อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

ย้อนวันวานย่านเก่า ‘ท่าเตียน’ เปิดบันทึกประวัติศาสตร์บางกอก

ท่าเตียนจากเมืองท่าสู่เมืองเที่ยว แนวคิดของนิทรรศการบอกเล่าประวัติที่มีมายาวนานกว่า 500 ปี หากมองในชื่อเรียก ท่าเตียน เป็นชื่อที่มีขึ้นในยุคหลัง ทั้งนี้บริเวณดังกล่าวมีชุมชน ผู้คนอยู่กันมาก่อนหน้านับแต่ต้นอยุธยา พุธที่ 8 ตุลาคม 2557 เวลา 00.00 น.

แต่ละชุมชนต่างมีเอกลักษณ์ มนต์เสน่ห์ต่างกันไป “ท่าเตียน” หนึ่งในย่านเก่ามากด้วยแง่มุมคุณค่าประวัติศาสตร์ โดยปัจจุบันพร้อมเล่าเรื่อง ถ่ายทอดบรรยากาศวันวานให้สัมผัสชัดเจน!

ท่าเตียน สถานที่นี้มีความเป็นมายาวนานกล่าวขานกันนับแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา จวบต้นรัตนโกสินทร์และสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนทางการค้า การคมนาคมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในครั้งอดีตท่าเตียนเป็นแหล่งรวมสินค้าชาวบ้าน สินค้าชาววัง

อีกทั้งเป็นย่านการค้าใหญ่ที่คับคั่งไปด้วยสารพันสิ่งของหลากหลาย นอกจากนี้ด้วยทำเลที่เป็นเมืองน้ำราก

ฐานของวิถีชีวิตชาวบางกอก ตลาดท่าเตียนจึงผูกโยงกับการคมนาคมของแม่น้ำเจ้าพระยาและเครือข่ายแม่น้ำลำคลองทั้งจากฝั่งธนบุรี ฝั่งพระนครเอาไว้

ต่อมาเมื่อสังคมเจริญก้าวหน้า การขยายเมืองทำให้บทบาทของท่าเตียนเปลี่ยนไปและแม้ว่าย่านการค้า ชุมชนจะกระจายออกไปหรือแม่แต่วิถีการคมนาคมรูปแบบใหม่ รถไฟฟ้าจะมีเพิ่มเข้ามา บทบาทของพื้นที่แห่งนี้ก็ไม่ได้ยุติ ยังคงมีมนต์เสน่ห์และจากพื้นที่ที่มากด้วยประวัติ ศาสตร์สำคัญ ทวีศักดิ์ วรฤทธิ์เรืองอุไร นักจัดการความรู้อาวุโส มิวเซียมสยาม ภัณ ฑารักษ์นิทรรศการฯ ให้ความรู้ย้อนกลับไปในวันวาน โดยเมื่อไม่นานมานี้มิวเซียมสยาม สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติจัดแสดง “นิทรรศการท่าเตียน กรุงเทพฯ บทที่ 1” เผยแพร่ให้เห็นถึงความเป็นมา ความสำคัญต่อการเกิดขึ้นและเติบโตของกรุงเทพมหานคร ศึกษาอดีตของตนเองนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดที่ยั่งยืนว่า ทุกชุมชนมีความสำคัญมีความน่ารักในตัวเอง สำหรับท่าเตียนนับเป็นชุมชนเก่าแก่มีหลากเรื่องราวของกรุงเทพมหา นครเริ่มจากท่าเตียน

“ท่าเตียนจากเมืองท่าสู่เมืองเที่ยว แนวคิดของนิทรรศการบอกเล่าประวัติที่มีมายาวนานกว่า 500 ปี หากมองในชื่อเรียก ท่าเตียน เป็นชื่อที่มีขึ้นในยุคหลัง ทั้งนี้บริเวณดังกล่าวมีชุมชน ผู้คนอยู่กันมาก่อนหน้านับแต่ต้นอยุธยา ซึ่งก็มีความสำคัญทำให้สมเด็จพระไชยราชาธิราช โปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อย่นย่อระยะทาง

ต่อมาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ทรงเห็นถึงความเป็นชัยภูมิที่สำคัญ สร้างป้อมเพื่อป้องกันเมือง พื้นที่บริเวณนี้จึงมีความสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจากวันวานจวบปัจจุบันแสดงให้ถึงการปรับเปลี่ยนอย่างมีชีวิตชีวา ยังคงเป็นแหล่งความรู้ให้คนรุ่นหลังศึกษา”

