่าบ้านนั้นกำลังจะมีโชค

4. ตัวเงินตัวทอง คลานเข้าบ้านให้พูดแต่สิ่งดี ๆ ไม่พูดคำหยาบ สัตว์ชนิดนี้จะนำเงินนำทองมาให้  อีกทั้งยังเชื่อกันว่าถ้าสัตว์ชนิดนี้เดินจากฝั่งซ้ายมาขวาจะให้ลาภ  แต่ถ้าเดินจากฝั่งขวามาฝั่งซ้ายหากขับรถต้องหยุดให้เขาไป

5. จิ้งจก ร้องทักห้ามออกจากบ้าน ถ้าเสียงอยู่ด้านหลังหรือตรงศีรษะให้เลื่อนการเดินทาง แต่หากเสียงร้องทักอยู่ด้านหน้าหรือซ้ายให้เดินทางได้จะทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นสะดวกสบาย

6. นกแสกเกาะหลังคาบ้าน จะเกิดลางร้าย เพราะนกแสกเป็นนกที่ถือว่าให้ความอัปมงคล เนื่องจากโดยธรรมชาตินกแสกจะไม่มาปะปนอยู่ตามที่อยู่อาศัยของคน 

7. นกถ่ายรดบนศีรษะ เชื่อว่าจะโชคร้าย หากกำลังจะออกเดินทางแล้วถูกนกถ่ายรดที่ศีรษะให้หยุดการเดินทางหรือเลื่อนกำหนดออกไป 

8. เต่า สัตว์อีกชนิดที่ให้โชค ด้วยเป็นสัตว์ที่อายุยืนยาว  

อย่างไรก็ตามตั้งมั่นทำความดีไว้  ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิตเป็นสิ่งที่ดีที่สุด !! 

ทีมวาไรตี้



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0