อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 11 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 11 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

จักษุแพทย์อาเซียน ผนึกกำลังพิชิตโรคตา

นับเป็นโอกาสดีของประเทศไทยที่ศูนย์ตาธรรมศาสตร์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมทางวิชาการและความร่วมมือระหว่างจักษุแพทย์ในอาเซียน ระหว่างวันที่ 13-14 ตุลาคมที่ผ่านมา อาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2557 เวลา 00.00 น.

นับเป็นโอกาสดีของประเทศไทยที่ศูนย์ตาธรรมศาสตร์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมทางวิชาการและความร่วมมือระหว่างจักษุแพทย์ในอาเซียน ระหว่างวันที่ 13-14 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีจักษุแพทย์และพยาบาลจากประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย เมียนมาร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย กัมพูชาและลาวเข้าร่วมประชุมกว่า 150 คน

รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทย ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยว่า การประชุมที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้เป็นการระดมความร่วมมือเตรียมความพร้อมป้องกันปัญหาโรคตาร่วมกันในนามจักษุแพทย์อาเซียน

จากการประชุมทำให้ทราบว่าปัญหาโรคตาในภูมิภาคนี้มีความแตกต่างกันตามความเจริญทางระบบสุขภาพของประเทศ หลายประเทศยังคงมีปัญหาโรคตาที่สามารถป้องกันและรักษาได้ เช่น การติดเชื้อที่ดวงตา โรคต้อกระจกตกค้าง

กรณีการติดเชื้อที่ดวงตา หรือ กระจก ตาติดเชื้อเป็นหนอง ประเทศไทยจะพบผู้ป่วยปานกลาง ในขณะที่ประเทศเจริญแล้วจะไม่ค่อยพบผู้ป่วย ส่วนลาวและกัมพูชาพบผู้ป่วยโรคตาติดเชื้อเยอะมาก และเข้าไม่ถึงบริการ อย่างต้อกระจก สามารถรักษาให้กลับมามองเห็นได้ แต่ประเทศที่การรักษาไม่ดี จักษุแพทย์มีไม่พอทำให้มีผู้ป่วยตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก

ประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโน โลยีทางการแพทย์ เช่น สิงคโปร์ ปัญหา

การติดเชื้อจะพบน้อย ส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่ป้องกันได้ยาก เช่น เด็กสาย ตาผิดปกติ สายตาสั้น ต้อหินและเบาหวานขึ้นจอประสาท ตา ปัญหาสายตาสั้นสาเหตุมาจากพันธุ กรรม เช่น พ่อแม่ สายตาสั้น ลูกสายตา สั้นแน่ ๆ แต่ในช่วงหลังพบว่า การใช้สายตาไม่ถูกต้องใน

เด็กก็อาจมีผลทำให้เด็กสายตาสั้นได้มากขึ้น เช่น การใช้สายตาเล่นสมาร์ทโฟนติดต่อกันยาวนาน

สำหรับประเทศไทยยังพบปัญหาโรคตาทั้งสองกลุ่มอยู่มาก คือ พบทั้งการติดเชื้อที่ดวงตา และโรคตาที่ป้องกันได้ยาก ดังนั้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การรักษาโรคตาจะช่วยให้มีความพร้อมในการเตรียมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

ต้องยอมรับว่าโรคตาในปัจจุบันพบมากขึ้นเรื่อย ๆ หลายโรคไม่สามารถกำจัดให้หมดไปได้ และไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ครบวงจร ในอาเซียนประเทศสิงคโปร์เป็นตัวอย่างในการแก้ไขปัญหาที่ดี เพราะที่นั่นมี เนชั่นแนล อาย เซ็นเตอร์ มีงานวิจัยความรู้ใหม่ออกมาอยู่เรื่อย และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งในอนาคตประเทศไทยจะต้องเดินไปทิศทางนี้

ในการประชุมวิชาการในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการแล้ว ยังทำให้ทราบว่าเพื่อนบ้านของไทยบางประเทศยังมีความขาดแคลนทรัพยากรอยู่มาก เช่น กัมพูชาทั้งประเทศมีจักษุแพทย์เพียง 80 คน ลาวมีจักษุแพทย์เพียง 40 คน ในขณะที่ประเทศไทยมีจักษุแพทย์ 1,200 คน ทำให้เห็นโอกาสในการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือประเทศที่ยังมีปัญหา เช่น ช่วยฝึกอบรมแพทย์ พยาบาลด้านตาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ขณะเดียวกันก็ถือโอกาสเรียนรู้จากประเทศที่ยังไม่พัฒนาและประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งในครั้งหน้ากัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่เสียมเรียบในเดือน มิ.ย. 2558.

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0