ท่าเตียนมีมนต์เสน่ห์เป็นจุดเริ่มต้นอะไรหลาย ๆ อย่าง มองในด้าน ย่านการค้าของกรุงเทพมหานคร ถือได้ว่าย่านแรก ๆ น่าจะเกิดขึ้นที่ท่าเตียนและด้วยท่าเตียนมีส่วนผสมสำคัญของ วัง วัด ชุมชน อีกทั้งบริเวณนี้เป็นย่านการค้าที่สำคัญมานับแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาสืบเนื่องมาถึงรัตนโกสินทร์ ตลาดที่นี่จึงมีสารพันสินค้านับแต่พืชผลทางการเกษตร กระทั่งถึงสิ่งของเครื่องใช้ ฯลฯ และดังที่กล่าวด้วยเป็นที่ตั้งของวัง สถานที่ราชการสำคัญ สิ่งของเครื่องใช้พิเศษ สินค้าจากต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นเครื่องหอม เครื่องแก้ว ฯลฯ หาซื้อได้ในย่านตลาดท่าเตียนแห่งนี้

ยุคต่อมาอย่างในสมัยรัชกาลที่ 5 เริ่มมีการสร้างอาคารตลาดอย่างเต็มรูปแบบ ที่นี่จึงเป็น ย่านค้าส่งแห่งแรก ๆ ของกรุงเทพมหานคร โดยสินค้ายังคงมีความหลากหลายนับแต่ วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรการเกษตร เครื่องตัดหญ้า อะไหล่รถยนต์ ผัก ผลไม้ น้ำตาล ทอฟฟี่ ยาสมุนไพร ฯลฯ สินค้าเริ่มจากที่นี่ก่อนกระจายไปยังย่านการค้าต่าง ๆ กระทั่งกล่าวกันว่าใครมาท่าเตียนจะได้ครบทุกสรรพสิ่ง

“ผลผลิตทางการเกษตรส่วนใหญ่จะล่องมาทางเรือมาขึ้นที่ท่าเตียน ซึ่งจากภาพเก่าจะเห็นได้อย่างชัดเจนและในสมัยรัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 บริเวณนี้เป็นย่านการค้าที่คึกคักมาก แผงค้าในตลาดไม่เพียงพอจึงนำออกมาค้า ขายกันด้านนอก ต่อมาจึงได้มีการจัดให้มีพื้นที่ขายแห่งใหม่เกิดขึ้นที่ปากคลองตลาด

การคมนาคมทางน้ำและเรือเมล์ ศึกษาได้จากที่นี่เช่นกัน แต่เดิมชาวบ้านตั้งถิ่นฐานกันตามริมแม่น้ำเจ้าพระยาและตลาดเริ่มก่อตัวขึ้นมาพร้อมกลุ่มคนที่อยู่ตามลำน้ำ ท่าเตียน ซึ่งเป็นชุมชนหนึ่งที่เป็นตลาดใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ในภูมิศาสตร์ที่เอื้อต่อการล่องเรือสินค้ามาตามแม่น้ำ รวมทั้งเป็นจุดพักของพ่อค้าและสินค้า

การคมนาคมจึงเป็นวิธีการเดินทางหลักของคนที่จะเข้ามาประกอบกิจกรรมในท่าเตียนซึ่งความสำคัญของการคมนาคมทางน้ำเห็นได้จากท่าเรือเก่าที่มีอยู่ที่ท่าเตียน อาทิ ท่าโรงโม่ ท่าข้าวโพด หรือท่าเรือสหกรณ์ ฯลฯ ส่วนคนท่าเตียนสมัยก่อนมีเรือไว้ใช้โดยจอดบริเวณท่าน้ำยาวเป็นแพ”

อีกทั้งจากเอกสารข้อมูลที่บันทึก คนต่างจังหวัดมักอาศัย เรือเมล์ ยานพาหนะหลักในการเดินทางโดยเรือซึ่งเรือดังกล่าวเป็นเรือสองชั้นขนาดใหญ่ ชั้นสองมีเก้าอี้ยาวมีพนักพิงเรียงเป็นแถว ตอนท้ายเรือมีที่วางของซึ่งในพื้นที่ท่าเตียนมีเรือเมล์ขึ้นล่องหลายสาย

นอกจากนี้ท่าเตียนยังบอกเล่าถึง มหาวิทยาลัยแห่งแรก ซึ่งถือเป็นภาวะพิเศษอีกอย่างหนึ่ง ในสมัยรัชกาลที่ 3 ทรงบูรณะวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหา วิหาร (วัดโพธิ์ ) ครั้งนั้นมีพระราชดำริให้รวบรวมองค์ความรู้แขนงต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้จึงรวบรวมไว้ที่วัดแห่งนี้ มหาวิทยาลัยแห่งแรกนี้ถึงในวันนี้ยังเผยแพร่ชื่อเสียงไปทั่วโลก นักท่องเที่ยวรู้จักการนวดไทย ภูมิปัญญาไทย รวมทั้งได้ทำความรู้จักกับท่าเตียน

ท่าเตียนยังมีตำนานที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ ตำนานเกี่ยวกับยักษ์วัดแจ้งและยักษ์วัดโพธิ์ซึ่งในตำนานได้รับความสนใจนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์มีเพลงประกอบที่ขับร้องกันมา ในบริเวณนี้ยังมี โรงละครเกิดขึ้นที่นี่ด้วย แต่เดิมความบันเทิง มหรสพการแสดงจะแสดงกันในวัง แต่ที่ ปรินซ์เธียรเตอร์โรงละครแห่งนี้ ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชม อีกทั้งละครที่จัดแสดงยังเป็นที่กล่าวขาน เรียกว่า เป็นย่านเก๋ ๆ ทันสมัยในช่วงเวลานั้นก็ว่าได้ อีกทั้งยังเป็นมี หน่วยงานราชการ หลายสถานที่มีความสำคัญ กับช่วงเวลานั้นตั้งอยู่ในย่านท่าเตียน

ปัจจุบันบางสถานที่อาจห่างหายไป แต่อย่างไรก็ตามท่าเตียนยังคงเป็นห้องเรียนประวัติศาสตร์สำคัญเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตให้กับคนรุ่นหลังได้ศึกษา!!

จากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเรื่อยมาเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีชีวิตชีวา โดยปัจจุบันยังคงมีรายละเอียดให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ด้วยยังมีบรรยากาศของวัด วัง ชุมชน โดยชุมชนร่วมกันดูแล ท่าเตียนจึงเป็นอีกย่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของผู้สนใจชมประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตชุมชนเดินทางเข้ามาสัมผัสชัดเจน นักจัดการความรู้อาวุโสท่านเดิมกล่าวทิ้งท้ายอีกว่า การทบทวน รู้จักและเข้าใจถึงที่มาความเป็นชุมชน ไม่ตัดรากประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นทิ้งไปสิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้เกิดการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงไปอย่างยั่งยืน.

......................................................................................................

มองอดีตเชื่อมโยงปัจจุบันผ่านเทคโนโลยี

การเรียนรู้ในสถานที่จริงออกเดินไปยังชุมชนเป็นอีกประสบการณ์เรียนรู้ที่มีความสำคัญ “ท่าเตียน กรุงเทพฯ บทที่1” นิทรรศการเพิ่มการเรียนรู้ที่แตกต่างนำการอ่าน การฟัง การชมภาพยนตร์ ให้เห็นและสัมผัสกับท่าเตียนในหลายมิติมากขึ้น ออกแบบการเรียนรู้โดยกำหนดจุดค้นหา ค้นพบการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เสมือนการเล่นเกมแรลลี่ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ 2 ส่วนคือ คิวอาร์โค้ด ส่องไปตามจุดต่าง ๆ ที่กำหนดซึ่งก็จะพบกับข้อมูลที่น่าสนใจ ได้ชมภาพบรรยากาศเก่า อย่างบริเวณ มิวเซียมสยาม วัดโพธิ์ตลาดโรงโม่ ฯลฯ เมื่อส่องคิวอาร์โค้ด QR Code จะเห็นภาพอดีตท่าเตียน ณ ตำแหน่งนั้น รวมถึงเห็นภาพปัจจุบันจากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต

เช่นเดียวกับ AUGMENTED REALITY หรือ AR ที่จัดแสดงใน นิทรรศการ “ท่าเตียน กรุงเทพฯ บทที่ 1” ระหว่างวันนี้ถึง 1 กุมภาพันธ์ปีหน้า เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เครื่องมือนี้จะพาชมเห็นภาพอดีตที่ผ่านมาของท่าเตียน โดยนำสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ดาวน์โหลดแอพพลิเค ชั่น จาก App Store หรือ Google Play พิมพ์ “ท่าเตียน” หรือ “Tha Tian” เมื่อเดินชมในพื้นที่จริงของท่าเตียน ส่องที่ไปจุด AR ที่กำหนดไว้ในแผนที่ก็จะร่วมเรียนรู้อดีต มองภาพปัจจุบันผ่านภาพถ่าย คลิปวิดีโอ แอนิเมชั่นให้ชม อย่างเช่น AR1.โปรดสำแดงตน (ป้อมวิไชเยนทร์) บอกเล่าบางกอกในสมัยที่ยังไม่ได้เป็นเมืองหลวง แต่เป็นเมืองท่าและเป็นเมืองหน้าด่านสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ได้จ้างชาวฝรั่งเศสให้ก่อสร้างป้อมขนาดใหญ่ 2 ฝั่งของแม่น้ำ เพื่อป้องกันเมืองหน้าด่านและราชธานีที่อยู่ลึกเข้าไปในแม่น้ำเจ้าพระยา ณ บริเวณนี้จึงมีครบทั้งชุมชนขนาดใหญ่ และป้อมปราการที่แข็งแกร่ง สมัยสมเด็จพระเจ้า ตากสินทรงเลือกที่นี่เป็นราชธานีแห่งใหม่ ก่อนที่จะกลายเป็นกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน เป็นต้น

พงษ์พรรณ บุญเลิศ



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0